จาก 40 ล้านสู่ 1.9 พันล้าน ไทม์ไลน์ "โรม-ไอเดียร์-ไอซ์" ปมร้อนข้ามสภาถึงโซเชียล从 4000 万到 19 亿:这场席卷议会并蔓延至社交媒体的“罗马-理念-冰”争议的时间线。
กระทู้ถามสดปมสินบน 40 ล้านบาท กลายเป็นเหตุวุ่นวายในสภา เมื่อ "รังสิมันต์ โรม" พาดพิง สส.หญิง จ.ชัยภูมิ "สุชาดา" ลุกโต้ จนรองประธานสภาฯ "มัลลิกา" สั่งให้ออกจากห้อง ก่อนเรื่องลามสู่โซเชียล "ไอซ์ รักชนก" เปิดข้อมูลทรัพย์สินพร้อมตั้งคำถามถึงอาชีพสามี

จุดเริ่มต้นจาก "สินบน 40 ล้านบาท"
เรื่องเริ่มจากกระทู้ถามของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2569 ที่ตั้งคำถามต่อนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ถึงความคืบหน้ากรณีที่ไชยชนกเคยเปิดเผยต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 ว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี มีผู้ติดต่อผ่านคนรู้จักเพื่อเสนอเงิน 40 ล้านบาท/เดือน แลกกับการไม่ปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย
โรมต้องการทราบว่าหลังผ่านมาประมาณ 1 ปี หน่วยงานรัฐดำเนินการเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในกระบวนการ เช่น "นายคิว" และ "นายฉัตรมงคล" รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น ขณะที่โรมตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากเรื่องที่ไชยชนกเคยเปิดเผยเป็นข้อเท็จจริง เหตุใดผู้ที่ถูกกล่าวถึงจึงยังไม่มีความคืบหน้าในคดีอย่างชัดเจน
ไชยชนกชี้แจงว่า หลังเปิดเผยเรื่องดังกล่าว กระทรวงดีอีมีการตรวจสอบภายในและส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตำรวจและ ป.ป.ช. พร้อมยืนยันว่าตัวเองและฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ผู้ร่วมขบวนการ และระบุว่าข้อมูลบางส่วนที่ได้รับในเวลาต่อมาเกี่ยวกับเว็บไซต์พนันถูกส่งต่อให้หน่วยงานสอบสวนตรวจสอบ จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 52 คน และการตรวจสอบเครือข่ายที่มีเงินหมุนเวียนตามที่รัฐมนตรีกล่าวถึง
โรมถามกลับ ปม "คิว" ยังไม่คืบ
ระหว่างการถามกระทู้ โรมยังตั้งคำถามถึงเหตุที่นายคิว ซึ่งถูกกล่าวถึงในเรื่องข้อเสนอสินบน ยังไม่ได้ถูกเรียกมาสอบสวนอย่างที่ควรจะเป็น พร้อมตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบุคคลที่ทำหน้าที่ประสานงานในช่วงก่อนหน้านี้ และการตรวจสอบเว็บพนันจำนวนมากที่ถูกกล่าวถึงในกระบวนการ
ไชยชนกยืนยันว่า การที่บางบุคคลยังไม่ได้ถูกเรียกสอบสวนไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเพิกเฉย แต่ในช่วงแรกข้อมูลที่ได้รับยังไม่เพียงพอที่จะระบุตัวบุคคลหรือแจ้งข้อกล่าวหาได้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามพยานหลักฐาน
