← 返回新闻首页
泰国权威

ปรับลดระบายน้ำเขื่อนใหญ่หลายแห่ง หน่วงน้ำช่วยพื้นที่ตอนล่าง

สทนช.อัปเดตสถานการณ์ลุ่มน้ำ ปรับลดการระบายน้ำเขื่อนใหญ่ เพื่อหน่วงน้ำลดผลกระทบพื้นที่ตอนล่าง แต่ยังคงระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯ 500 ลบ.ม./วินาที พร้อมเร่งพร่องน้ำเขื่อนแก่งกระจาน รองรับฝน

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
为了节约用水并帮助下游地区,几座主要水坝的泄水量已经减少。

วันนี้ (7 ต.ค.2569) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช.ได้ประชุมเร่งด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งจากการติดตามคาดการณ์ฝนในระยะต่อไปโดยกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ พบว่า ในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้

สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ได้ปรับลดการระบายน้ำอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ตอนล่าง ยกเว้นเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก หลังจากมีการหน่วงน้ำไว้ระยะเวลาหนึ่ง จำเป็นต้องระบายน้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) หากควบคุมระดับน้ำได้แล้วจะทยอยปรับลดการระบาย

ที่ประชุมฯ ได้หารือแนวทางการเร่งปรับลดระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยพิจารณาจากปริมาณน้ำหน้าเขื่อนที่ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะเริ่มทยอยลดการระบายน้ำได้ในวันนี้ (7 ต.ค.) จากอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,400 ลบ.ม./วินาที

ขณะที่การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง ต้องควบคุมระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งโดยเร็ว

ด้านลุ่มน้ำบางปะกง บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี มีปริมาณน้ำมาก ขณะนี้มวลน้ำจากพื้นที่ จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี และนครนายก ไหลมารวมกันบริเวณ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเขื่อนสียัด เขื่อนนฤบดินทรจินดา เขื่อนขุนด่านปราการชล ได้ช่วยหน่วงมวลน้ำไว้ส่วนหนึ่ง แต่ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักในพื้นที่เขื่อนต่าง ๆ ทำให้มีน้ำไหลเข้าปริมาณมาก ประกอบกับมีฝนตกหนักในพื้นที่ท้ายเขื่อนสียัด ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ทั้งนี้ เนื่องจาก จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่ต่ำที่ระบายน้ำออกได้ยาก จึงจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายออกสู่ทะเล โดยต้องคำนึงถึงระดับน้ำทะเลหนุนในแต่ละช่วงเวลา เพื่อเร่งให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ปัจจุบันเขื่อนแม่กลองปรับลดการระบายน้ำแล้ว สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย โดยเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ จะบริหารจัดการน้ำไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ตอนล่าง โดยยังต้องติดตามปริมาณน้ำไหลเข้าอย่างใกล้ชิด

ส่วนลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก และคาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นในช่วงหลังจากนี้ จึงต้องเฝ้าระวังและเร่งพร่องน้ำออกจากเขื่อนเพื่อรองรับฝน ขณะที่ จ.สมุทรปราการ อยู่ระหว่างเร่งสูบระบายน้ำลงทะเล เพื่อลดระดับน้ำท่วมขังในพื้นที่

เลขาธิการ สทนช. กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำหน่วยงานให้พิจารณาปรับการระบายน้ำให้สมดุลกับน้ำที่ไหลเข้าเขื่อน โดยต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค รวมถึงผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน เช่น ผู้เพาะเลี้ยงปลาในกระชัง พร้อมให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์และการปรับการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความมั่นคงและปลอดภัยของตัวเขื่อน

กรมชลฯ จ่อระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลอง เพิ่มมากกว่า 1,200 ลบ.ม./วินาที

กทม.เร่งพร่องน้ำ เตรียมรับฝน 10–13 ต.ค. ห่วงฝั่งตะวันออกยังเปราะบาง

ปภ.เผยน้ำท่วม 27 จังหวัด-กรุงเทพฯ กระทบประชาชน 3.1 ล้านคน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