"ไฮโปไทรอยด์" คืออะไร เช็กอาการเตือน ความเสี่ยง ตรวจให้ตรงจุด什么是甲状腺功能减退症?了解其预警信号和风险,并进行正确的检查。
ไขข้อสงสัยออกกำลังกายหนักทำให้ไทรอยด์ต่ำได้หรือไม่ ชี้การฝึกหนักร่วมกับกินอาหารไม่เพียงพออาจทำให้ฮอร์โมนบางชนิดเปลี่ยนแปลง แนะสังเกต 4 กลุ่มโรคไทรอยด์และตรวจรักษาให้ตรงสาเหตุ

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์ หลังนักแสดงหนุ่มชื่อดัง "ณเดชน์ คูกิมิยะ" ให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่งเกี่ยวกับการออกกำลังกายและการดูแลรูปร่างอย่างจริงจัง จนเกิดคำถามว่าการออกกำลังกายหนักอาจทำให้เกิดภาวะไทรอยด์ต่ำได้หรือไม่ รวมถึงความแตกต่างของโรคไทรอยด์แต่ละชนิด อาการที่ควรสังเกต และแนวทางตรวจวินิจฉัยและรักษา
นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก "หมอเจด" โดยระบุว่า การออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดภาวะไทรอยด์ต่ำเสมอไป แต่หากฝึกหนักร่วมกับกินไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนบางชนิดเปลี่ยนแปลงได้ และโรคไทรอยด์ไม่ได้มีแค่ฮอร์โมนสูงหรือต่ำ บางคนฮอร์โมนปกติ แต่กลับมีก้อนหรือมะเร็งไทรอยด์ได้ พามารู้จัก 4 กลุ่มโรคไทรอยด์ พร้อมวิธีสังเกต ตรวจ และดูแลให้ถูกทาง
ต่อมไทรอยด์สำคัญอย่างไร
ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมรูปร่างคล้ายผีเสื้อ อยู่บริเวณด้านหน้าส่วนล่างของลำคอ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน T3 และ T4 ที่ช่วยควบคุมการทำงานของร่างกาย
• การเผาผลาญพลังงาน ควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย
• อุณหภูมิร่างกาย มีผลต่อความรู้สึกขี้ร้อนหรือขี้หนาว
• หัวใจ มีผลต่ออัตราการเต้นและการทำงานของหัวใจ
• ลำไส้ เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวและการขับถ่าย
• สมองและอารมณ์ มีผลต่อสมาธิ ความจำ และความสดชื่น
• การเจริญเติบโต สำคัญต่อพัฒนาการของร่างกายและสมอง โดยเฉพาะในเด็ก
นึกภาพง่าย ๆ ฮอร์โมนไทรอยด์เหมือนตัวปรับความเร็วเครื่องยนต์ของร่างกาย ถ้ามากเกินไป ระบบต่าง ๆ ก็อาจทำงานเร็วผิดปกติ ถ้าน้อยเกินไป การทำงานบางอย่างก็อาจช้าลง
รู้จัก 4 กลุ่มโรคไทรอยด์และอาการที่ควรสังเกต
1. ไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป ทำให้หลายระบบทำงานเร็วกว่าปกติอาการที่พบบ่อย อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว แม้ไม่ได้ออกกำลังกาย ขี้ร้อน เหงื่อออกง่าย น้ำหนักลดทั้งที่รับประทานอาหารเท่าเดิมหรือมากขึ้น มือสั่น หงุดหงิดง่าย กระวนกระวาย นอนหลับยาก และถ่ายบ่อย บางคนถ่ายเหลว
กล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยง่าย ประจำเดือนมาน้อยลงหรือผิดปกติ บางคนมีตาโปน ตาแห้ง หรือระคายเคืองตา โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเกรฟส์ (Graves' disease) แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ไทรอยด์เป็นพิษจะตาโปน
