← 返回新闻首页
泰国权威

"ผมให้ทุกคนตายไม่ได้" กัปตันฟลายดูไบเล่านาทีถูกแทงในห้องนักบิน

กัปตันมัชชารเปิดใจครั้งแรก หลังถูกผู้ช่วยนักบินแทงกลางเที่ยวบิน Flydubai ขณะไปอิสราเอล เผยยังสู้ต่อแม้บาดเจ็บหนักเพราะปล่อยให้ทุกคนตายไม่ได้ ขณะที่ผู้โดยสาร-นักบินสำรองช่วยควบคุมเครื่อง หลังดิ่ง 17,400 ฟุตในเวลาไม่ถึง 2 นาที ก่อนลงฉุกเฉินที่ซาอุดีฯ

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
“我不能让所有人都死掉,”迪拜航空的机长回忆起他在驾驶舱被刺伤的那一刻。

วันนี้ (2 ต.ค.2569) CNN รายงานว่า กัปตันสมิต มัชชาร นักบินชาวอินเดีย ที่ถูกทำร้ายบนเที่ยวบิน Flydubai FZ1073 เปิดใจพูดคุยกับสาธารณชนเป็นครั้งแรกผ่านการวิดีโอคอลจากเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล ประเทศซาอุดีอาระเบีย ร่วมกับ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียที่ได้กล่าวชื่นชมกัปตันสมิตว่า ความกล้าหาญ ความอดทน และการตัดสินใจที่รวดเร็วของเขา ได้ช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ไว้จำนวนมาก

กัปตันสมิตเล่าถึงนาทีชีวิตว่า ในช่วงเวลาแห่งความตายนั้น เขาต้องต่อสู้สุดกำลังเพราะไม่สามารถปล่อยให้ทุกคนบนเครื่องบินต้องเสียชีวิตได้

ในตอนนั้นผมกำลังต่อสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง ผมได้รับบาดเจ็บสาหัสมากจนร่วงลงไปกองกับพื้น และความคิดเดียวในหัวตอนนั้นคือ หากผมไม่ลุกขึ้นมาอีกครั้งจะเกิดอะไรขึ้น

ด้านนางโซนัล มัชชาร ภรรยาของกัปตันสมิต ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ครอบครัวรู้สึกภาคภูมิใจในตัวกัปตันสมิตเป็นอย่างยิ่ง และหวังว่าจะได้เขากลับบ้านในเร็ววัน โดยขณะนี้ครอบครัวยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดเหตุการณ์สะเทือนขวัญดังกล่าว เพราะต้องการให้กัปตันพักผ่อนและฟื้นตัวทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่โดยไม่เกิดภาพสะเทือนใจซ้ำ

"ผมให้ทุกคนตายไม่ได้" กัปตันฟลายดูไบเล่านาทีถูกแทงในห้องนักบิน

ทั้งนี้ รายงานแพทย์ระบุว่า กัปตันสมิตสูญเสียเลือดปริมาณมหาศาล และมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย โดย ทพ.โชตา มูซาเอฟ ทันตแพทย์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเที่ยวบินที่เข้าปฐมพยาบาล เผยว่า กัปตันถูกฟันและแทงเข้าที่ศีรษะ มือ และลำตัว บาดแผลลึกจนดูเหมือนว่าร่างกายจะขาดออกเป็น 2 ท่อน

อย่างไรก็ดี หลังเข้ารับการผ่าตัดด่วนในซาอุดีอาระเบีย อาการของเขาก็ทรงตัว และได้รับอนุญาตให้เดินทางพร้อมทีมความมั่นคงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังกรุงอาบูดาบีเพื่อรับการรักษาและสอบสวนเพิ่มเติมร่วมกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นผู้ช่วยนักบิน

นาทีระทึกกลางเวหา ดิ่งพสุธา 17,400 ฟุตใน 2 นาที

ย้อนกลับไปในเหตุการณ์สะเทือนขวัญระดับโลก เที่ยวบิน FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบ (Flydubai) บินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเวลา 06:05 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดหมายปลายทางที่ท่าอากาศยานในกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล

หลังจากทำการบินไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะเครื่องบินอยู่กลางอากาศ ผู้ช่วยนักบินซึ่งเป็นชายชาวโอมานได้ลงมือก่อเหตุที่คาดว่าเป็นการลอบสังหารและก่อวินาศกรรม โดยใช้มีดหรือขวานทำร้ายกัปตันสมิต มัชชาร และพยายามทำลายและแทรกแซงระบบควบคุมการบิน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เครื่องบินสูญเสียการควบคุมอย่างรุนแรง ข้อมูลการติดตามเที่ยวบินแสดงให้เห็นว่าเครื่องบินได้หัวตกและดิ่งพสุธาลงมาถึง 17,400 ฟุต หรือราว 5.3 กิโลเมตร ภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที พร้อมทั้งเลี้ยวหักศอกไปทางทิศเหนืออย่างรวดเร็ว

บรรยากาศภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว และเสียงเด็กร้องไห้ระงม มีกา เบามันน์ หนึ่งในผู้โดยสารเล่าว่า พวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าเครื่องบินร่วงลงมาอย่างรวดเร็วและเริ่มหมุนเคว้ง ทุกคนกรีดร้องด้วยความตกใจ เขาเชื่อว่าตัวเองกำลังจะตาย

ต่อมาในเวลา 08:31 น. นักบินได้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินและตามด้วยการกดรหัสสัญญาณ 7500 ซึ่งเป็นรหัสสากลขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อแจ้งว่าเครื่องบินกำลังถูกก่อวินาศกรรมหรือไฮแจ็ก

ผู้โดยสาร-ลูกเรือบุกห้องนักบิน สยบผู้ก่อเหตุ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายถึงขีดสุด ผู้โดยสารและลูกเรือจำนวนหนึ่งได้ตัดสินใจบุกห้องนักบินเพื่อยับยั้งเหตุร้าย ขณะที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินบอกให้ผู้โดยสารที่ไม่เกี่ยวข้องกลับไปนั่งที่ และตะโกนขอความช่วยเหลือจากแพทย์

ยานิฟ ฮายุน ผู้โดยสารนหนึ่ง ได้เล่าเหตุการณ์ต่อหน้า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ว่าเขาได้พุ่งเข้าไปใช้แขนรัดคอผู้ก่อเหตุและช่วยกันลากตัวออกมาจากห้องนักบิน จากนั้นเขาได้ประคองคันบังคับเครื่องบินไว้ชั่วคราว

ผมเคยดูรายการ Air Crash Investigation ครับท่านนายกรัฐมนตรี เครื่องบินเริ่มเชิดหัวตั้งตรงขึ้นนิดหน่อย ก่อนที่นักบินจะบอกให้ผมส่งคืนคันบังคับให้เขาควบคุมต่อ

ในเวลาเดียวกัน ทพ.โชตา มูซาเอฟ ได้นำสายหูฟังและสายรัดพลาสติกมามัดตัวผู้ก่อเหตุไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะรีบเข้าดูแลกัปตันสมิตที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้องนักบิน โดยมีผู้โดยสารคนอื่น ๆ ช่วยกันประคองและตรวจวัดสัญญาณชีพ อัสซาฟ ราชวน ผู้โดยสารอีกคนระบุว่า ด้านล่างมีแต่ทะเลทราย พวกเรากลัวว่าจะถูกพาไปยังประเทศศัตรู หรือต้องลงจอดกลางทะเลทรายโดยไม่รู้เลยว่าควรจะเชื่อใจใครได้บ้าง

นักบินสำรองนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินอย่างปลอดภัย

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เครื่องบินสามารถกลับมาควบคุมได้คือ เที่ยวบินดังกล่าวมีนักบินสำรอง (Reserve Pilots) ที่เดินทางในฐานะผู้โดยสารอยู่ด้วย เมื่อควบคุมสถานการณ์ในห้องนักบินได้แล้ว นักบินสำรองจึงเข้ามาทำหน้าที่บังคับเครื่องบินร่วมกับกัปตันสมิตที่ยังคงมีสติ นำเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยที่ท่าอากาศยานตาบุก (Tabuk Airport) ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในเวลา 09:54 น.

