“ศุภณัฐ” ไล่บี้รัฐบาลจัดระเบียบ Data Center ด้าน “เอกนัฏ” สั่งปูพรมตรวจอาคารทุกแห่งในกทม.“Supanut”向政府施压,要求其对数据中心进行监管;而“Ekanat”则下令对曼谷所有建筑物进行全面检查。
“ศุภณัฐ” ไล่บี้รัฐบาลจัดระเบียบ Data Center หลังพบอาศัยช่องโหว่กฎหมายขออนุญาตจัดตั้ง ด้าน “เอกนัฏ” แจงเร่งประกาศจัดระเบียบ สั่งปูพรมตรวจอาคารทุกแห่งในกทม.

“ศุภณัฐ” ไล่บี้รัฐบาลจัดระเบียบ Data Center หลังพบอาศัยช่องโหว่กฎหมายขออนุญาตจัดตั้ง ด้าน “เอกนัฏ” แจงเร่งประกาศจัดระเบียบ สั่งปูพรมตรวจอาคารทุกแห่งในกทม.
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 3 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร สอบถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เรื่องปัญหา Data Center แต่นายกฯติดภารกิจ จึงมอบให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงานชี้แจงแทน
โดยนายศุภณัฐ สอบถามว่า ประชาชนมีความกังวลการควบคุม Data Center โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยที่มีการกักเก็บน้ำมันเป็นแสนลิตรในอาคารที่ติดตั้ง Data Center บางแห่งขออนุญาตจัดเก็บน้ำมันถูกต้อง แต่บางแห่งไม่รู้ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ มีใบอนุญาตการเก็บน้ำมันหรือไม่ ปัญหาคือ กทม. และรัฐบาลไร้การควบคุม ปล่อยให้อาศัยช่องโหว่กฎหมายตั้ง Data Center ตั้งกลางกรุงโดยผิดกฎหมาย พบการทำผิดกฎหมาย
คือ 1.การขออนุญาตก่อสร้าง Data Center อ้างเป็นอาคารคลังสินค้า
2.ให้ตั้ง Data Center ได้ทุกพื้นที่ โดยไม่ผิดกฎหมายผังเมือง
3.ไม่ต้องทำผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) แม้ว่าจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว นายกฯในฐานะรมว.มหาดไทย รับทราบปัญหา Data Center มาตลอด แต่ไม่แก้ไข จะมีมาตรการแก้ไขอย่าง
นายศุภณัฐกล่าวว่า ไม่อยากได้รัฐบาลแมวไล่จับหนู วัวหายล้อมคอก เน้นไล่ปิดโรงงานหลังเกิดเหตุ แต่คาดหวังการออกระเบียบควบคุม Data Center จะทำเมื่อไร เสร็จเมื่อไร ที่ผ่านมานายกฯเพิกเฉย ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ อีกทั้งประชาชนเข้าถึงข้อมูลอาคาร Data Center น้อยมาก ไม่ทราบรายละเอียดอะไรเลย เช่น มีกี่แห่ง ได้รับใบอนุญาตกี่แห่ง ตอนมาขอก่อสร้าง ไม่ได้บอกสร้าง Data Center แต่บอกสร้างอาคารคลังสินค้า ยิ่งเมื่อไม่ต้องทำอีไอเอก็ยิ่งไม่มีข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบ เพราะไม่ต้องขอใบอนุญาตต่อท้องถิ่น ทุกอย่างถูกปกปิดหมด อยากทราบว่า การจัดระเบียบควบคุม Data Center จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ชี้แจงกระทู้สดแทนนายกรัฐมนตรีว่า กรณีปัญหาการควบคุมศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันรัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบและจัดระเบียบอย่างจริงจัง หลังพบประเด็นการจัดเก็บน้ำมันปริมาณมากเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า กระทรวงพลังงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และพบถังเก็บน้ำมันความจุเกิน 150,000 ลิตรที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย พร้อมเตรียม ปูพรมตรวจสอบ Data Center ทุกแห่งในกรุงเทพฯ หากพบการดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มอง Data Center เพียงในมิติของการลงทุนหรือเศรษฐกิจ แต่ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน และทรัพยากร โดยปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมานาน 3-4 ปี และบางถังน้ำมันมีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2563 จึงจำเป็นต้องเร่งจัดระบบให้ชัดเจน
