ม.รามคำแหงเร่งฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เสียหายกว่า 200 ล้าน หนักสุดในรอบ 4 ทศวรรษ兰甘亨大学正在加快洪灾后的恢复工作,此次洪灾造成了超过 2 亿泰铢的损失,是四十年来最严重的洪灾。
มหาวิทยาลัยรามคำแหงเร่งสำรวจและฟื้นฟูพื้นที่หลังเผชิญน้ำท่วมหนักต่อเนื่องหลายวัน บางจุดระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร อาคารมากกว่าครึ่งจากทั้งหมด 65 อาคารได้รับความเสียหาย รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 4 ทศวรรษ คาดมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 200 ล้านบาท

วันนี้ (2 ต.ค.2569) ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง ภายหลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมหนักมาตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยบางจุดมีระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร และมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องจนถึงวันที่ 1 ต.ค. รวมกว่า 6 วัน
ล่าสุดระดับน้ำภายในมหาวิทยาลัยลดลงจนเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เจ้าหน้าที่และบุคลากรจึงเร่งเข้าทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมสำรวจความเสียหายของอาคาร อุปกรณ์ และระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้โดยเร็ว
ตลอดช่วงที่เกิดน้ำท่วม มหาวิทยาลัยหลีกเลี่ยงการสูบน้ำออกไปยังถนนและชุมชนโดยรอบ เนื่องจากไม่ต้องการเพิ่มผลกระทบและความเดือดร้อนให้กับประชาชน ขณะเดียวกัน สภาพพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมีลักษณะต่ำกว่าถนนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้การระบายน้ำออกจากพื้นที่เป็นไปได้ยาก และต้องใช้เวลาหลายวันกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ม.รามคำแหงเร่งฟื้นฟูหลังน้ำท่วม เสียหายกว่า 200 ล้าน หนักสุดในรอบ 4 ทศวรรษ
อาคารเรียนเกินครึ่งจากทั้งหมด 65 อาคาร ได้รับความเสียหาย
จากการสำรวจเบื้องต้น มหาวิทยาลัยรามคำแหงมีอาคารทั้งหมด 65 อาคาร พบว่ามากกว่าครึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งอาคารเรียน หน่วยงานสนับสนุนการศึกษา และพื้นที่ให้บริการนักศึกษา อาทิ สถาบันคอมพิวเตอร์ คณะศึกษาศาสตร์ สำนักบริการทางวิชาการและทดสอบประเมินผล (สวป.) กองกิจการนักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ สำนักกีฬา สำนักการแพทย์และอนามัย คณะรัฐศาสตร์ สำนักหอสมุดกลาง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงคณะมนุษยศาสตร์
หลังระดับน้ำลด มหาวิทยาลัยคาดว่าการทำความสะอาดพื้นที่จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ขณะที่การฟื้นฟูและซ่อมแซมความเสียหายบางส่วนอาจใช้เวลานานกว่านั้น โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้ควบคุมระบบ รวมถึงหม้อแปลงไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งจำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนกลับมาใช้งาน
ความเสียหายอาจเกิน 200 ล้านบาท
จากการประเมินในเบื้องต้น ก่อนหน้านี้ ผศ.วุฒิศักดิ์ ระบุว่า ความเสียหายอาจสูงถึง 200 ล้านบาทหรือมากกว่านั้น เนื่องจากขณะประเมินครั้งแรกยังมีทรัพย์สินจำนวนหนึ่งจมอยู่ใต้น้ำและไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ทั้งหมดมูลค่าความเสียหายมีแนวโน้มสูงกว่าตัวเลขที่เคยคาดการณ์ไว้ เนื่องจากยังมีทรัพย์สิน อุปกรณ์ และระบบสาธารณูปโภคอีกหลายส่วนที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จึงต้องรอให้แต่ละหน่วยงานสำรวจและรวบรวมรายละเอียดก่อนสรุปมูลค่าความเสียหายทั้งหมดอีกครั้ง
สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้จึงนับเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงต้องเผชิญในรอบกว่า 4 ทศวรรษ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากระดับน้ำ ระยะเวลาที่น้ำท่วมขัง และความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารและระบบสาธารณูปโภคภายในมหาวิทยาลัย
ยืนยันเปิดเรียนได้วันจันทร์–สอบปลายภาคไม่เลื่อน
ด้านการเรียนการสอน ผศ.วุฒิศักดิ์ ระบุว่า มหาวิทยาลัยจะสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติภายในวันจันทร์ที่ 5 ต.ค. โดยสถานการณ์น้ำท่วมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนของหลักสูตรต่าง ๆ
