สธ.ปรับนโยบายคุมเงิน สสส. จ่อลดเงินสำรองจาก 2,000 ล้านเหลือ 1,500 ล้านบาท泰国公共卫生部正在调整其对泰国健康促进基金会(THPF)资金的控制政策,并考虑将其储备基金从 20 亿泰铢减少到 15 亿泰铢。
รัฐบาลกาง 3 นโยบายคุมเงิน สสส. มีความหมายจำกัดแค่การบริหารสภาพคล่องพื้นฐาน ปราศจากความเสี่ยงทางการตลาด และการหาผลประโยชน์ เตรียมปรับเงินสำรอง จาก 2,000 ล้าน มาเป็น 1,500 ล้านบาท

วันนี้ (5 ต.ค.2569) การประชุมวุฒิสภาที่ นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง เป็นประธานในที่ประชุม ในวาระกระทู้ถามเป็นหนังสือ โดย นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา ถามนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการกำหนดดูแลการหาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ของกองทุน สสส. ตามมาตรา 9(3) ซึ่งทาง สสส. มีการกำหนดข้อบังคับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ว่าด้วยการเงินการบัญชีและทรัพย์สินของกองทุน 8 (7) ที่กำหนดให้กองทุนสามารถลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนได้ตามส่วนที่คณะกรรมการอนุมัติ ด้วยเห็นว่า ข้อบังคับดังกล่าวเป็นการดึงองค์กรเข้าสู่ระบบการแสวงหาผลตอบแทนเต็มรูปแบบ ในลักษณะคล้ายคลึงกับการบริหารกองทุนส่วนบุคคลขององค์กรธุรกิจ
พร้อมกับอ้างคำวินิจฉัยของกรรมการกฤษฎีกาเรื่องที่ 1439 /2560 วางมาตรฐานการกำกับดูแลกองทุนขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ที่ได้ตีความถ้อยคำว่า
การหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินสำหรับหน่วยงานพิเศษ ซึ่งมีที่มาของงบประมาณคือ เงินภาษีจัดสรรจากภาษีสุราและยาสูบจะต้องถูกตีความอย่างเคร่งครัด ให้มีความหมายจำกัดครอบคลุมเพียงการบริหารสภาพคล่องขั้นพื้นฐาน ปราศจากความเสี่ยงทางการตลาดและการหาผลประโยชน์ ควบคุมการลงทุนในตราสารหนี้ หรือหุ้นกู้หรือหุ้นสามัญจะเป็นการกระทำนิติกรรมที่กฎหมายแม่ไม่ได้มุ่งหวัง และไม่ได้ห้ามอำนาจไว้ จึงถามรัฐบาลมีมาตรการดูแลกำกับอย่างไร
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ตอบกระทู้ รัฐบาลมีมาตรการกำกับดูแลในส่วนนี้ ซึ่งการบริหารกองทุนของ สสส. และไทยพีบีเอส มีสถานะสถานะทางกฎหมายที่ต่างกัน ของ สสส. มีลักษณะเป็นกองทุน และกฎหมายให้อำนาจกองทุนในการหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุน ภายใต้ข้อบังคับและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งกฎหมายเฉพาะของกองทุนและกฎหมายว่าด้วยการบริหารกองทุนหมุนเวียนใช้ประกอบกัน