โรมยังโต้แย้งเรื่องการกล่าวถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน โดยระบุว่าหากมีหลักฐานก็พร้อมให้ตรวจสอบ และพรรคไม่ควรปกป้องผู้กระทำผิด แต่การบังคับใช้กฎหมายควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลจากพรรคการเมืองใด
จุดเดือด "โรม" พาดพิง สส.หญิงชัยภูมิ
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อโรมกล่าวว่า หากรัฐบาลจะตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ก็ควรตรวจสอบให้ครอบคลุมถึง สส.หญิง จ.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งโรมกล่าวว่ามีประเด็นเกี่ยวกับสามีที่อาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
แม้โรมไม่ได้เอ่ยชื่อในประโยคนั้น แต่ "สุชาดา ซาง แทนทรัพย์" สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงทันที โดยระบุว่า สส.หญิง จ.ชัยภูมิ ของพรรคภูมิใจไทยมีเธอเพียงคนเดียว จึงถือว่าคำพูดดังกล่าวกระทบถึงตัวเธอโดยตรง และเรียกร้องให้โรมถอนคำพูด เพราะการกระทำเช่นนี้ "ไม่แมน" และเรียกร้องให้โรมพยายามควบคุมอารมณ์ พร้อมยืนยันว่าการกล่าวหาควรมีหลักฐานรองรับ
โรมตอบว่า หากต้องการหลักฐานจะมีตามมา และยืนยันว่าไม่ถอนคำพูด โดยตั้งคำถามว่าตามข้อบังคับการประชุม เขาจำเป็นต้องเปิดพยานหลักฐานทั้งหมดในทันทีระหว่างกระทู้ถามรัฐมนตรีหรือไม่
"มัลลิกา" ขอถอนคำพูด - โรมรับทราบพร้อมปฏิบัติ
ขณะนั้น น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม เข้ามาควบคุมสถานการณ์และขอให้โรมถอนคำพูด เนื่องจากประโยคดังกล่าวอาจทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่า สส.หญิง จ.ชัยภูมิ มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว ทั้งที่ยังไม่มีการแสดงหลักฐานในที่ประชุม
โรมยังยืนยันไม่ถอนคำพูด โดยระบุว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็น "ลูกผู้ชาย" หรือ "ลูกผู้หญิง" แต่ควรพิจารณากันตามหลักฐานและข้อบังคับการประชุม
เมื่อโรมไม่ยอมถอนคำพูด มัลลิกาจึงวินิจฉัยให้โรมออกจากห้องประชุม และกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาไม่ให้โรมกลับเข้าห้องประชุมอีกในช่วงการประชุมวันนั้น โรมรับคำวินิจฉัย "รับทราบพร้อมปฏิบัติ" และเดินออกจากห้องประชุม
หลังจากนั้นยังเกิดการประท้วงต่อเนื่อง โดยฝ่ายพรรคประชาชนเสนอให้นับองค์ประชุม ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลโต้แย้งว่าการประชุมยังมีวาระอื่นและรัฐมนตรีพร้อมตอบกระทู้ ก่อนที่เรื่องจะยุติลงและการประชุมเดินหน้าต่อ