สาเหตุที่พบได้ ได้แก่ โรคเกรฟส์ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันที่กระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้สร้างฮอร์โมนมากเกินไป นอกจากนี้ยังเกิดจากก้อนไทรอยด์บางชนิดที่ผลิตฮอร์โมนเอง การได้รับฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป หรือไอโอดีนและยาบางชนิดได้ ส่วนต่อมไทรอยด์อักเสบ อาจทำให้ฮอร์โมนที่สะสมอยู่รั่วออกมาในเลือด แม้ไม่ได้สร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้นก็ตาม
หากปล่อยให้ฮอร์โมนสูงต่อเนื่องโดยไม่รักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AF) รวมถึงกระดูกบางและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ
ภาวะไทรอยด์ต่ำ หรือ Hypothyroidism เกิดเมื่อร่างกายมีฮอร์โมนไทรอยด์ไม่เพียงพอ ทำให้การทำงานของหลายระบบช้าลง อาการที่พบได้ ได้แก่ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ขี้หนาว น้ำหนักเพิ่มโดยไม่ทราบสาเหตุ ท้องผูก ผิวแห้ง ผมร่วง ง่วงซึม คิดช้า สมาธิลดลง และประจำเดือนมามากหรือไม่สม่ำเสมอ บางรายอาจมีหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ
"แต่ไทรอยด์ต่ำไม่ได้แปลว่าต้องอ้วนทุกคน น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมักไม่ได้มากอย่างที่หลายคนคิด และส่วนหนึ่งเกิดจากการคั่งของน้ำและเกลือไม่ใช่ไขมันทั้งหมด"
สาเหตุสำคัญ ได้แก่ โรคฮาชิโมโตะ (Hashimoto’s thyroiditis) ซึ่งภูมิคุ้มกันทำให้ต่อมไทรอยด์เสียหายจนสร้างฮอร์โมนได้น้อยลง นอกจากนี้ยังพบได้หลังผ่าตัดไทรอยด์ รักษาด้วยไอโอดีนรังสี ต่อมไทรอยด์อักเสบบางชนิด การใช้ยาบางอย่าง และการได้รับไอโอดีนน้อยหรือมากเกินไปในบางสถานการณ์
นพ.เจษฎ์ อธิบายอีกว่า แล้วออกกำลังกายหนัก ทำให้ไทรอยด์ต่ำได้จริงไหม? การออกกำลังกายหนักเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เป็นโรคไทรอยด์ต่ำโดยตรง แต่ถ้าออกกำลังกายหนักมาก ร่วมกับกินอาหารไม่เพียงพอกับพลังงานที่ใช้ ร่างกายอาจปรับตัวเพื่อประหยัดพลังงานทำให้ระดับฮอร์โมนบางชนิด เช่น T3 ลดลงได้
ในเวชศาสตร์การกีฬา ภาวะพลังงานไม่เพียงพอจนส่งผลต่อสุขภาพและสมรรถภาพหลายระบบอาจเข้ากับกลุ่มอาการ RED-S (Relative Energy Deficiency in Sport) หากมีอาการเหนื่อยผิดปกติ สมรรถภาพลดลง น้ำหนักเปลี่ยน หรือประจำเดือนผิดปกติ ควรประเมินทั้งอาหาร การฝึก การพักฟื้น และตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม
3. มีก้อนที่คอ ต้องกลัวมะเร็งไทรอยด์ไหม
บางคนส่องกระจกแล้วเห็นก้อนนูนที่คอ พอคลำเจอก็ตกใจว่าจะเป็นมะเร็ง อยากบอกว่า ก้อนไทรอยด์ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง ก้อนอาจเป็นถุงน้ำ ก้อนเนื้อธรรมดา ต่อมไทรอยด์โต หรือมะเร็งก็ได้ และคนที่มีก้อนไทรอยด์จำนวนมาก ยังมีระดับฮอร์โมนปกติด้วย