แต่ของไทยพีบีเอสกฎหมายมีลักษณะเป็นองค์การ การบริหารกองทุนและทรัพย์สิน ต้องพิจารณาจาก พ.ร.บ. จัดตั้ง ส.ส.ท. เป็นหลักไม่ได้มีฐานะเป็นทุนหมุนเวียนในลักษณะเดียวกับ สสส. ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความสรุปว่า “กฎหมายจัดตั้งไม่ได้ให้อำนาจไว้ ในการหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินแต่ใช้กฎหมายจัดตั้งองค์การเป็นฐานหลักในการบริหารกองทุนทรัพย์สินและได้ขององค์การ”
โดยยืนยันว่า รัฐบาลได้กำชับให้ สสส. ใช้ความระมัดระวังอย่างสูง ในการตีความข้อความการหาผลประโยชน์ ไม่ให้กองทุนใช้เงินสภาพคล่องหาผลประโยชน์ หรือผลตอบแทนอย่างเต็มรูปแบบ อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และย้ำไปยังกองทุน สสส. จำกัดเฉพาะการดำเนินการของหน่วยงานที่ได้ปีละ 4,000 ล้านบาท โดยสภาพคล่องปัจจุบันอยู่ที่ 1,700 ล้านบาททั้งหมด เก็บไว้ใช้จ่ายให้กับโครงการที่กองทุน สสส. อนุมัติและรอการเบิกจ่าย
ก่อนจะทิ้งท้ายถึงนโยบายการบริหารเงินกองทุน สสส.เพื่อความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนคือ 1.ยกเลิกการหาผลประโยชน์จากสินทรัพย์ 2.การรักษาเงินสภาพคล่อง และ 3.ส่วนต่างเงินกองทุนที่เหลือ นำมาทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพประชาชน
นายพัฒนา ชี้แจงด้วยว่า ในฐานะรองประธานบอร์ด สสส. ได้พูดคุยและปรับกระบวนการทำงาน ให้สอดคล้องและรักษา KPI ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ส่วนการสำรองเงินสภาพคล่อง กำหนดให้มีใช้เพียงพอประมาณ 3-4 เดือน พยายามลดลงให้ได้เหลือ 1,500 ล้านบาท จากเดิมที่มียอดสำรองเงินสูงสุดกว่า 2,000 ล้านบาท ในปี 2570 ได้พูดคุยว่า กองทุน สสส. ควรนำตัวชี้วัดและกิจกรรม กระทรวงสาธารณสุข เป็นตัวชี้วัดของ สสส. เช่น ลด เลิก ยาสูบ ส่งเสริมสุขภาพจิต
"รัฐบาลมีแนวคิดปรับปรุงการทำงานของ สสส. งบที่ได้รับปีละ 4,000 ล้านบาท การทำงานต้องปรับให้เหมาะสมกับความเสี่ยงสุขภาพของประชาชน หลังเข้าสู่ยุคสูงวัย การที่ดึงกองทุน สสส. ทำงานร่วมกระทรวงสาธารณสุข จะทำให้ใช้เงินเหมาะสม และนำตัวชี้วัดของกระทรวงอื่น ๆ ที่ดูแลสุขภาพมาใช้ จะทำให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ส่วนการเปิดเผยข้อมูล กองทุน สสส. ใช้ส่วนใดบ้าง จะนำเข้าที่ประชุม สสส. และนำมารายงาน เปิดเผยให้ประชาชนรับรู้วงกว้างมากขึ้น" นายพัฒนา ชี้แจง
กรมชลประทานตั้งศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต รับมือฝนระลอกใหม่
นายกฯ จี้โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมสัปดาห์นี้ ย้ำจ่ายตรงรายวัน ไม่รอสรุปยอดรวม
"เมืองปราจีนบุรี" บางจุดน้ำยังท่วมสูง ส่วน "บ้านสร้าง" ระดับน้ำเพิ่ม 15 ซม.
ประกาศ ฉ.8 เตือน 51 จังหวัด-กทม.ฝนตกหนักถึงหนักมาก 5 ต.ค.
