พบหลักฐาน "เจ้าหน้าที่รัฐ" คอยแจ้งข้อมูลให้ขบวนการค้ามนุษย์有证据表明,“政府官员”向人口贩卖团伙提供信息。
ผงะ! ตำรวจพบหลักฐานอ้างมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยแจ้งข้อมูลให้ขบวนการค้ามนุษย์ระวังตัว ขณะพบร่องรอยผู้เสียหายย่านรามคำแหงถูกทำร้ายร่างกาย

วันนี้ (16 ต.ค.2569) จากกรณีที่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ "พิทักษ์กุหลาบตูม" นำหมายศาลบุกเข้าทำการจับกุมทลายขบวนการค้ามนุษย์บังคับใช้แรงงานเด็ก เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2569 ที่ ซอยรามคำแหง 122 และ ซอยรามคำแหง 120 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กทม. ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ชาวเมียนมา จำนวน 8 คน ดังนี้
เด็กหญิงอายุ 5 ปี จำนวน 1 คน
เด็กหญิงอายุ 12 ปี จำนวน 3 คน
เด็กชายอายุ 14 ปี จำนวน 1 คน
เด็กสาวอายุ 15 ปี จำนวน 1 คน
เด็กสาวอายุ 18 ปี จำนวน 1 คน
หญิงสาวอายุ 28 ปี จำนวน 1 คน
มีรายงานว่า ผู้เสียหายทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหาย โดยทีมสหวิชาชีพจากหลายหน่วยงาน ซึ่งพบข้อมูลว่า ผู้เสียหายทั้งหมดถูกทำร้ายร่างกาย และการข่มขู่ รวมไปถึงการใช้ช้อนบนไฟนาบ ทำให้เกิดบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งยังพบรอยแผลอยู่บนร่างกายของเด็กผู้เสียหายบางคน โดยทีมสหวิชาชีพได้ ส่งข้อมูลหลักฐานทั้งหมดนี้ให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อประกอบการดำเนินคดีแล้ว
นอกจากนี้จากการสอบปากคำผู้ถูกจับกุมยังพบข้อมูลเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องช่วยเหลือขบวนการค้ามนุษย์นี้ โดยพบหลักฐานในแชตของผู้ต้องหาคนหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่รัฐบางคนจะแจ้งวันเวลาที่จะมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่าง ๆ จะเข้ามาตรวจในย่านข้าวสาร ซึ่งเป็นที่ผู้ต้องหาพาเด็กไปเร่ขายดอกไม้ เพื่อให้ผู้ต้องหาได้พาเด็กหลบออกไป และยังมีหลักฐานการส่งผลการตรวจสอบพิกัดของผู้เสียหายที่หนีออกมา ให้กับผู้ต้องหาเพื่อติดตามหาตัวผู้เสียหาย
ซึ่งทาง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้มีคำสั่งให้ประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ขยายผลเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์ และตรวจสอบความถูกต้องที่มาของเอกสารประจำตัวผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย
มีรายงานว่าเด็กผู้เสียหาย จะถูกนำตัวไปเร่ขายดอกไม้ น้ำส้ม และพวงมาลัย ในย่านที่มีคนพลุกพล่าน เช่นตามร้านอาหาร และย่านแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน กทม. ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำเรื่อยไปจนกลับมาถึงที่พักในเวลา 04.00 น.
โดยล่าสุด ผู้เสียหายทั้ง 8 คน ได้อยู่ในความดูแล พักพิง และฟื้นฟู ของทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แล้ว
จากการสอบถามเด็กผู้เสียหายให้การว่า ถูกขบวนการนำพาเข้ามาจากชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยจะให้ท่องชื่อเวลาถูกเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจถาม ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้
ดังนั้นตัวผู้นำพาจะให้เด็กแกล้งหลับบนรถเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะไม่ปลุกขึ้นมาซักถาม พร้อมทั้งได้จัดเตรียมเอกสาร ที่ได้มาโดยมิชอบนั้นแสดงกับเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจ
จับเครือข่ายค้ามนุษย์ หลังนำเยาวชนเร่ขายดอกไม้ถนนข้าวสาร
คืบหน้าขว้างไปป์บอมบ์ใส่ฐาน ชคต.บันนังสตา จ.ยะลา บาดเจ็บ 5 นาย
เก็บกู้ระเบิดอีก 1 ลูกในฐาน ชคต.บันนังสตา ถูกขว้างไปป์บอมบ์
今天(2026年10月16日),在内政部副部长沃拉西·连普拉西先生的领导下,联合省行政厅特勤队开展了名为“守护萌芽玫瑰”的行动,于2026年10月13日在曼谷沙潘松区沙潘松街道兰甘亨122巷和兰甘亨120巷执行法院搜查令,捣毁了一个人口贩卖团伙并强迫童工。行动中,八名缅甸人口贩卖受害者获救。
一名5岁女孩。
三个12岁的女孩。
一名14岁男孩。
一名15岁女孩。
一名18岁女孩。
一名28岁的女性。
据报道,所有受害者均已进入国家转介机制(NRM)程序,由来自不同机构的多学科团队进行受害者筛查和访谈。调查显示,所有受害者均遭受身体虐待和威胁,包括被勺子在火上烫伤,导致受伤。部分儿童受害者身上也有可见的伤口。多学科团队已将所有证据提交给邦灿警察局调查人员,以支持法律诉讼程序。
此外,对被捕人员的审讯显示,政府官员参与协助该人口贩卖团伙。在其中一名嫌疑人之间的聊天记录中发现的证据显示,一些政府官员告知他们各机构将在考山路一带进行巡查的日期和时间,而嫌疑人正是带着孩子去那里卖花,以便他们帮助孩子逃跑。还有证据表明,逃跑受害者的GPS坐标被发送给嫌疑人,以协助追踪他们。
内政部副部长波尔佩拉·苏万纳查维先生、杰塞斯·泰塞斯先生和沃拉西特·连普拉西特先生已下令与国家反腐败委员会(NACC)办公室协调,扩大调查范围,起诉协助和支持人口贩运团伙的政府官员,并核实此案涉案人员的身份证明文件的真实性。
报道显示,受害儿童被带到曼谷的餐馆和主要旅游景点等拥挤的地方,从傍晚一直卖鲜花、橙汁和花环,直到凌晨 4 点才返回住处。
目前,所有八名受害者均在社会发展和人类安全部 (MSDHS) 的照料、庇护和康复之下。
经询问,受害儿童表示他们是从泰国达府湄索县边境被偷渡入境的。他们在检查站被官员盘问时被迫说出自己的名字,而且大多数孩子不会说泰语。
因此,带头人会让孩子们假装在车里睡觉,以免被官员叫醒盘问。他们还会准备一些非法获取的文件,以便在检查站出示给官员。
人口贩卖团伙被捣毁,该团伙诱骗青少年到考山路卖花。
关于亚拉府班南萨塔边境巡逻基地发生的管状炸弹袭击事件的最新进展:5名官员受伤。
在班南萨塔边境巡逻基地还发现了一枚炸弹,是一枚管状炸弹。