ลองสังเกตบริเวณลำคอส่วนล่างขณะกลืนน้ำ ถ้าเห็นก้อนเคลื่อนตามการกลืนหรือคลำพบก้อนใหม่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพราะการดูหรือคลำเองบอกชนิดของก้อนไม่ได้
สัญญาณที่ไม่ควรปล่อยไว้ ก้อนโตเร็วผิดปกติ เสียงแหบต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกมีก้อนกดในคอ หายใจลำบาก คลำพบก้อนแข็งหรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หากหายใจลำบากมาก ควรไปโรงพยาบาลทันที
4. มะเร็งไทรอยด์ ไม่เจ็บ ไม่ปวด ฮอร์โมนก็อาจปกติได้
เรื่องนี้หลายคนเข้าใจผิดเพราะคิดว่าถ้าเป็นมะเร็งไทรอยด์ ผลฮอร์โมนจะต้องผิดปกติแน่นอน แต่ความจริงคือ ผู้ที่เป็นมะเร็งไทรอยด์จำนวนมากมีฮอร์โมนปกติ และระยะแรกอาจไม่มีอาการอะไรเลย บางคนพบจากการคลำก้อนหรืออัลตราซาวด์โดยบังเอิญ มะเร็งไทรอยด์มีหลายชนิด ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ Papillary thyroid cancer ซึ่งโดยทั่วไปมักโตช้าและมีผลการรักษาที่ดีมาก อย่างไรก็ตาม บางชนิดมีความรุนแรงสูงกว่า จึงต้องประเมินชนิด ขนาด การลุกลาม และการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองร่วมด้วย
สงสัยโรคไทรอยด์ ต้องตรวจอะไรบ้าง
นพ.เจษฎ์ อธิบายว่า การตรวจระดับฮอร์โมนและการตรวจหาความผิดปกติของก้อนเป็นคนละส่วนกัน โดยแพทย์อาจพิจารณาตรวจตามอาการและข้อบ่งชี้ ได้แก่
- TSH เป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองที่ควบคุมไทรอยด์ ถ้าไทรอยด์ทำงานน้อย TSH มักสูง แต่ถ้าไทรอยด์ทำงานมาก TSH มักต่ำ โดยมีข้อยกเว้นบางภาวะ
- Free T4 และ T3 ช่วยประเมินระดับฮอร์โมน โดย T3 มีประโยชน์เป็นพิเศษในบางกรณีที่สงสัยไทรอยด์เป็นพิษ
- ตรวจภูมิคุ้มกันไทรอยด์ เช่น TRAb หรือ Anti-TPO เพื่อช่วยหาสาเหตุอย่างโรคเกรฟส์หรือฮาชิโมโตะในผู้ที่มีข้อบ่งชี้
- อัลตราซาวด์ไทรอยด์ ใช้ดูขนาด รูปร่าง และลักษณะก้อน ไม่ใช่การตรวจที่ทุกคนต้องทำประจำ
- เจาะตรวจเซลล์ด้วยเข็มเล็ก (FNA) ใช้กับก้อนที่มีลักษณะหรือขนาดเข้าเกณฑ์ เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็ง
การตรวจเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับโรคที่สงสัย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจทุกอย่างในผู้ป่วยทุกราย
แนวทางรักษาแตกต่างกันตามชนิดของโรค
ผู้ที่มีภาวะไทรอยด์เป็นพิษอาจได้รับยาลดการสร้างฮอร์โมน ยาควบคุมอาการ หรือรักษาด้วยไอโอดีนรังสีและการผ่าตัดตามความเหมาะสม แต่ถ้าฮอร์โมนสูงจากต่อมไทรอยด์อักเสบที่มีฮอร์โมนรั่วออกมา ยาลดการสร้างฮอร์โมนมักไม่ใช่การรักษาที่เหมาะสม
ส่วนผู้ที่มีภาวะไทรอยด์ต่ำและฮอร์โมนต่ำชัดเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมน T4 สังเคราะห์ บางคนต้องกินยาตลอดชีวิต แต่ถ้าเกิดจากไทรอยด์อักเสบชั่วคราว บางรายอาจฟื้นตัวได้ โดยแพทย์จะปรับยาตามอาการและผลเลือด ซึ่งมักตรวจซ้ำประมาณ 6–8 สัปดาห์หลังเริ่มหรือปรับยา ต้องระวังการกินยาร่วมกับแคลเซียมหรือธาตุเหล็ก เพราะอาจลดการดูดซึม Levothyroxine ได้
