กรมชลฯ จัดจราจรน้ำ "เจ้าพระยา-ป่าสัก" ระบายท้ายเขื่อน ยังไม่กระทบ กทม.皇家灌溉部门正在管理湄南河和巴萨河的水流量,从水坝向下游放水;但这尚未对曼谷造成影响。
กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสักใกล้ชิด เร่งพร่องน้ำในระบบและเพิ่มพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ ขณะที่น้ำที่ C.2 นครสวรรค์เริ่มลดลง และน้ำผ่านสถานีวัดน้ำ C.29B อ.สามโคก ยังต่ำกว่าระดับที่กระทบแนวคันกั้นน้ำ กทม.

วันนี้ (3 ต.ค.2569) กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสักอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการและจัดจราจรน้ำในระบบชลประทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมปริมาณน้ำและกระจายการระบายน้ำให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่
ปัจจุบันการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และ ไม่ส่งผลกระทบต่อแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร ขณะที่กรมชลประทานเร่งพร่องน้ำในระบบคลองและเตรียมพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ พร้อมขอให้ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำฝนสะสมในพื้นที่เป็นสำคัญ
กรมชลฯ จัดจราจรน้ำ "เจ้าพระยา-ป่าสัก" ระบายท้ายเขื่อน ยังไม่กระทบ กทม.
ขณะที่วันนี้ ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง หลังปริมาณน้ำสูงสุดผ่านไปแล้ว ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำท้ายเขื่อนประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานติดตามปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาและฝนที่ตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบริหารจังหวะการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์
สำหรับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในระดับสูง กรมชลประทานได้ทยอยระบายน้ำแบบขั้นบันได เพื่อพร่องน้ำและเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ โดยจะบริหารการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงศักยภาพของระบบระบายน้ำด้านท้าย
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะไหลมาบรรจบกัน ก่อนจะไหลผ่านที่สถานีวัดน้ำ C.29B อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดวัดน้ำก่อนไหลผ่านกรุงเทพมหานคร โดยเช้านี้มีปริมาณน้ำเฉลี่ยประมาณ 2,382 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ (ไม่เกิน 3,600 ลบ.ม./วินาที) โดยกรมชลประทานได้บริหารจัดจราจรน้ำผ่านระบบคลองและอาคารชลประทาน เพื่อกระจายและชะลอปริมาณน้ำ รวมทั้งพร่องน้ำในระบบล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กรมชลประทานได้บูรณาการร่วมกับกรุงเทพฯ จังหวัดปริมณฑล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยบริหารจัดการน้ำผ่านระบบคลอง ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองชายทะเล พร้อมจัดจราจรน้ำจากพื้นที่ตอนบนให้เหมาะสมกับศักยภาพของระบบระบายน้ำในแต่ละช่วง
พื้นที่ตอนบนใช้สถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิตช่วยเร่งระบายน้ำและตัดยอดน้ำก่อนเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ขณะที่พื้นที่ตอนกลางบริหารจัดการผ่านคลองแสนแสบ คลองประเวศ และสถานีสูบน้ำที่เกี่ยวข้อง ส่วนพื้นที่ตอนล่างเร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเล รวมถึงสถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ และประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่อ่าวไทย โดยพิจารณาจังหวะน้ำขึ้น - น้ำลงประกอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในระยะนี้ คือฝนตกหนักและน้ำฝนสะสม เนื่องจากน้ำฝนที่ตกลงในเขตเมืองโดยตรงจะเข้าสู่ระบบระบายน้ำในทันที ซึ่งแตกต่างจากน้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะบริเวณลุ่มต่ำ จุดที่มีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำ และริมตลิ่ง จึงขอให้ติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
