“ทองคำ” ยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นเป้าสิ้นปี 5,000 ดอลลาร์ “ทองไทย” ขาย 77,000 บาท黄金牛市尚未结束,目标是年底前达到每盎司5000美元。泰国黄金售价为每盎司77000泰铢。
ช่วง 1-2สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำโลก ผันยผวนอย่างหนักหลังสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้กล่าวในการประชุมประจำปีที่ Jackson Hole ส่งสัญญาณว่า Fed ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการควบคุมเงินเฟ้อ หากยังไม่ปรับตัวลงเข้าสู่เป้าหมาย 2% อ

ช่วง 1-2สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำโลก ผันยผวนอย่างหนักหลังสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้กล่าวในการประชุมประจำปีที่ Jackson Hole ส่งสัญญาณว่า Fed ยังคงให้ความสำคัญสูงสุดกับการควบคุมเงินเฟ้อ หากยังไม่ปรับตัวลงเข้าสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจนและรวดเร็วเพียงพอ และสภาวะทางการเงินในปัจจุบันอาจยังไม่เข้มงวดมากพอที่จะจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ FedWatch Tool ของ CME Group คาดการณ์ ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC เดือน ก.ย.นี้
“ทองคำ” ยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นเป้าสิ้นปี 5,000 ดอลลาร์ “ทองไทย” ขาย 77,000 บาท
รวมไปถึงสันติภาพตะวันออกกลางยังคลุมเครือหาทางสรุปไม่ได้ว่า และสหรัฐฯยังไม่มีกรอบเวลาตายตัวในการให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา และไม่รีบร้อนที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านด้วยอาวุธ อย่างไรก็ตามหากการเจรจาเป็นไปในทิศทางสันติภาพ อาจทำให้ตลาดคลายความกังวลดอกเบี้ยเฟดที่อาจทรงตัว / ปรับตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ แต่หากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางยังไม่สามารถนำพาสหรัฐฯ – อิหร่าน เข้าสู่โต๊ะเจรจาได้สำเร็จ ก็อาจกดดันให้ทองคำปรับตัวลงได้เช่นกัน
จากปัจจัยดังกล่าว บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) มองว่า ทองคำยังอยู่ในทิศทางขาขึ้นระยะยาว คาดครึ่งหลังหลังปี 2570 มีโอกาสกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิม จับตาทองคำโลก หากผ่าน 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ มีโอกาสเดินหน้าปรับขึ้นต่อทดสอบกรอบสิ้นปีที่ 4,900–5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนทองคำไทยมีโอกาสแตะประมาณ 77,000 บาทต่อบาททองคำ
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า แม้ราคาทองคำในระยะสั้นยังมีโอกาสผันผวน แต่มุมมองระยะยาวยังคงเป็นบวก คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสกลับขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 ดังนั้นนักลงทุนจึงควรวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับต้นทุน เงินทุนที่มีอยู่ และระยะเวลาการลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำต้นทุนสูงอยู่ในพอร์ต หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินและสามารถถือครองระยะยาวได้ แนะนำให้ถือต่อเพื่อรอจังหวะราคาฟื้นตัว ส่วนผู้ที่ยังมีเงินทุนเพิ่มเติม สามารถแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การลงทุนระยะสั้น ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อบริเวณแนวรับและขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้าน เพื่อนำกำไรมาช่วยเฉลี่ยและลดต้นทุนทองคำเดิมในพอร์ต และ การลงทุนระยะกลาง อาจไม่จำเป็นต้องซื้อขายเป็นรายวัน แต่สามารถทยอยลงทุนเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน โดยเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวและทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้น