“หากนำน้ำมันมาปั่นไฟสำรองใช้ในพื้นที่ชุมชน กทม. ทำไม่ได้ ดังนั้นต้องจัดระเบียบใหม่ ต้องตรวจสอบจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและไม่กระทบประชาชน พร้อมวางเกณฑ์การใช้ทรัพยากรน้ำและไฟที่เหมาะสม” นายเอกนัฏ กล่าว
นายเอกนัฏ ยังเปิดเผยว่า ได้หารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ระงับส่วนที่เกี่ยวข้องไว้ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมยอมรับว่าการตรวจสอบ Data Center ทั้งระบบต้องใช้เวลา โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับ “หลักเดือน” เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างรอบด้านและรัดกุม
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลการจัดระเบียบใหม่ เพื่อให้การพัฒนา Data Center เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม
นายเอกนัฏ กล่าวย้ำว่า เรื่อง Data Center เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ตั้งแต่การขออนุญาตก่อสร้าง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ จึงต้องบูรณาการการทำงานของหลายกระทรวง พร้อมกำชับว่า ตอนนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้จริงจัง ระหว่างมีกฎหมายใหม่
“Supanut”在发现有人利用法律漏洞获取数据中心建设许可证后,向政府施压,要求其规范数据中心。“Ekanat”解释说,政府正在加快出台相关法规,并已下令对曼谷所有数据中心建筑进行全面检查。
2026年9月3日上午10点45分,众议院在国会大厦召开会议,由议长索蓬·萨拉姆主持。会议审议了人民党曼谷选区议员苏帕纳·明猜南提出的紧急质询,该质询涉及总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔关于数据中心问题的表态。然而,总理因其他公务无法出席,便委托能源部长埃卡纳·普罗姆潘代为答复。
苏帕纳先生询问了公众对数据中心监管的担忧,特别是安全问题,尤其是在这些数据中心所在的建筑物内储存着数十万升石油的情况下。一些数据中心拥有合法的石油储存许可证,但其他数据中心是否持有合法许可证尚不清楚。问题在于曼谷市政府和政府监管不力,导致法律漏洞被利用,在市中心设立非法数据中心。目前已发现一些非法活动。
具体而言,1. 数据中心的建筑许可证申请虚假地声称是仓库建筑。
2. 数据中心可以建在任何区域,而不会违反城市规划法。
3. 无论项目规模多大,都不需要进行环境影响评估(EIA)。过去两年,总理兼内政部长一直知晓数据中心问题,但并未采取任何措施。是否会有解决办法?
苏帕纳先生表示,他不希望政府像亡羊补牢那样,只顾着在事故发生后关闭工厂,而忽略了对数据中心的监管。他希望数据中心监管条例能够尽快出台并完善。他指出,总理忽视了这个问题,公众获取数据中心建筑信息的渠道非常有限。诸如设施数量和已颁发许可证等细节信息都很少。他解释说,在建设过程中,他们并没有明确标明这是数据中心,而是标明了仓库。由于无需进行环境影响评估(EIA),公众获取信息的渠道也更加有限,因为无需获得地方政府的许可。一切都被保密了。他想知道数据中心的监管条例何时才能最终确定。
能源部长埃卡纳·普罗姆潘代表总理就曼谷数据中心管控问题作出紧急质询。他确认,在发现大量石油被用作燃料储备,可能危及公共安全后,政府正在对此事进行彻底调查和监管。
埃卡纳特先生还表示,能源部自上周起已派官员前往该地区进行检查,发现未经授权的储油罐容量超过15万升。因此,已采取法律行动。能源部也正准备对曼谷所有数据中心进行全面检查。如发现任何数据中心无证运营,将依法采取严厉的法律措施,最高可判处两年监禁。
能源部长表示,政府看待数据中心并非仅仅从投资或经济角度出发,而是必须考虑包括安全、环境、能源利用和资源在内的所有方面。过去三四年间,问题不断累积,部分油罐早在2020年就已安装,因此亟需建立一套清晰有序的体系。
“在曼谷,使用石油为社区提供备用电源是不允许的。因此,我们需要对现有系统进行重组。我们必须进行彻底调查,直到确信这样做既经济实惠又不会对公众造成负面影响。我们还必须制定适当的水资源和电力资源使用标准。”埃卡纳特先生说道。
埃卡纳特先生还透露,他已与曼谷市长查察·西提蓬先生商议,在调查期间暂停所有相关事宜。他承认,对整个数据中心系统进行全面彻底的检查需要时间,预计需要“数月”。
8月5日,内阁决议颁布总理府规章并成立数据中心委员会。副总理兼财政部长埃克尼蒂·尼蒂坦普拉帕斯先生将负责监督新规的实施,以确保数据中心的高效发展,在创造经济效益的同时,保护环境并确保资源的合理利用。
埃卡纳特先生重申,数据中心问题涉及多个部门,包括建筑许可、环境影响、能源使用和水资源管理等,因此必须由多个部委协同合作。他还强调,在制定新法律的同时,必须严格执行现有法律。