← 返回新闻首页
泰国权威

กมธ.ป.ป.ช.ลุยสอบงบ "ไทยพีบีเอส" ปมจ้างผลิต-ใช้รถหลวง 22 ต.ค.

"อาสพลธ์" กมธ.ป.ป.ช.เผยนัดพิจารณางบ "ไทยพีบีเอส" ปมจ้างผลิต-ใช้รถหลวง 22 ต.ค. ปัดตอบรัฐบาลแก้กฎหมายดึงงบฯ เข้ากระเป๋า 1.4 หมื่นล้าน แต่เข้าสู่กระบวนการพิจารณางบฯ เพื่อเปิดการตรวจสอบ

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
国家反腐败委员会(NACC)将于10月22日对泰国公共电视台(Thai PBS)的预算,特别是制作合同和政府车辆的使用情况进行调查。

วันนี้ (21 ต.ค.2569) นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีข้อมูลที่ปรากฏในสื่อสาธารณะ และข้อมูลจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เกี่ยวกับการใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างของไทยพีบีเอส ว่า เป็นเหตุที่คณะกรรมาธิการได้นัดพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 22 ต.ค. โดยมีข้อสงสัยเรื่องค่าตอบแทนผู้ดำเนินรายการ รวมถึงค่าที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ได้เงินจำนวนหลายแสนบาท หรือแม้กระทั่งกรณีที่ไทยพีบีเอสมีบุคลากรจำนวนมาก แต่ยังจ้างบุคคลภายนอกผลิตรายการ

รวมถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าผู้บริหารใช้รถหลวง แม้จะมีค่าตอบแทนของตนเองอยู่แล้ว ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีแจ้งไทยพีบีเอสให้ออกระเบียบเพื่อรองรับเรื่องนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีระเบียบในเรื่องนี้ จึงเป็นข้อสงสัยที่ติดตามในสาธารณะและเป็นที่มาของการประชุมในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.)

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ไทยพีบีเอสได้รับการจัดสรรจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ ปีละไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี ผ่านมา 18 ปี รวมเป็น 36,000 ล้านบาท จึงเป็นหน้าที่ของกรรมการที่ต้องตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งตามที่ได้พิจารณาร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย แก้ไขแหล่งงบประมาณของไทยพีบีเอส มีการแก้ไขเฉพาะแหล่งที่มาของงบประมาณ แต่โครงสร้างการบริหารยังเหมือนเดิม ไม่ได้แตะต้อง โดยให้เป็นการของบประมาณเหมือนหน่วยงานศาล องค์กรยุติธรรมต่างๆ หรือแม้แต่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ยังคงมีความเป็นอิสระ

พร้อมย้ำว่า มี 2 ประเด็นหลักที่สังคมกำลังพิจารณา คือ 1.ควรมีความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ เพราะตามที่ปรากฏข้อมูลไทยพีบีเอสมีงบ 2,000 ล้านบาทและค่าเช่าโครงข่าย 800 ล้านบาท แต่ยังพบการขาดดุลงบประมาณ และ 2.เมื่อแก้ไขกฎหมายเป็นการของงบประมาณแผ่นดินผ่านการพิจารณาของ สส.-สว. แต่ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจไม่เป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ซึ่งกรรมาธิการน้อมรับพิจารณาในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องอื่นเป็นหน้าที่ของสภาฯ

ทั้งนี้ หลังจากเชิญผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และอธิบดีกรมสรรพสามิต มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินบำรุงภาษีสุราและยาสูบ ของไทยพีบีเอสและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แล้ว หลังจากนั้นจะเชิญไทยพีบีเอส นักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน มาให้ข้อมูล โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน และจะสอบข้อเท็จจริงในข้อสงสัยทุกประเด็น

นายอาสพลธ์ กล่าวอีกว่า ในฐานะ สส.พรรคภูมิใจไทย มองการพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับของสภาฯ ว่า เมื่อผ่านการพิจารณาของนายกรัฐมนตรีและบรรจุวาระเข้าสู่สภาฯ อยู่ที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลให้ความเห็นชอบ โดยย้ำว่ากฎหมายทั้ง 4 ฉบับเกี่ยวข้องกับภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ 14,000 ล้านบาท เมื่อทุกองค์กรเข้าสู่กระบวนการพิจารณางบประมาณ จะผ่านการตรวจสอบ ซึ่งเดิมผ่านการตรวจสอบจาก สตง. และการพิจารณารายงานของสภาฯ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณางบประมาณ จะผ่านทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) สภาฯ และวุฒิสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากรัฐบาลถังแตกและต้องการเงินจาก 4 หน่วยงาน จำนวน 14,000 ล้านบาทไปใช้นั้น นายอาสพลธ์ ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องรัฐบาลถังแตก เนื่องจากไม่ได้อยู่ในกระทรวงการคลัง แต่เห็นว่าเรื่องนี้ควรดำเนินการ เพราะประเทศไทยมีกองทุนจำนวนมาก ซึ่งเมื่อพิจารณาในแต่ละกองทุน ก็มีการอภิปรายที่หลากหลาย สงสัยในความโปร่งใสและการบริหารจัดการความมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อว่าเมื่ออยู่ในงบประมาณจะมีความเข้มข้นในการตรวจสอบ

"นรเศรษฐ์" รับหนังสือค้านร่างกฎหมาย 4 ฉบับ หวั่นกระทบความเป็นอิสระขององค์กร

ภาคประชาชน 15 องค์กรยื่นหนังสือ ภท. ขอให้ถอดร่างแก้ พ.ร.บ. 4 ฉบับ

นายกฯ มอบ "ภราดร" คุยวิป 3 ฝ่าย ย้ำวันที่ 27-30 ต.ค. เหมาะสมศึกซักฟอก

คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ

ภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