จากการคาดการณ์สภาพอากาศ ช่วงวันที่ 5-7 ต.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ ก่อนที่ช่วงวันที่ 8-9 ต.ค. ฝนมีแนวโน้มลดลง และในช่วงวันที่ 11-14 ต.ค. มีแนวโน้มเกิดฝนเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคกลาง ตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา กรมชลประทานจึงเร่งใช้ช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลงในการพร่องน้ำในระบบชลประทาน เพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ และเตรียมความพร้อมของระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับฝนระลอกใหม่
กรมชลประทานขอให้ประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ติดตามพยากรณ์อากาศ สถานการณ์ฝน และประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และกรมชลฯ จะติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับการบริหารจัดการและจัดจราจรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้การระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนและพื้นที่เมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสะสมของน้ำ และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
“ศุภจี” สั่งกรมการค้าภายในตั้งวอร์รูมเร่งกระจายสินค้าที่จำเป็นถึงมือประชาชน พร้อมกำชับห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
ปภ.เผยน้ำท่วม 26 จังหวัด รวม กทม. กระทบ ปชช.กว่า 1.17 ล้านครัวเรือน
ระดับน้ำเคหะร่มเกล้าลด 20-30 ซม. หลังติดตั้งท่อซิ่ง 4 เครื่อง บางจุดยังท่วมสูง
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
截至2026年10月3日,皇家灌溉部门正密切监测湄南河和巴萨河流域的水情,并持续管理和引导灌溉系统内的水流,以控制水量并根据各区域的容量分配排水。
目前,湄南河大坝和帕萨克宗拉西水坝的泄洪量处于可控水平,不会影响曼谷的防洪堤防。与此同时,皇家灌溉厅正在加快运河排水,并为下一波降雨做好准备。曼谷及周边地区的民众被敦促密切关注强降雨和积水情况。
皇家灌溉部门正在管理湄南河和巴萨河的水流量,从水坝向下游放水;但这尚未对曼谷造成影响。
今天,位于那空沙旺府的C.2水位在高峰期过后呈下降趋势。与此同时,湄南河大坝正以每秒约2500立方米的速度向下游泄洪。皇家灌溉厅正持续监测该地区支流水位和降雨情况,并根据实际情况适当调整泄洪量。
由于帕萨克·乔拉西特水坝水位较高,皇家灌溉厅正采取分阶段逐步泄洪的方式,以降低水位并增加蓄水能力。泄洪量将根据帕萨克河和湄南河的水位情况以及下游排水系统的排水能力进行管理。
来自湄南河大坝和帕萨克·琼拉西特大坝的水流将在流经巴吞他尼府三科县的C.29B水位监测站之前汇合。该监测站是曼谷水位流量的测量点。今天上午,平均流量约为每秒2382立方米,仍处于不会影响曼谷防洪堤坝(不超过每秒3600立方米)的水位范围内。皇家灌溉厅正在通过运河系统和灌溉设施管理水流,以分散和减缓水流速度,并提前从系统中排出部分水,以提高水流进入曼谷地区的蓄水效率。
曼谷及其周边地区,皇家灌溉厅已与曼谷市、周边府及相关机构合作,通过与湄南河及沿海运河相连的运河、水闸和泵站进行水资源管理。此外,它还管理上游地区的水流,以确保排水系统在每个时期都能满足需求。
在上游地区,位于兰实运河口的半永久性抽水站用于加速排水,并在洪水涌入曼谷之前分流高峰水位。在中部地区,水资源管理主要通过盛塞运河、帕威运河及相关抽水站进行。在下游地区,沿沿海运河的抽水站,包括春拉汉披集抽水站、素万那普抽水站和拉普水闸(一项皇家举措),迅速将湄南河的水排入泰国湾,并充分考虑潮汐涨落,以最大限度地提高排水效率。
然而,目前曼谷及其周边地区需要密切关注的因素是强降雨和积水。与湄南河大坝泄洪不同,直接降落在城区的雨水会立即进入排水系统。在地势低洼地区、排水不畅地区以及河岸沿线,这种情况尤为突出。因此,请密切关注降雨量和水位情况。
根据天气预报,10月5日至7日部分地区降雨量将增加,10月8日至9日将减少。10月11日至14日,降雨量可能再次增加,中部地区(从那空沙旺府以南)部分地区预计将出现强降雨。因此,皇家灌溉厅正在加快上游地区的排水工作,以增加蓄水能力,并做好排水系统准备,应对下一波降雨。
泰国皇家灌溉厅敦促曼谷及周边地区居民密切关注天气预报、降雨情况以及政府机构发布的官方预警。该厅将密切监测水位和降雨量,并据此调整水资源管理和交通流量,以确保上游和城区排水畅通,减少积水,并将对曼谷及周边府居民的影响降至最低。
“苏法吉”指示国内贸易部设立作战室,加快向公众分发必需品,同时强调禁止哄抬物价。
泰国防灾减灾厅 (DDPM) 报告称,包括曼谷在内的 26 个府发生洪水,超过 117 万户家庭受到影响。
在安装了四根排水管后,Keha Rom Klao 住宅区的水位下降了 20-30 厘米。但部分地区仍然严重积水。
帕萨克琼拉西特水坝