กทม.จัดทีมช่างกว่า 500 คน ประเมินความเสียหายบ้านน้ำท่วม - ยอดพุ่ง 1.06 ล้านคำร้อง曼谷市政府 (BMA) 已部署 500 多名技术人员评估房屋洪水损失,索赔数量飙升至 106 万起。
ผู้ว่าฯ กทม. เผยจัดทีมช่างกว่า 500 คน ประเมินความเสียหายบ้าน เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ย้ำ SMS ไม่มีแนบลิงก์ อนุมัติแล้วกว่า 4 แสนครัวเรือน ขยายเวลายื่นเอกสารถึง 30 พ.ย. พร้อมทำความเข้าใจสถานะคำร้อง "เขียว-เหลือง-แดง" ตรวจสอบตามสิทธิและหลักฐาน

วันนี้ (21 ต.ค.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการเตรียมความพร้อมสำรวจความเสียหายบ้านเรือนของประชาชน ณ หน้าห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวมดีขึ้น ปัจจุบันเหลือพื้นที่ประสบสาธารณภัย 2 เขต ได้แก่ เขตลาดกระบัง และ เขตหนองจอก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมคลองที่ยังมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากต้องรับน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย กทม. เร่งฟื้นฟูพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการจัดเก็บขยะและการเร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของเมืองที่มีประชากรหนาแน่น พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกสำนักงานเขต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติงานจนสามารถจัดเก็บขยะออกจากพื้นที่ได้แล้วประมาณ 25,000 ตัน ช่วยให้ประชาชนจำนวนมากกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนได้รับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นได้รวดเร็ว โดย กทม. จะเร่งพิจารณาคำร้องที่มีข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนก่อน ส่วนกรณีที่ต้องตรวจสอบสิทธิหรือขอเอกสารเพิ่มเติม จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
ทั้งนี้ กทม. ได้ขยายระยะเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติมและแก้ไขข้อมูลไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.2569 เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมหลักฐานมากขึ้น พร้อมปรับการให้บริการของสำนักงานเขตให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ยื่นคำร้อง โดยประชาชนสามารถทยอยติดต่อได้ตลอดวัน ไม่จำเป็นต้องเร่งเดินทางมาในช่วงเวลาเดียวกัน
จากข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค.2569 กทม. มีคำร้องผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐประมาณ 1.06 ล้านครัวเรือน สำนักงานเขตอนุมัติแล้ว 408,427 ครัวเรือน แบ่งเป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท จำนวน 215,160 ครัวเรือน และผู้ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท จำนวน 193,267 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวม 2,902,775,000 บาท โดยข้อมูลการโอนเงินล่าสุดที่แสดงในเอกสารสรุป ณ วันที่ 17 ต.ค.2569 ระบุว่าโอนสำเร็จแล้ว 248,643 ครัวเรือน
ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า การอนุมัติเงินต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ ไม่สามารถอนุมัติให้ทุกคำร้องโดยอัตโนมัติ หากพบข้อมูลผิดปกติ เช่น มีผู้ยื่นคำร้องจำนวนมากผิดสังเกตในอาคารหรือห้องเช่าแห่งเดียว จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบสิทธิการอยู่อาศัยและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและรักษาความเป็นธรรมแก่ผู้ประสบภัยที่เดือดร้อนจริง
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวด้วยว่า ประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิง กทม. อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้มีคณะกรรมการศึกษาทบทวนอย่างรอบด้าน โดยเปิดรับความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน เพื่อให้สามารถชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนได้อย่างชัดเจน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อพิจารณาว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวควรจัดตั้งโดยกรุงเทพมหานคร หรือโดย สทนช. เพื่อให้การศึกษาทบทวนมีความเหมาะสมและเป็นกลาง โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากหลากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลประเด็นการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาและทบทวนข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถตอบข้อสงสัยและชี้แจงข้อกังวลของประชาชนได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ กทม.