← 返回新闻首页
泰国权威

รู้จัก “จักรวาลกะเพราไทย” ราชินีแห่งสมุนไพร

ทำความรู้จัก “กะเพรา” ราชินีแห่งสมุนไพร ที่ช่วยเยียวยาทั้งกายและใจ พร้อมศึกษาความต่างของสายพันธุ์ที่ความจริงมีมากมายนับสิบพันธุ์ แต่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหารเพียงไม่กี่สายพันธุ์

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
来认识一下“泰国圣罗勒宇宙”,这种草药之后。

กะเพรา เป็นสมุนไพรที่คนไทยนิยมนำมาปรุงอาหาร และ ผัดกะเพรา ก็อยู่ในเมนูอาหารประจำชาติไทย ตั้งแต่สมัยจอมพลป.พิบูลสงคราม หรือเมื่อ 75 ปีก่อน ชื่อของกะเพราและสายพันธุ์กะเพรากลายเป็นกระแสสังคม เมื่อมีข่าวว่า บริษัทเอกชนรายใหญ่ ยื่นคำขอและได้รับสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ คือ กะเพรา 4 พันธุ์

ในความเป็นจริง กะเพรามีกี่สายพันธุ์กันแน่ ข้อมูลระบุว่า หากนับรวมกลุ่มสายพันธุ์ลูกผสมทางการค้าและกะเพราป่าโบราณ จะแบ่งออกได้เป็น 4-7 สายพันธุ์ย่อย ตามลักษณะสีของใบ ก้าน และระดับความหอมฉุน

โดยกะเพรามี ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum tenuiflorum L. อยู่ในวงศ์ LAMIACEAE มีชื่อสามัญ Holy Basil, Sacred Basil

กรมวิชาการเกษตรระบุว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในแหล่งที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมกะเพราสูงมาก มีการเก็บรวบรวมตัวอย่างสายพันธุ์กะเพราพื้นเมืองทั่วประเทศ (เช่น ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครปฐม เคยรวบรวมได้กว่า 15 สายพันธุ์ยอดนิยม) เพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณน้ำมันหอมระเหย ซึ่งพบว่ากะเพราที่มีกลิ่นหอมฉุนและสารสำคัญดีที่สุดมักเป็นกลุ่มกะเพราแดงและกะเพราป่าพื้นเมือง

รู้จัก “จักรวาลกะเพราไทย” ราชินีแห่งสมุนไพร

ใบกะเพราแต่ละพันธุ์มีความฉุนและรสชาติต่างกัน ในประเทศไทยที่นิยมนำมาทำอาหารมีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ กะเพราแดง กะเพราขาว กะเพราป่า แยกความแตกต่างได้จากการสังเกตลักษณะใบและก้าน หรือ ลองขยี้ใบเพื่อทดสอบกลิ่น

กะเพราแดง กลิ่นฉุนแรง รสชาติเผ็ดร้อน ทั้งลำต้นมีสีแดงอมม่วง ใบมีขนาดเล็กกว่ากะเพราขาว ใบเป็นขน ๆ เรียวยาว ขอบใบหยัก นิยมนำมาทำเป็นยา เพราะมีน้ำมันหอมระเหยที่ส่งกลิ่นหอม เหมาะทำอาหารประเภทแกงป่า กลิ่นฉุนจะช่วยกลบความสาบคาวของเนื้อสัตว์

กะเพราขาว หรือ กะเพราเกษตร กลิ่นฉุนอ่อนๆ รสชาติหวาน ก้านสีขาว ใบสีเขียวทั้งหมด ขนาดของใบมีเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง นิยมนำมาประกอบอาหารได้ทั้งต้ม ผัด แกง ทอดกรอบ

กะเพราป่า หรือ กะเพราผสม กลิ่นหอมแรง เผ็ดซ่านลิ้น ลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างกะเพราขาวและกะเพราแดง ก้านสีน้ำตาล ใบสีเขียว ใบมีขนาดเล็ก นิยมนำมาใช้ใส่ผัดกะเพรา ต้มยำ ต้มแซ่บ และเป็นยาสมุนไพร

สำหรับกะเพราตระกูลแก้วจุรี จำนวน 4 สายพันธุ์ : ได้แก่ แก้วจุรี01, แก้วจุรี02, แก้วจุรี03 และแก้วจุรี04 พัฒนาโดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (วิทยาเขตกำแพงแสน) ได้รับหนังสือรับรองคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ในปี 2567 มีอายุคุ้มครองจนถึงปี 2579

กรมวิชาการเกษตร ชี้แจงว่า การจดทะเบียนนี้เป็นการคุ้มครองเฉพาะ 4 สายพันธุ์ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออุตสาหกรรมอาหารเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นการผูกขาดกะเพราทั้งหมดในประเทศไทย เกษตรกรและประชาชนทั่วไปยังคงสามารถปลูก ซื้อ-ขาย และเก็บเมล็ดพันธุ์ของกะเพราแดง กะเพราขาว และ กะเพราป่าพื้นเมืองดั้งเดิมได้ตามปกติโดยไม่มีความผิดตามกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น

กะเพรา เป็นสมุนไพรโบราณถูกใช้เป็นยาอายุวัฒนะมายาวนานหลายศตวรรษ ชาวจีนและไทยมักใช้รักษาอาการเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง มวนท้อง และช่วยขับลมได้ดี ทุกส่วนของต้นกะเพรามีส่วนประกอบของ “อแดปโตเจน” (adaptogen) ทำหน้าที่เป็นตัวปรับตัวสมดุลของร่างกาย ช่วยความเครียดและเสริมสมดุลด้านจิตใจ

จากรายงาน “วารสารด้านอายุรเวทและการแพทย์ผสมผสาน ” ของมหาวิทยาลัยในอินเดีย ระบุว่า ใบกะเพรามีคุณสมบัติต้านอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี เมื่อเทียบกับยานอนหลับและยากล่อมประสาท

มีงานศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานสารสกัดกะเพรา 500 มิลลิกรัมในแต่ละวัน จะรู้สึกวิตกกังวล เครียด และหดหู่น้อยลง บางรายรู้สึกอยากพบปะผู้คนมากขึ้นด้วย ดังนั้นหากนำมาทำเป็นกับข้าว เช่น ผัดกะเพรา ต้มแซ่บ ต้มยำ หรือแกงป่า ไม่ว่าจะทานเมนูใด ก็เหมือนเราได้ทานอาหารเป็นยาชั้นดีนี่เอง

ที่มา : Altv,ที่มา : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตสมุทรสงคราม,กรมวิชาการเกษตร,BIOTHAI

Climate Change เขย่าตลาดเกษตร สนค. ชู 3 แผนรับมือ รับมือโลกรวน

ราคา "ทองคำ" เช้านี้ + 50 บาท "รูปพรรณ" ขายออก 66,450 บาท

"คลัง" ยืนยัน ไทยไม่ซ้ำรอย "ฝรั่งเศส" ประท้วงรุนแรงปัญหา ศก. - หนี้สาธารณะสูง

ความหลากหลายทางพันธุกรรม

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