นักลงทุนระยะกลาง ใช้จังหวะที่ราคาปรับตัวลงเข้าซื้อ และทยอยขายทำกำไรเมื่อราคาฟื้นตัวขึ้น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนที่ถือครองระยะยาว นักลงทุนระยะสั้น หรือนักลงทุนระยะกลาง ยังสามารถใช้ความผันผวนของราคาทองคำในช่วงปรับฐานเป็นโอกาสบริหารพอร์ต สร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม และช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยของทองคำที่ถือครองอยู่ได้
ทั้งนี้ หากราคาทองคำโลกสามารถผ่านระดับ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หรือราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นเหนือบริเวณ 69,000 บาทต่อบาททองคำได้อย่างมั่นคง จะเป็นสัญญาณบวกที่เปิดโอกาสให้ราคากลับขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมอีกครั้ง โดย YLG ประเมินกรอบราคาทองคำโลกในช่วงสิ้นปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 4,900–5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศมีโอกาสอยู่ที่ประมาณ 77,000 บาทต่อบาททองคำ
สำหรับปัจจัยสำคัญที่อาจจำกัดการปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงที่เหลือของปี คือ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ฯ (เฟด) ซึ่งยังมีโอกาสดำเนินนโยบายในลักษณะเข้มงวด หรือ Hawkish หากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ไม่ไกลตามที่ตลาดคาดการณ์
นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด
สิ่งที่ต้องจับตาคือเงื่อนไขที่ทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งพันธกิจหลักของเฟด 2 ประการ คือ การจ้างงานสูงสุด (Maximum Employment) และควบคุมอัตราเงินเฟ้อ (Price Stability) ไว้ที่เป้าหมาย 2% ต่อปี ล่าสุดกระทรวงแรงงานสหรัฐ ได้ประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดการณ์ที่ 56,000 ตำแหน่ง และยังปรับเพิ่มตัวเลขในเดือนมิ.ย.และก.ค. ขึ้นรวม 55,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ย และกดดันทองคำ
ดังนั้น ข้อมูลเงินเฟ้อหลังจากนี้ หากขยายตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ความเสี่ยงที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 เดือนก.ย. จะเพิ่มสูงขึ้น จากปัจจุบันอยู่ที่ราว 58% แต่กลับกันหากเงินเฟ้อชะลอตัวลงเฟดก็มีโอกาสคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% เช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลง Christopher Waller ผู้ว่าการเฟด ว่าหากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศเห็นสัญญาณการชะลอตัวลง เขาจะสนับสนุนให้เฟดคงดอกเบี้ย พร้อมชี้ควรให้โอกาสการชะลอตัวของเงินเฟ้อได้ทำงาน (Give disinflation a chance)