ส่วนการสอบปลายภาค ซึ่งมีกำหนดระหว่างวันที่ 14–28 ต.ค. ยังคงดำเนินการได้ตามกำหนดเดิม โดยมหาวิทยาลัยได้เตรียมพื้นที่และแผนรองรับไว้แล้ว เพื่อให้การสอบของนักศึกษาสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ต้องเลื่อนออกไป
ย้อนรอย "น้ำท่วมรามคำแหง" จากปี 2526 ถึง 2554
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ พื้นที่หัวหมากและมหาวิทยาลัยรามคำแหงเคยเผชิญน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2526 หรือเมื่อ 43 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงของกรุงเทพมหานครในขณะนั้น
รายงานการศึกษาขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ระบุว่า น้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2526 เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดในกลุ่มน้ำท่วมหลายครั้งช่วงเวลาดังกล่าว โดยพื้นที่รามคำแหงและพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ บางส่วนมีน้ำท่วมขังนานกว่า 2 เดือน ขณะที่ภาพบันทึกบริเวณหัวหมากระบุช่วงน้ำท่วมตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือน ธ.ค.2526
ต่อมาในปี 2554 ประเทศไทยเผชิญ "มหาอุทกภัย" ครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อการดำเนินชีวิตและการศึกษาของนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงต้องปรับปฏิทินการศึกษา โดยเลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 2/2554 และออกมาตรการช่วยเหลือนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งการยกเว้นค่าหน่วยกิต ค่าธรรมเนียม และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ
สำหรับน้ำท่วมปลายเดือน ก.ย.2569 พื้นที่กรุงเทพมหานครเผชิญฝนตกต่อเนื่องในปริมาณสูง โดยมีรายงานปริมาณฝนสะสมมากกว่า 300 มิลลิเมตรในช่วงระหว่างวันที่ 24–26 ก.ย. และถูกเปรียบเทียบว่าเป็นสถานการณ์ฝนหนักที่สุดในรอบ 43 ปี นับจากปี 2526
เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่เพียงสร้างความเสียหายทางกายภาพต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ยังสะท้อนโจทย์สำคัญของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่หัวหมาก ซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และการเตรียมความพร้อมของมหาวิทยาลัยต่อสถานการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ยังอ่วม! หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง น้ำท่วม 5 วัน น้ำขังเริ่มเน่า-ขยะเกลื่อน
กทม.ใช้ "ท่อซิ่ง" เร่งช่วยเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง ดึงน้ำลงคลองประเวศฯ กู้พื้นที่ด้านตะวันออก
กรมอุตุฯ เตือนฝนตก 4-7 ต.ค. จากอีสานเคลื่อนตัวเข้า กทม.-เมืองกาญจน์
今天(2026年10月2日),兰甘亨大学代理校长武提萨·拉普查伦萨普副教授和大学管理人员视察了校园内因9月25日星期五晚开始的严重洪灾造成的损失。在一些地区,水位接近两米,洪水持续到10月1日,超过六天。
校园内的水位最近已回落至接近正常水平。工作人员正在努力清理该区域,并评估建筑物、设备和公共设施的受损情况,以便大学尽快重新开放。
洪水期间,为了避免对公众造成进一步的影响和不便,大学方面避免将水排到街道和周边社区。同时,由于大学校园前后地势较低,排水困难,最终花了数天时间才解决积水问题。
兰甘亨大学正在加快洪灾后的恢复工作,此次洪灾造成了超过 2 亿泰铢的损失,是四十年来最严重的洪灾。
65所学校建筑中超过一半遭到破坏。
根据初步调查,兰甘亨大学共有65栋建筑,其中超过一半受到此次洪水的影响。这些建筑包括教学楼、后勤单位和学生服务区,例如计算机研究所、教育学院、学术服务与评估办公室(OAES)、学生事务处、美术学院、体育办公室、医疗卫生办公室、政治学院、中央图书馆、兰甘亨大学示范学校(小学和中学)以及人文学院。
水位下降后,大学预计清理工作需要一段时间,而修复部分受损设施可能需要更长时间,特别是那些被水淹没的电气系统、电气设备、控制面板和变压器。这些设备在重新投入使用前,需要经过彻底的安全检查。
损失可能超过2亿泰铢。
根据初步评估,副教授伍提萨克表示,损失可能达到2亿泰铢或更多。这是因为在初步评估时,许多资产仍被淹没,无法进行全面检查。由于许多资产、设备和公用设施仍在调查中,预计损失可能高于之前的预测。因此,需要等待各机构完成调查并汇总详细信息后,才能对总损失进行最终评估。
因此,考虑到水位、洪水持续时间以及对大学建筑和基础设施造成的破坏,这次洪水是兰甘亨大学四十多年来面临的最严重的事件之一。
学校确定周一复课——期末考试不会推迟。
关于教学方面,助理教授伍提萨克表示,大学将于10月5日星期一恢复正常授课。洪水情况不会影响任何课程的教学。
原定于10月14日至28日举行的期末考试将按计划进行。学校已做好必要的场地准备和计划,以确保学生的考试能够顺利进行,不会延期。
回顾1983年至2011年“兰甘亨洪水”的历史。
回顾历史,43年前的1983年,华马克地区和兰甘亨大学遭遇了一场大洪水,这在当时被认为是曼谷最严重的洪水之一。
日本国际协力机构(JICA)的一项研究表明,1983年曼谷洪灾是同期发生的数起洪灾中最严重的一次。兰甘亨路和曼谷东部部分地区被淹超过两个月,而华马克地区的影像记录显示,洪水从1983年10月中旬持续到12月中旬。
2011年晚些时候,泰国遭遇严重洪灾,对学生的生活和学业造成了广泛影响。兰甘亨大学不得不调整学年安排,推迟了2011学年第二学期的开学时间,并采取措施帮助受灾学生,包括免除学费和其他费用,以及提供其他支持。
关于2026年9月底的洪灾,曼谷经历了持续强降雨,据报道,9月24日至26日期间累计降雨量超过300毫米。这是自1983年以来43年来最严重的降雨情况。
这次事件不仅对兰甘亨大学造成了物质损失,也凸显了华马克地区(地势低洼地区)水资源管理面临的严峻挑战,以及该大学应对未来可能发生的极端天气事件的准备情况。
情况依然严峻!莱姆通运动员村已被洪水淹没五天,积水开始腐烂,垃圾遍地。
曼谷市政府(BMA)正在使用“高速管道”快速援助 Keha Rom Klao 和 Lat Krabang 地区,将水引入 Khlong Prawet 运河,以拯救该市东部地区的水患。
气象部门警告称,10月4日至7日将有降雨,风暴云将从东北方向向曼谷和北碧府移动。