จะให้สำนักงานเขตทบทวนจุดเสี่ยงน้ำท่วม ทั้งในหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่สาธารณะ รวมถึงระบบคลองและการระบายน้ำ เพื่อวางแผนป้องกันและลดผลกระทบในปีต่อไป พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากประชาชนและภาคเอกชนเกี่ยวกับแนวทางปรับปรุงพื้นที่ เช่น การทำแนวกั้นน้ำหรือการพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมในหมู่บ้านและชุมชน
ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" มีหลายขั้นตอน เนื่องจาก กทม. มีรูปแบบที่อยู่อาศัยหลากหลาย ทั้งบ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ อาคารชุด และชุมชนที่มีบ้านหลายหลังหรือหลายห้องอาจใช้เลขที่อยู่เดียวกัน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิและข้อมูลให้ชัดเจนก่อนอนุมัติจ่ายเงิน
สถานะคำร้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- สีเขียว: ข้อมูลผู้ร้องตรงตามหลักเกณฑ์และฐานข้อมูลเดิม เอกสารครบถ้วน ไม่มีข้อขัดแย้ง สามารถพิจารณาอนุมัติได้โดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม บางคำร้องอาจยังต้องส่งหลักฐานความเสียหายเพิ่มเติม
- สีเหลือง: ต้องตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม เช่น สิทธิในการรับความช่วยเหลือ หลักฐานการอยู่อาศัย ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง หรือกรณีบ้านไม่มีเลขที่และข้อมูลไม่ตรงกัน อาจต้องขอเอกสารเพิ่มหรือลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายกรณี
- สีแดง: ไม่เข้าเงื่อนไขรับความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์หรือกฎหมาย เช่น กรณีบ้านพักข้าราชการ โดยผู้ยื่นคำร้องยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้
กทม. ขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับสิทธิหรือเอกสารที่ต้องใช้ สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนยื่นข้อมูล เพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดภาระการตรวจสอบซ้ำ ทั้งนี้ การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย
รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า กทม. เตรียมเร่งดำเนินการผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สิน โดยเป็นกระบวนการแยกจากการรับเงินบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ผู้ที่เข้าเกณฑ์อาจยื่นขอความช่วยเหลือได้ทั้งสองส่วนตามหลักเกณฑ์ของแต่ละโครงการ
ยอดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผ่านระบบ Claim Bangkok เพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยข้อมูล ณ วันที่ 20 ต.ค.2569 เวลา 16.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 134,752 คำร้อง ครอบคลุมความช่วยเหลือหลายประเภท ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ ค่าที่พักชั่วคราว และค่ารักษาพยาบาล
สำหรับประเภทความช่วยเหลือที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ 96,041 คำร้อง รองลงมาคือค่าซ่อมแซมบ้าน 72,848 คำร้อง ค่าเครื่องมือและทุนประกอบอาชีพ 37,737 คำร้อง ค่าที่พักชั่วคราว 21,718 คำร้อง และค่ารักษาพยาบาล 1,679 คำร้อง
ส่วน 5 เขตที่มีจำนวนผู้ลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง 20,045 คำร้อง เขตบางกะปิ 14,251 คำร้อง เขตสายไหม 11,145 คำร้อง เขตคลองสามวา 8,291 คำร้อง และเขตมีนบุรี 7,269 คำร้อง ตามลำดับ