"สุชาดา" แถลง เตรียมปรึกษาทนาย
หลังออกจากห้องประชุม สุชาดาแถลงว่า การพาดพิงถึงสามีโดยไม่มีหลักฐานสร้างความเสียหายต่อครอบครัว พร้อมท้าให้โรมเปิดหลักฐาน หากมีข้อมูลจริง และยืนยันว่าบัญชีทรัพย์สินของเธอถูกยื่นต่อ ป.ป.ช.ตามกฎหมาย
สุชาดายังระบุว่า ในฐานะที่โรมเป็นถึงประธานกรรมาธิการการกฎหมายฯ ควรใช้กระบวนการของกรรมาธิการในการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการ มากกว่าการนำเรื่องที่ยังไม่มีการแสดงหลักฐานมาอภิปรายกลางสภา พร้อมระบุว่าจะปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาดำเนินคดีหมิ่นประมาท
ด้านโรมยังยืนยันว่าหากมีหลักฐานก็จะนำมาเปิดเผย และย้ำว่าการตรวจสอบเรื่องทุนสีเทาและอาชญากรรมข้ามชาติควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย
จากสภาสู่โซเชียล "ไอซ์" ตั้งคำถามสามีทำงานอะไร
หลังเหตุการณ์ในสภา เรื่องไม่ได้จบลงที่การประชุม เพราะรักชนก ศรีนอก หรือ "ไอซ์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ามาโพสต์ต่อบนเฟซบุ๊ก โดยนำข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินของสุชาดามาตั้งคำถามถึงทรัพย์สินของครอบครัวและอาชีพของสามี
รักชนกโพสต์ข้อความในลักษณะตั้งคำถามว่า สามีของสุชาดาซึ่งมีทรัพย์สินรวมประมาณ 1,900 ล้านบาท ทำมาหากินอะไร พร้อมระบุว่าจะโหลดข้อมูลจาก ป.ป.ช.มาตรวจสอบเพิ่มเติม
สุชาดาเข้ามาตอบกลับว่าไม่ได้รู้สึกโกรธ และย้อนถามกลับถึงกรณีที่รักชนกเคยพูดถึงสร้อยคอแบรนด์เนมที่มีผู้ชายซื้อให้ พร้อมตั้งคำถามกลับเช่นกันว่าสามีของรักชนกประกอบอาชีพอะไร
รักชนกจึงตอบกลับด้วยคำถามสั้น ๆ ว่า "สรุปสามีทำอาชีพอะไรค้า" ก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. พร้อมระบุว่าเป็นการนำข้อมูลมาเปิดเผย ไม่ได้หมายความว่าเป็นการกล่าวหา
โรมเรียก "ไอเดียร์-สามี" ชี้แจง
เหตุการณ์ไม่ได้จบลงหลังรังสิมันต์ โรม ถูกเชิญออกจากห้องประชุม เพราะวันนี้ (2 ต.ค.2569) โรมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า กมธ.เตรียมออกหนังสือเชิญสุชาดาและไท่หยาง ซาง สามี เข้าชี้แจงต่อ กมธ.ในวันที่ 7 ต.ค.2569 พร้อมเชิญผู้แทนจาก ป.ป.ง. ก.ล.ต. และ ป.ป.ช. เข้าร่วมให้ข้อมูลด้วย