สำหรับก้อนไทรอยด์ หากมีลักษณะไม่อันตราย ขนาดไม่ใหญ่ และไม่กดเบียด อาจติดตามอาการด้วยอัลตราซาวด์ ส่วนก้อนที่โตมาก กดเบียด หรือสงสัยมะเร็ง อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีอื่นหรือผ่าตัด
หากเป็นมะเร็งไทรอยด์ หลายรายรักษาด้วยการผ่าตัดต่อมไทรอยด์บางส่วนหรือทั้งหมด บางรายต้องได้รับไอโอดีนรังสีเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับชนิดและความเสี่ยงของมะเร็ง สำหรับมะเร็งบางชนิดที่มีขนาดเล็กมากและความเสี่ยงต่ำ อาจพิจารณาติดตามอย่างใกล้ชิดแทนการผ่าตัดทันทีได้ในผู้ที่เหมาะสม โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพท
ดูแลสุขภาพไทรอยด์อย่างไรให้เหมาะสม
นพ.เจษฎ์ แนะนำให้รับประทานอาหารหลากหลายและได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ โดยใช้เกลือเสริมไอโอดีนในปริมาณเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องกินไอโอดีนเสริมขนาดสูงเอง
ออกกำลังกายให้เหมาะสม กินอาหารให้พอกับพลังงานที่ใช้ และพักฟื้นให้เพียงพอ โดยเฉพาะคนที่ฝึกหนักหรือกำลังลดน้ำหนัก
สังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ถ้ามีอาการหลายอย่างร่วมกันและเป็นต่อเนื่อง หรือพบก้อนใหม่ที่คอ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
กินยาตามคำแนะนำและตรวจติดตาม ไม่ปรับขนาดยา หยุดยา หรือซื้อฮอร์โมนไทรอยด์มากินเพื่อลดน้ำหนักเอง เพราะอาจกระทบหัวใจและกระดูก
แจ้งแพทย์เรื่องประวัติครอบครัว โดยเฉพาะโรคไทรอยด์จากภูมิคุ้มกัน หรือมะเร็งไทรอยด์บางชนิด เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนจำเป็นต้องตรวจเลือดหรืออัลตราซาวด์ไทรอยด์ทุกปี ควรพิจารณาตามอาการ ปัจจัยเสี่ยง และคำแนะนำของแพทย์
นพ.เจษฎ์ ทิ้งท้ายว่า โรคไทรอยด์มีหลายรูปแบบ บางคนมีฮอร์โมนสูง บางคนมีฮอร์โมนต่ำ ขณะที่บางคนมีก้อนบริเวณลำคอแม้ผลเลือดปกติ จึงไม่ควรสรุปว่าความเหนื่อยง่ายหรือน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงเกิดจากโรคไทรอยด์เสมอไป แต่หากมีความผิดปกติต่อเนื่อง ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุและรับการดูแลอย่างตรงจุดตั้งแต่เนิ่น ๆ
ปภ.โอนเงิน "เยียวยาน้ำท่วม" วันนี้ 38,194 ครัวเรือน รวม 284 ล้าน
ราคา“ทองคำ” เช้านี้ -400 บาท “รูปพรรณ” ขายออก 64,800บาท
นายกฯ เยือนภูฏานอย่างเป็นทางการในรอบ 8 ปี มุ่งกระชับความร่วมมือ 2 ประเทศ
ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์
著名演员纳德奇·库吉米亚 (Nadech Kugimiya) 在电视节目中谈到他坚持锻炼并保持身材的秘诀,引发了社交媒体的热议。人们纷纷提出疑问,例如高强度锻炼是否会导致甲状腺功能减退,以及各种甲状腺疾病之间的区别、需要注意的症状、诊断和治疗方案等。
玛哈拉杰那空叻差西玛医院初级保健副主任杰萨达·布尼亚翁维罗医生在其脸书主页“Dr. Jet”上分享信息,指出剧烈运动本身并不一定会导致甲状腺功能减退。然而,高强度训练加上营养不足会影响某些激素的水平。此外,甲状腺疾病并非仅仅与激素水平过高或过低有关;一些激素水平正常的人也可能出现甲状腺结节或癌症。他介绍了四类甲状腺疾病,以及观察、检查和正确管理这些疾病的方法。
甲状腺为什么重要?