ทั้งนี้ Claim Bangkok เป็นช่องทางยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามประเภทความเสียหาย โดยประชาชนสามารถส่งข้อมูลและเอกสารหลักฐานผ่านระบบออนไลน์ เช่น ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานการอยู่อาศัย หรือหลักฐานการประกอบอาชีพ เพื่อให้สำนักงานเขตตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของแต่ละประเภท โดยกรณีขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าหน้าที่จะต้องลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหายจริง ก่อนนำผลเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการประเมินค่าซ่อมแซมบ้าน เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจริง เช่น พื้น ผนัง ประตู หน้าต่าง และวัสดุส่วนที่ชำรุด เพื่อประเมินปริมาณและมูลค่าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดย กทม. เตรียมระดมกำลังนายช่างจากส่วนกลางและสำนักงานเขตบัดดี้ รวมประมาณ 500 คน จัดทีมตรวจประเมินอย่างน้อยทีมละ 2 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อให้การตรวจสอบมีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบย้อนหลังได้
กทม. ได้จัดทำแบบฟอร์มมาตรฐานสำหรับการตรวจประเมิน เพื่อให้ทุกทีมใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน พร้อมวางกระบวนการรวบรวมผลตรวจกลับเข้าสำนักงานเขต และให้คณะกรรมการระดับเขตพิจารณาตามขั้นตอน ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการอนุมัติเงินช่วยเหลือต่อไป โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยดำเนินการจ่ายเงินให้บางกรณีได้ในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์แรกหลังเริ่มกระบวนการ หากเอกสารครบถ้วนและไม่มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
สำหรับการช่วยเหลือผ่าน Claim Bangkok ประชาชนสามารถยื่นคำร้องและส่งเอกสารประกอบทางออนไลน์ได้ โดยเฉพาะกรณีอุปกรณ์ประกอบอาชีพเสียหาย ค่ารักษาพยาบาลจากการประสบภัย และค่าเช่าที่พักชั่วคราว ซึ่งต้องมีหลักฐานประกอบตามเงื่อนไข ส่วนกรณีค่าซ่อมแซมบ้านจะต้องมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจประเมินความเสียหายจริง
เพื่อให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมิน กทม. เตรียมใช้ระบบข้อความ SMS แจ้งกำหนดการที่สำนักงานเขตจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายล่วงหน้า พร้อมจัดให้มีวันสำรองตามความเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนอยู่บ้านและจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้
กทม. ยืนยันว่า ข้อความ SMS แจ้งนัดหมายจะไม่มีการแนบลิงก์ โดยจะระบุข้อมูลเกี่ยวกับการนัดหมายตรวจประเมิน และแนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ทางการของกรุงเทพมหานครเท่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่จะต้องมีบัตรประจำตัวเพื่อแสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กทม. ทั้งนี้ จะแจ้งตัวอย่างข้อความและกำหนดการเริ่มส่ง SMS ให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบอีกครั้ง
ทั้งนี้ กทม. ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบตรวจสอบสิทธิและเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วน โดยความช่วยเหลือผ่าน Claim Bangkok ครอบคลุมกรณีต่าง ๆ ตามหลักเกณฑ์ เช่น
- ค่าซ่อมแซมบ้านที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยต้องผ่านการตรวจประเมินตามขั้นตอน
- ค่าอุปกรณ์หรือทุนประกอบอาชีพที่ได้รับความเสียหาย โดยมีหลักฐานยืนยันการประกอบอาชีพและความเสียหาย
- ค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บจากอุทกภัย โดยใช้ใบรับรองแพทย์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
- ค่าเช่าที่พักชั่วคราว สำหรับผู้ประสบภัยที่เข้าเงื่อนไขและมีหลักฐานประกอบ
ส่วนอัตราเงินช่วยเหลือและเงื่อนไขการได้รับสิทธิเป็นไปตามระเบียบของแต่ละประเภท ประชาชนควรยื่นข้อมูลให้ตรงกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อประกอบการพิจารณา
กทม.ประกาศสิ้นสุดพื้นที่อุทกภัยเพิ่ม 6 เขต เหลือ "หนองจอก-ลาดกระบัง"
เตือน ฉ.9 ภาคใต้ฝนตกหนักมาก "ตะวันออก-กทม." ฝนเพิ่มขึ้น 21-25 ต.ค.
สทนช.เตือน 10 จังหวัดภาคใต้เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 23-26 ต.ค.
เงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย
เงินช่วยเหลือน้ำท่วม
ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วม
今天(2026年10月21日),曼谷市长查查特·西提蓬先生与副市长塔维达·卡莫尔韦奇女士在曼谷市政厅伊拉瓦特·帕塔纳大楼的曼谷市议会会议室前,向媒体通报了曼谷洪灾灾民的援助和救济工作进展情况以及房屋受损情况调查的准备工作。
曼谷市长表示,整体洪灾形势已有所好转。目前,仅有拉卡邦区和农卓区仍受灾。特别是,由于附近地区持续的洪水流入和流出,地势低洼地区和沿河社区仍然面临洪涝灾害。
随着局势缓和,曼谷市政府加快了灾区重建工作,减轻了民众的苦难,尤其注重垃圾清运和加快赔偿发放——这对于人口稠密的城市而言至关重要。曼谷市政府对所有区政府工作人员、政府机构、私营企业以及所有利益相关者表示衷心感谢,感谢他们的通力合作,成功从灾区清除了约2.5万吨垃圾,使许多居民得以恢复正常生活。
曼谷市长表示,通过“政府”应用程序申请援助是帮助市民快速获得首批救济金的关键机制。曼谷市政府将优先审核信息和证据齐全的申请。对于需要资格核实或补充文件的申请,将严格按照相关指南和法规进行审核,以确保援助的发放公正合理。
曼谷市政府已将提交补充文件和更正信息的截止日期延长至2026年11月30日,以便市民有更多时间准备相关证明材料。同时,市政府也调整了各区办事处的服务时间,以应对申请人数的增加,市民无需在同一时间段内集中前往办事处办理业务。
截至2026年10月20日,曼谷已通过政府手机应用程序收到约106万份申请。各区办事处已批准408,427户家庭的申请,其中215,160户家庭每户获得9,000泰铢,193,267户家庭每户获得5,000泰铢,总计2,902,775,000泰铢。根据2026年10月17日发布的文件汇总的最新转账信息,已有248,643户家庭成功收到款项。
曼谷市长强调,资金审批必须基于事实和标准,不能对所有申请都自动批准。如果发现任何违规行为,例如同一栋楼或同一出租单元的申请数量异常庞大,相关官员将立即展开调查,包括核实居住权和相关文件,以防止欺诈,并确保真正受影响者的权益得到保障。
曼谷市长表示,目前正与相关机构商讨曼谷防洪区管理问题,以成立一个委员会进行全面审查。该委员会将征求各界意见,以明确回应公众关切。目前,曼谷市政府正与国家水资源办公室(NWRO)商讨,确定该委员会应由曼谷市政府还是国家水资源办公室设立,以确保审查的适当性和公正性。审查过程将允许各界代表参与,并提供信息和意见。
总理已指示相关部门监督曼谷及其周边府县的防洪蓄水区的管理工作。这将有助于对相关数据进行全面研究和审查,以便明确回应公众关切并解答疑问。
此外,曼谷市政府将指示各区办事处对村庄、社区和公共场所(包括运河和排水系统)的易涝区域进行审查,以便制定来年的防洪减灾计划。曼谷市政府也欢迎公共和私营部门就如何改善这些区域提出建议,例如在村庄和社区修建防洪堤或开发防洪系统。
曼谷副市长塔维达·卡莫尔韦奇。
曼谷副市长塔维达·卡莫尔韦奇女士表示,通过“Thang Rat”申请系统提交的申请审核流程涉及多个步骤,因为曼谷的住房类型多样,包括出租房屋、公寓、住宅小区以及可能共用同一地址的多户或多房间社区。因此,在批准和发放资金之前,必须对申请资格和相关信息进行清晰的核实。
请求状态分为 3 组:
- 绿色:索赔人的信息符合标准,并与现有数据库相符。文件齐全,无冲突。无需补充文件即可考虑批准。但是,部分索赔可能仍需提供其他损害证明。
黄色:需要进一步核实信息或文件,例如援助资格、居住证明、实际损失情况,或房屋无地址或信息不一致的情况。根据具体情况,可能需要提供其他文件或进行现场检查。
- 红色:不符合援助资格标准或法律规定,例如政府住房援助。申请人仍可提出上诉。