จากนั้น กัปตันและผู้ช่วยนักบินผู้ก่อเหตุ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นทันทีเพื่อรักษาบาดแผลจากการต่อสู้ ซึ่งผู้ก่อเหตุอยู่ในสภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวโชกไปด้วยเลือดบริเวณท้องและถูกควบคุมตัวอย่างแน่นหนา

เดวิด ซูซี นักวิเคราะห์ความปลอดภัยทางการบินของซีเอ็นเอ็น ระบุว่า การที่มีนักบินสำรองเดินทางร่วมไปในเที่ยวบินปฏิบัติตามปกติเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่พบได้ยาก ยกเว้นแต่ว่าเป็นการเดินทางเพื่อเปลี่ยนกะหรือไปปฏิบัติหน้าที่ในไฟลต์ถัดไป

สำหรับผู้โดยสารบนเครื่องซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล รวมทั้งชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล 4 คน และชาวออสเตรเลีย 2 คน ได้รับการดูแลอย่างดีจากทางการซาอุดีอาระเบีย ก่อนที่สายการบินฟลายดูไบจะส่งเครื่องบินลำใหม่มารับพวกเขากลับสู่อิสราเอลอย่างปลอดภัย เผยปมผู้ก่อเหตุเป็นนักบินชาวโอมาน-ปมความมั่นคงและการสอบสวนข้ามประเทศ

เผยปมก่อเหตุความมั่นคง-สั่งสอบสวนข้ามประเทศ

ด้านการสอบสวนเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ ตัวตนของนักบินที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อเหตุยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ และยังไม่มีการยืนยันถึงแรงจูงใจหรืออาวุธที่ใช้ในการทำร้าย ที่ยังอยู่ระหว่างการยืนยันว่าอาวุธเป็นมีดหรือขวานกันแน่ ด้าน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เผยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นนักบินสัญชาติโอมาน ซึ่งจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าเขาผ่านกระบวนการปลูกฝังแนวคิดลัทธิอิสลามสุดโต่ง

ขณะที่เนทันยาฮูได้กล่าวยกย่องกัปตันสมิตและกลุ่มผู้โดยสารว่าสามารถหยุดยั้ง "โศกนาฏกรรมระดับเดียวกับเหตุการณ์ 9/11" ได้สำเร็จ และเน้นย้ำว่าสิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้ต่างจากโศกนาฏกรรมครั้งอื่นคือ ครั้งนี้ฝ่ายคนดีเป็นฝ่ายชนะ ขณะที่ อันวาร์ การ์กาช เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการก่อการร้ายที่อันตรายยิ่ง

ประเด็นที่สร้างความฉงนแก่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงคือ ประเทศโอมานและอิสราเอลไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เกิดคำถามใหญ่ว่า นักบินสัญชาติโอมานรายนี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบความมั่นคงและได้รับอนุมัติให้ปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่อิสราเอลได้อย่างไร

อิสราเอลมีมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านการบินที่เข้มงวด ผู้โดยสารขาออกต้องผ่านการตรวจคัดกรองและซักถาม รวมถึงตรวจหนังสือเดินทางหลายครั้ง ตรวจสัมภาระด้วยระบบขั้นสูง และบางกรณีมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ขณะที่สายการบินต่างชาติต้องได้รับอนุญาตจากศูนย์ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยการบินของอิสราเอลก่อนให้บริการเข้าและออกจากสนามบินของประเทศ

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอิสราเอลระบุว่า ชิน เบต (หน่วยข่าวกรองภายในของอิสราเอล) มีหน้าที่ตรวจสอบบุคลากรของสายการบินที่เดินทางเข้าอิสราเอลจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย

ด้าน มาโคร ชัน อาจารย์อาวุโสด้านปฏิบัติการการบินจากมหาวิทยาลัยคิงส์ตันในกรุงลอนดอน ระบุว่า ขั้นตอนแรกของการสอบสวนมีแนวโน้มจะมุ่งไปที่กล่องดำและเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน จากนั้นจึงสอบปากคำลูกเรือ นักบินที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ และผู้โดยสาร เพื่อหาคำตอบว่า ประตูห้องนักบินถูกเปิดได้อย่างไร อาวุธเข้ามาอยู่บนเครื่องได้อย่างไร รวมถึงตรวจสอบประวัติทางการแพทย์และการฝึกอบรมของนักบินที่เกี่ยวข้อง

6 องค์กรวิชาชีพสื่อฯ แถลงการณ์ 4 จุดยืน-ข้อเสนอ แก้กฎหมายไทยพีบีเอส

ปภ.เตือน 76 จังหวัด-กทม.รับมือฝนหนัก 4-7 ต.ค.นี้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่า

สั่ง "ปลัดจังหวัด-นายอำเภอ" ติดตามสถานการณ์น้ำ เร่งช่วยประชาชน

สภาผู้บริโภค เปิด 3 เหตุผลค้านแก้กฎหมายไทยพีบีเอส ห่วงใช้งบรัฐ เปิดช่องแทรกแซงข่าว

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