甲状腺是位于颈部前下方的蝴蝶状腺体。它的功能是产生T3和T4激素,帮助调节各种身体机能。
• 新陈代谢:调节身体对能量的利用。
• 体温会影响你感觉到的冷热程度。
• 心脏:心率和功能受到影响。
• 肠道参与运动和排泄。
• 大脑和情绪会影响注意力、记忆力和警觉性。
• 生长对于身体和大脑的发育至关重要,尤其对于儿童而言。
把甲状腺激素想象成你体内引擎的调速器。过多会导致系统运转过快;过少则会导致某些功能减慢。
了解甲状腺疾病的4个类别以及需要注意的症状。
1. 甲状腺毒症(甲状腺功能亢进)
当体内甲状腺激素过多时,就会发生这种情况,导致多个系统运转速度异常加快。常见症状包括心悸、即使不运动心跳加速、感觉发热、大量出汗、尽管食量相同甚至更多,体重却减轻、手抖、易怒、烦躁不安、睡眠困难以及频繁排便;有些人可能还会出现腹泻。
肌肉无力、疲劳、月经量少或不规律,以及部分格雷夫斯病患者出现的眼球突出、眼睛干涩或眼部刺激感,都是甲状腺功能亢进的常见症状。然而,并非所有甲状腺功能亢进患者都会出现眼球突出。
常见病因包括格雷夫斯病,这是一种自身免疫性疾病,会刺激甲状腺分泌过多的激素。其他病因包括某些自身会产生激素的甲状腺结节、甲状腺激素暴露过量,以及碘和某些药物的影响。甲状腺炎,即甲状腺的炎症,即使没有激素分泌增加,也可能导致储存的激素泄漏到血液中。
如果高激素水平得不到治疗,可能会增加心律失常(如房颤)以及骨质疏松和其他并发症的风险。
甲状腺功能减退症,或称甲状腺激素水平过低,是指身体无法产生足够的甲状腺激素,从而导致多个系统功能减慢。症状包括容易疲劳、虚弱、怕冷、不明原因的体重增加、便秘、皮肤干燥、脱发、嗜睡、思维迟钝、注意力不集中以及月经量过多或月经不调。部分患者还可能出现心率减慢的情况。
“但甲状腺功能低下并不意味着每个人都会超重。体重增加通常不像许多人想象的那么严重,部分原因是水分和盐分的潴留,并非完全是脂肪。”
主要病因包括桥本氏甲状腺炎,即免疫系统损伤甲状腺,导致甲状腺激素分泌减少。甲状腺手术、放射性碘治疗、某些类型的甲状腺炎、服用某些药物以及碘摄入不足或过量也可能导致甲状腺功能减退。
杰萨达医生进一步解释说:“那么,剧烈运动真的会导致甲状腺功能减退吗?剧烈运动本身并不会直接导致甲状腺功能减退。但是,如果你进行高强度运动,同时摄入的食物不足以抵消消耗的能量,身体可能会为了保存能量而做出适应性调整,导致某些激素(例如T3)的水平下降。”
在运动医学中,能量水平不足会影响多种健康和运动表现系统,可能与运动相对能量不足综合征(RED-S)有关。如果症状包括异常疲劳、运动表现下降、体重变化或月经不调,则应酌情进行全面的饮食、训练、恢复评估和健康检查。
3. 我脖子上长了个肿块。我应该担心是甲状腺癌吗?