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนต่างจับตาเป็นพิเศษว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ที่กำลังจะประกาศในวันศุกร์ที่ 11 กันยายนนี้จะชะลอตัวลงหรือไม่ โดยตลาดคาดการณ์ว่าดัชนี Core CPI เดือนสิงหาคม จะอยู่ที่ 2.4% ต่ำกว่าเดือนกรกฎาคมที่ 2.5%
นอกจากนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพ.ย.ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากอาจสร้างความผันผวนและกดดันราคาทองคำในระยะสั้น นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งทิศทางดอกเบี้ย สัญญาณจากเฟด และสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม YLG ยังคงประเมินว่าทิศทางทองคำในระยะยาวเป็นขาขึ้น และมีโอกาสกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมได้อีกครั้งหลังไตรมาส 2/2570
หุ้นโลกพักฐาน รับยีลด์–น้ำมันพุ่ง แนะทยอยสะสมเทคฯ-ทองคำ
จับตา “ทองคำ” ขาขึ้นทำนิวไฮรอบ 7 สัปดาห์ เปิดเป้า 5,250 ดอลลาร์ “ทองไทย”ลุ้นแตะ 82,200 บาท
“ทองคำ”พักฐานก่อนพุ่ง ชี้ Supercycle หนุนเป้า 5,000 ดอลลาร์
แหวนทอง 1 สลึง ราคาวันนี้
ราคาทองวันนี้ 1 สลึง ขาย
ราคาทองวันนี้ เยาวราช
过去一两周,受美联储主席凯文·沃什在杰克逊霍尔年会上的讲话影响,全球黄金价格出现显著波动。沃什暗示,美联储的首要任务仍然是控制通胀,除非当前的货币政策收紧到足以抑制经济活动的程度,否则可能无法迅速实现2%的通胀目标。因此,芝商所(CME Group)的FedWatch工具预测,美联储将在9月份的联邦公开市场委员会(FOMC)会议上加息0.25%。
黄金牛市尚未结束,目标是年底前达到每盎司5000美元。泰国黄金售价为每盎司77000泰铢。
此外,中东和平局势依然不明朗,尚未有定论。美国并未设定伊朗重返谈判桌的具体时间表,也不急于对伊朗发动武装攻击。然而,如果谈判能够和平进行,则可能缓解市场对美联储利率可能保持稳定或高于预期的担忧,这对黄金价格而言是一个利好因素。反之,如果中东国家未能促成美国和伊朗重返谈判桌,则可能对黄金价格构成下行压力。
基于以上因素,YLG Bullion International Co., Ltd.认为黄金仍处于长期上涨趋势,预计将在2027年下半年再次测试此前的高点。他们正密切关注全球金价;如果金价突破每盎司4,500美元,则有进一步上涨的潜力,有望在年底前测试4,900美元至5,000美元的区间。至于泰国黄金,其价格有望达到每泰铢重约77,000泰铢。
YLG Bullion International Co., Ltd.首席执行官Paworn Navawattanaprasert女士表示,尽管金价短期内可能出现波动,但长期前景依然乐观。她预计金价有望在2027年下半年再次测试此前的高点。因此,投资者应根据自身可用资金和投资期限制定投资策略。
对于投资组合中持有高成本黄金的投资者而言,如果暂时没有资金需求且可以长期持有,建议继续持有,等待价格回升。对于拥有额外资金的投资者,投资策略可分为两种:短期投资,即在支撑位买入,并在价格接近阻力位时卖出获利,利用利润摊低成本,降低投资组合中的初始黄金成本;以及中期投资,无需每日交易,可以按周或按月进行分批投资,在价格疲软时买入,并在价格上涨时逐步卖出获利。
中期投资者可以利用金价下跌买入,并在价格回升时逐步卖出获利。无论您是长期、短期还是中期投资者,都可以利用金价回调期间的波动来管理您的投资组合,创造额外收益,并降低黄金持有的平均成本。
如果全球金价能够突破每盎司4500美元,或者泰国国内金价稳步攀升至每泰铢69000泰铢以上,这将是一个积极的信号,预示着金价有可能再次挑战历史高位。YLG预计,到2026年底,全球金价将在每盎司4900至5000美元之间波动,而泰国国内金价则有望达到每泰铢77000泰铢左右。
今年剩余时间内,限制金价进一步上涨的一个关键因素是美联储的货币政策走向。美联储仍有可能采取紧缩或鹰派政策;如果美联储提高利率,金价涨幅可能会受到市场预期的限制。
美联储主席凯文·沃什。
需要关注的是,当前形势是否会触发美联储加息。美联储的两大主要任务是最大限度地促进就业和将通胀(价格稳定)控制在2%的年度目标水平。近期,美国劳工部公布的数据显示,8月份非农就业人数增加16.2万人,超过此前预测的5.6万人。6月和7月的就业数据也分别向上修正了5.5万人。这为美联储加息提供了支撑,并可能对黄金价格构成压力。
因此,如果未来的通胀数据显示通胀进一步上升,美联储在9月15日至16日会议上加息的风险将从目前的约58%上升。反之,如果通胀放缓,美联储则有可能将利率维持在3.50%至3.75%的水平。这与美联储理事克里斯托弗·沃勒的表态相符,即如果即将公布的通胀数据显示通胀放缓的迹象,他将支持维持利率不变,并建议给通缩一个机会。
这些因素使得投资者格外关注将于9月11日(周五)公布的核心消费者价格指数(核心CPI)是否会显示增速放缓。市场预测8月份核心CPI将为2.4%,低于7月份的2.5%。
此外,11月的美国中期选举也是一个值得关注的因素,因为它可能引发市场波动,并对金价造成短期压力。因此,投资者应密切关注利率走向、美联储的信号以及美国政治局势。然而,YLG仍然认为黄金的长期趋势是上涨的,并且有可能在2027年第二季度之后重新测试此前的高点。
在全球收益率和油价上涨的背景下,全球股市正处于盘整阶段。我们建议逐步增持科技股和黄金。
密切关注金价走势,金价正朝着7周高点逼近,目标价为每盎司5250美元。泰国黄金价格可能达到每泰铢82200美元。
黄金价格在飙升前正处于盘整阶段,超级周期将支撑其达到 5000 美元的目标价位。
今天一枚1沙隆金戒指的价格。
今日黄金价格:1 salung(约 3.75 克)出售。
今日黄金价格,耀华力路。