แก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส
ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
พ.ร.บ.องค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
今天(2026年10月5日),在参议院第二副议长汶颂诺伊索蓬先生主持的参议院会议上,参议员普拉蓬·唐斯里基亚库尔就泰国健康促进基金会(THPF)资产营利行为的监管措施向总理提出书面质询,该监管措施依据《宪法》第9(3)条制定。THPF已根据《宪法》第8(7)条制定了关于基金财务、会计和资产的规章制度,其中规定该基金可以按董事会批准的比例投资于债务和股权工具。有人认为,这些规章制度正将该组织引入一个完整的营利体系,类似于商业机构管理私人基金的方式。
此外,还引用了国务委员会第 1439/2017 号裁决,该裁决规定了泰国公共广播组织基金的监管标准,并对措辞作了如下解释:
专门机构的资产利用,其预算来源于从烟酒税中拨付的税收收入,必须严格解释为仅限于基本的流动性管理,不得涉及市场风险和逐利行为。控制对债务工具、债券或普通股的投资,属于母法未授权或禁止的交易。因此,需要向政府提出以下问题:政府采取了哪些措施来监管和监督此类行为?
公共卫生部长帕塔纳·普罗姆帕特先生回应质询时表示,政府已针对此领域制定了相应的监管措施。他解释说,泰国健康促进基金会(ThaiHPF)和泰国公共服务委员会(Thai PBS)的法律地位不同。ThaiHPF作为一个基金运作,法律授权其在相关法规和指导方针的框架下利用其资产创造收益。这些法规包括管理该基金的具体法律以及管理循环基金的法律。
然而,就泰国公共广播公司(Thai PBS)而言,其组织架构、资金管理和资产管理的法律主要依据是《泰国公共广播服务法》(TPBS)。它并不像泰国健康促进基金会(Thai HPF)那样具有循环基金的地位。泰国最高行政法院对此进行了解释并得出结论:“设立该机构的法律并未赋予其从资产中获取收入的权力,而是以设立该机构的法律为主要依据来管理其资金、资产和财产。”
政府确认已指示泰国健康促进基金会(THPF)在解读有关营利性条款时务必格外谨慎,确保该基金不会将其流动资金全部用于营利或获取回报,因为这可能触犯法律。政府还重申,THPF基金仅限于每年获得40亿泰铢资助的机构的运营,目前17亿泰铢的流动资金已预留用于THPF批准的待拨付项目。
最后,泰国健康促进基金会(THPF)的基金管理政策,为确保公共卫生促进资源的安全和最佳利用,包括:1. 停止从资产中产生收入;2. 保持财务流动性;以及 3. 将任何剩余的资金盈余用于公共卫生促进活动。
帕塔纳先生解释说,作为泰国健康促进基金会(THPF)董事会副主席,他已与公共卫生部合作,讨论并调整了工作流程,以使其与关键绩效指标(KPI)保持一致并维持其有效性。关于流动资金储备,他表示,目前需要足够的资金维持大约3-4个月的运营,并正努力将储备金从2027年超过20亿泰铢的峰值降至15亿泰铢。他还指出,THPF基金应以公共卫生部的指标和活动作为自身的绩效指标,例如减少烟草使用和戒烟,以及促进心理健康。
“政府制定了一项计划,旨在改善泰国健康促进基金会(THPF)的运作。该基金会年度预算为40亿泰铢,其工作必须适应民众的健康风险,尤其是在我们步入老龄化社会之际。将THPF的资金与公共卫生部整合,将确保资金得到更合理的利用。此外,引入其他卫生部门的绩效指标,将提高预算使用的效率和效益。至于THPF资金使用情况的公开问题,将在THPF会议上进行讨论,之后会发布报告并向公众公布。”帕塔纳先生解释道。
为应对新一轮降雨,皇家灌溉部门已设立危机情况下的水资源管理协调中心。
总理敦促本周拨付洪水救济资金,并强调款项将按日直接支付,不会等待总额的最终汇总。
在巴真府的部分地区,洪水水位仍然很高,而在班桑,水位上升了 15 厘米。
第 8 号公告:10 月 5 日曼谷及 51 个府将出现大到暴雨预警。
修改泰国公共服务法案。
泰国公共广播组织法草案。
泰国公共广播法