โรมระบุว่า การเชิญครั้งนี้อยู่ในกรอบการพิจารณามาตรการเกี่ยวกับกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงการติดตามและควบคุมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยต้องการตรวจสอบ เส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของรายได้ และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี หลังพบข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของนายไท่หยางที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.มูลค่าราว 1,900 ล้านบาท ซึ่งมีรายการเงินให้กู้ยืมประมาณ 1,440 ล้านบาทเป็นรายการสำคัญ ซึ่งมีการระบุผู้กู้เป็น Three Arrows Capital หรือ 3AC กองทุนคริปโตที่ล้มละลายในปี 2565
ประเด็นดังกล่าวถูกนำมาตั้งคำถามเพิ่มเติมโดยบุคคลภายนอก รวมถึงศิริโชค โสภา ซึ่งเสนอให้ตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับเงินกู้และตัวเลขที่แตกต่างกันประมาณ 97 ล้านบาท โดยย้ำว่าความแตกต่างดังกล่าวยังยังไม่สรุปว่าเป็นความผิดปกติ เพราะอาจมีคำอธิบายจากการชำระคืนหรือวิธีการบันทึกข้อมูลที่ต่างกัน และควรตรวจสอบจากเอกสารต้นทางก่อน
โรมย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่ควรสรุปว่าบุคคลใดกระทำผิด และต้องยึดหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เห็นว่าข้อมูลที่ปรากฏมีประเด็นที่ควรตรวจสอบ โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับธุรกิจคริปโตและบริษัทหรือกองทุนที่ประสบปัญหาล้มละลาย รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ทั้งนี้ โรมยังไม่เปิดเผยหลักฐานทั้งหมด โดยระบุว่าข้อมูลบางส่วนต้องใช้ในขั้นตอนอื่นของการตรวจสอบ
บอร์ดบินไทย มีมติปลด “ชาย เอี่ยมศิริ” พ้นดีดีบินไทยมีผลทันทีเซ่นพิษกระเป๋าตกค้าง
ม.รามคำแหงเร่งฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เสียหายกว่า 200 ล้าน หนักสุดในรอบ 4 ทศวรรษ
"อนุทิน" สั่งรับมือฝนใต้-กำชับ "ศูนย์พักพิง" ต้องพร้อมทุกอย่าง-ไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน
กมธ.กฎหมาย ยื่นหนังสือด่วนเชิญ “สส.ไอเดียร์-สามี " ชี้แจงที่มาทรัพย์สินเกือบ 2 พันล้าน
มัลลิกาจิระพันธุ์วาณิช
这一切都始于“4000万泰铢的贿赂”。
此事始于 2016 年 10 月 1 日,人民党议员 Rangsiman Rome 向数字经济和社会部长 Chaiyanok Chidchob 提出议会质询。质询内容涉及 Chaiyanok 于 2015 年 9 月 30 日向议会透露的一起案件的进展情况。Chaiyanok 曾于 2015 年 9 月 30 日向议会透露,在他担任部长职务之前,有人通过熟人联系他,提出每月支付 4000 万泰铢,以换取他对呼叫中心诈骗、欺诈和非法网站不采取打击行动。
罗马希望了解此事在大约一年后的进展情况,特别是关于案件中提及的“Q先生”和“Chatmongkol先生”等个人,以及对他们的财务交易和与其他人员关系的调查情况。罗马还质疑,如果Chaiyanok的爆料属实,为何针对上述人员的案件没有取得任何实质性进展。
柴亚诺克澄清说,事件曝光后,数字经济和社会部立即展开内部调查,并将信息移交给了包括警方和国家反腐败委员会(NACC)在内的相关机构。他确认自己和相关人员都是受害者,而非该计划的参与者。他还表示,之后收到的有关该赌博网站的信息已移交给调查机构,最终导致52名嫌疑人被捕,并对部长提到的资金流通网络展开调查。
罗马对“排队”问题缺乏进展表示质疑。
在质询环节,罗姆还质问,为何在贿赂指控中提到的Q先生没有像应该的那样被传唤问话,并对之前协调该过程的人员以及对该过程中提到的众多赌博网站的调查表示担忧。