曼谷市政府(BMA)恳请公众配合核实信息的准确性。如果您不确定自身权利或所需文件,请在提交信息前咨询相关部门,以避免出错并减少重复核实的需要。提供虚假信息可能构成违法行为。
曼谷副市长补充说,曼谷市政府正在通过“曼谷索赔”系统加快处理受损房屋和财产的市民的援助申请。这一流程独立于通过政府申请获得的初步救济金。符合条件的市民可以根据各项目的具体规定,同时申请这两个渠道的援助。
截至2026年10月20日下午4点,曼谷救济系统已收到134,752份关于曼谷洪灾救济的登记申请。这些援助涵盖生活费、房屋维修费、工具和商业资金、临时住所和医疗费等多个类别。
注册最多的援助类型是:生活津贴(96,041 份申请),其次是房屋维修(72,848 份申请),工具和商业资金(37,737 份申请),临时住所(21,718 份申请)和医疗费用(1,679 份申请)。
申请人数最多的前 5 个地区依次为:拉卡邦(20,045 份申请)、邦卡皮(14,251 份申请)、赛迈(11,145 份申请)、空三瓦(8,291 份申请)和民武里(7,269 份申请)。
“曼谷索赔”平台是一个提交额外援助申请的渠道,申请将根据损失类型而定。市民可以在线提交信息和证明文件,例如损失照片、居住证明或职业证明,供区政府根据各类损失的标准进行审核。如果申请房屋维修援助,工作人员需要进行现场勘察并评估实际损失,然后根据相关规定提交审核。
为了评估房屋维修费用,相关官员需要对实际损坏情况进行现场勘察,例如地板、墙壁、门窗和受损材料,以便根据既定标准估算损失的数量和价值。曼谷市政府(BMA)正准备从中央办公室及其合作的区级办公室调集约500名工程师。这些工程师将被分成至少由两名政府官员组成的评估小组,以确保评估工作的标准化、透明化和可追溯性。
曼谷市政府(BMA)制定了一套标准化的评估表格,以确保所有团队使用相同的评估标准。同时,市政府还建立了一套流程,用于收集评估结果并提交至各区办事处,由区级委员会进行审核,之后方可进入财政援助审批流程。预计在审批流程启动后的两周内,部分申请者即可开始领取援助金,前提是所有文件齐全且无需进一步调查。
如需通过“曼谷索赔”获得援助,市民可在线提交申请及相关证明文件,尤其适用于涉及受损职业设备、灾害造成的医疗费用以及临时住所租赁等情况。所需证明文件须符合相关条款和条件。房屋维修费用则需由官方人员进行现场损失评估。
为帮助市民做好灾情评估准备,曼谷市政府将通过短信系统提前通知居民各区办事处开展灾情评估的具体时间安排。市政府还将视情况安排其他评估日期,以便居民能够居家隔离并收集相关信息。
曼谷市政府(BMA)确认,用于通知预约的短信将不包含任何链接。短信内容仅包含评估预约信息,并建议收件人访问BMA官方网站查看更多详情。BMA工作人员进行现场访问时,必须出示身份证件以核实其BMA工作人员身份。BMA将在稍后公布短信示例以及向媒体和公众发送短信通知的具体时间安排。
曼谷市政府(BMA)要求受影响的市民核实自身是否符合资格并准备所有必要的证明材料。曼谷索赔服务(Claim Bangkok)可根据既定标准为各类情况提供援助,例如:
- 房屋因洪水受损后的维修费用,需经过评估程序。
- 受损设备或企业资金的损失,并附有证据证明占用情况和损失情况。
- 因洪水受伤而产生的医疗费用,需提供医疗证明及相关文件。
- 向符合资格标准并提供证明文件的灾民提供临时住宿租赁费用。
援助金额和资格条件因类别规定而异。市民应提交关于实际损失的准确信息,并保留相关证据以供审核。
曼谷市政府宣布又有六个区受洪水影响,目前只有农卓区和拉卡邦区仍被宣布未受洪水影响。
第九号预警:南部地区将有特大暴雨。10月21日至25日,东部地区和曼谷降雨量将增加。
国家水资源管理委员会警告称,10月23日至26日,南部10个省份面临突发洪水风险。
洪水救济资金
洪水救济资金
登记领取洪灾救济金。