Chaiyanok 表示,一些人尚未被传唤问话,并不意味着政府忽视了此事,而是因为最初收到的信息不足以确定个人身份或提出指控,相关机构必须根据证据采取行动。
罗姆还反对提及与人民党有关联的个人,他表示,如果有证据,他愿意接受调查,而且该党不应包庇违法者。然而,他认为执法部门应该对所有政党适用相同的标准,无论其政治立场如何。
“罗马”彻底爆发了,发表了牵涉到猜也奔府一位女议员的言论。
罗马方面表示,如果政府要调查与诈骗网络有关联的个人,也应该调查来自猜也奔府的泰自豪党女议员,她声称该议员的丈夫可能与诈骗网络和跨国犯罪有关。此番言论加剧了紧张局势。
尽管罗姆在声明中没有提及她的名字,但来自猜也奔府的泰自豪党议员苏查达·桑塔纳萨普立即起身回应,指出她是猜也奔府泰自豪党唯一的女性议员,因此该声明直接影响到她。她要求罗姆撤回声明,称这种行为“有失男子气概”,并敦促罗姆控制情绪,强调指控必须有证据支持。
罗姆回应说,如果被要求,他将提供证据,并重申他不会撤回他的声明,同时质疑根据议事规则,他是否必须在部长级质询期间立即提交所有证据。
玛丽卡撤回了她的声明——罗马方面表示承认并将予以遵守。
当时,主持会议的众议院第一副议长马利卡·奇拉潘瓦尼奇女士介入控制局面,要求罗姆收回他的声明,因为这可能会让听众认为来自猜也奔府的女议员与该网络有牵连,尽管会议上并没有提出任何证据。
罗马方面也坚持不收回他的声明,称问题不在于谁是“男人”或“女人”,而应该根据证据和会议规则来考虑。
罗姆拒绝撤回他的声明后,马利卡裁定罗姆必须离开会议室,并指示议会警察在会议剩余时间内阻止他返回。罗姆接受了裁决,表示“我承认并遵守”,然后离开了会议室。
会后抗议活动仍在继续,人民党提议进行法定人数统计,而政府则辩称议程上还有其他事项,部长们也已准备好回答问题。最终,此事得到解决,会议得以继续进行。
苏查达宣布她将咨询律师。
离开会议室后,苏查达表示,针对她丈夫的毫无根据的指控损害了她的家庭。她要求罗姆拿出证据,证明他掌握任何事实信息,并重申她已依法向国家反腐败委员会(NACC)提交了资产申报。
苏查达还指出,作为法律事务委员会主席,罗马本应利用委员会的程序正式核实信息,而不是在缺乏证据的情况下将此事提交议会辩论。她补充说,她将咨询律师,考虑提起诽谤诉讼。
罗马方面则表示,如果有证据,就会予以公布,并强调对非法金融和跨国犯罪的调查应该对所有当事方采用相同的标准。
从议会到社交媒体,“冰”质疑她丈夫的职业。
议会事件发生后,事情并未就此结束。人民党议员拉查诺克·斯里诺克(Rakchanok Srinok,又名“冰”)在脸书上继续展开讨论,质疑苏查达的财产申报、其家庭财产以及其丈夫的职业。
Rakchanok 发帖质疑 Suchada 的丈夫(拥有约 19 亿泰铢的资产)靠什么谋生,并表示她将从国家反腐败委员会 (NACC) 下载相关信息以进行进一步调查。
苏查达回应说她并不生气,反而询问了拉克查诺克之前提到的那条男士送给她的名牌项链,并询问了拉克查诺克的职业。
拉克查诺克简短地回应道:“那么,你丈夫的职业是什么?”随后,她向国家反腐败委员会 (NACC) 申报了资产和负债信息,并表示她是在公开披露这些信息,而不是在进行指控。
罗马召见“想法——丈夫”以作澄清。
事件并未在兰西曼·罗姆被要求离开会议室后结束。今天(2026年10月2日),罗姆以法律、司法和人权委员会主席的身份透露,该委员会正准备发出邀请函,邀请苏查达及其丈夫桑泰阳于2026年10月7日到委员会作证。反洗钱办公室(AMLO)、证券交易委员会(SEC)和国家反腐败委员会(NACC)的代表也将被邀请提供相关信息。
罗马方面表示,此次邀请是出于对反洗钱相关法律措施的考量,包括对数字资产业务的监控和管控。此次邀请旨在调查与加密货币相关的资金流向、收入来源和交易,此前有信息显示,泰阳先生向泰国国家反腐败委员会(NACC)申报的资产价值约19亿泰铢。申报资产中相当一部分是一笔约14.4亿泰铢的贷款,借款方为三箭资本(3AC),这是一家加密货币基金,已于2022年破产。
此事也引起了包括Sirichok Sopha在内的外界人士的进一步质疑。Sirichok Sopha建议审查贷款文件以及约9700万泰铢的差额。他强调,这笔差额尚不能断定为违规行为,因为它可能是由于还款方式或记录程序上的差异造成的,因此应首先核实原始文件。
罗姆强调,现在断定任何人有罪还为时尚早,必须坚持无罪推定原则。但他认为,目前掌握的信息引发了一些值得调查的问题,特别是其与加密货币行业以及已破产的公司或基金的关联,以及涉及在国外面临起诉的个人的信息。罗姆并未披露所有证据,称部分信息需要进一步调查。
泰国航空公司董事会已决定解除柴·艾姆西里(Chai Eiamsiri)首席执行官的职务,立即生效,此前该公司发生了行李滞留事件引发的争议。
兰甘亨大学正在加快洪灾后的恢复工作,此次洪灾造成了超过 2 亿泰铢的损失,是四十年来最严重的洪灾。
阿努廷下令做好南部地区应对暴雨的准备,强调避难所必须做好充分准备,而不仅仅是提供睡觉的地方。
众议院法律事务委员会已提交紧急信函,邀请议员伊迪尔及其丈夫解释其价值近20亿泰铢的资产来源。
玛丽卡·奇拉潘瓦尼奇