有些人照镜子时发现脖子上有个肿块。摸到肿块后,他们会惊慌失措,担心是癌症。我想告诉大家,大多数甲状腺结节都不是癌性的。它们可能是囊肿、良性肿瘤、甲状腺肿大,也可能是癌症。而且,即使甲状腺有很多结节,患者的激素水平也可能正常。
吞咽时观察咽喉下部。如果吞咽时发现肿块移动或摸到新的肿块,应及时就医检查,因为仅凭目测或触诊无法确定肿块的类型。
不容忽视的警告信号:肿块异常快速生长、不明原因的持续性声音嘶哑、吞咽困难或感觉喉咙有肿块压迫、呼吸困难,或颈部可触及硬块或淋巴结肿大。如果呼吸困难严重,请立即就医。
4. 甲状腺癌通常无痛,激素水平可能保持正常。
很多人对此存在误解,认为甲状腺癌患者的激素水平一定会异常。然而,事实是,许多甲状腺癌患者的激素水平正常,而且在早期阶段可能没有任何症状。有些病例是在触诊或超声检查中偶然发现的。甲状腺癌有多种类型,最常见的是乳头状甲状腺癌,这种癌症通常生长缓慢,治疗效果也很好。但是,有些类型的甲状腺癌更具侵袭性,因此必须评估肿瘤的类型、大小、侵袭范围以及淋巴结转移情况。
如果我怀疑自己有甲状腺问题,应该做哪些检查?
杰萨达医生解释说,检查激素水平和检查肿瘤异常是两个独立的过程。医生可能会根据症状和体征考虑进行检查,包括:
TSH是由垂体分泌的一种激素,它控制着甲状腺的功能。如果甲状腺功能减退,TSH通常会升高;但如果甲状腺功能亢进,TSH通常会降低,但也有一些例外情况。
- 游离 T4 和 T3 有助于评估激素水平,其中 T3 在怀疑甲状腺功能亢进的情况下尤其有用。
- 甲状腺免疫测试,如 TRAb 或抗 TPO 测试,可以帮助排除格雷夫斯病或桥本氏病等疾病,适用于有指征的患者。
- 甲状腺超声检查用于观察甲状腺结节的大小、形状和特征;它不是每个人都需要进行的常规检查。
- 细针穿刺 (FNA) 用于对外观或大小符合特定标准的肿块进行癌症风险评估。
是否需要进行进一步检查取决于疑似疾病,并非每位患者都需要进行所有检查。
治疗方法因疾病类型而异。
甲状腺功能亢进患者可根据具体情况接受激素减量药物、症状控制药物或放射性碘治疗和手术。然而,如果激素水平升高是由于甲状腺炎导致激素泄漏,则通常不宜使用激素减量药物。
对于甲状腺激素水平(特别是合成T4激素)明显偏低的患者,有些人需要终身服药。然而,如果这种情况是由暂时性甲状腺炎引起的,部分患者可能会康复。医生会根据症状和血液检查结果调整药物剂量,通常在开始服药或调整剂量后6-8周复查。服用此药时应谨慎,因为钙或铁补充剂可能会降低左甲状腺素的吸收。
对于甲状腺结节,如果是良性、体积不大且不压迫任何组织,可能只需进行超声监测。但是,如果结节体积很大、压迫到其他组织或怀疑是恶性肿瘤,则可能需要其他治疗或手术。
如果确诊甲状腺癌,许多患者会接受部分或全部甲状腺切除术(手术切除部分或全部甲状腺)。根据癌症类型和风险,部分患者可能需要接受额外的放射性碘治疗。对于一些体积很小且风险较低的癌症,在医疗团队的密切监测下,对于合适的患者,可以考虑采取密切观察而非立即手术的策略。
如何正确呵护甲状腺健康。
杰萨达医生建议饮食多样化,并通过适量食用碘盐来摄取足够的碘。无需自行服用大剂量碘补充剂。
适当运动,摄入足够的食物以平衡消耗的能量,并保证充足的休息,尤其是在进行高强度训练或试图减肥时。
密切观察身体的任何变化。如果出现多种持续存在的症状,或发现颈部有新的肿块,请咨询医生以确定病因。
请遵医嘱服药并接受监测。切勿自行调整剂量、停止服药或购买甲状腺激素减肥,因为这可能会影响您的心脏和骨骼健康。
请将您的家族病史,特别是自身免疫性甲状腺疾病或某些类型的甲状腺癌,告知您的医生,以便评估是否需要进行进一步检查。
然而,并非每个人都需要每年进行甲状腺血液检查或超声检查。这应根据症状、风险因素和医生的建议来决定。
杰萨达医生总结说,甲状腺疾病有多种表现形式。有些人激素水平过高,而有些人激素水平过低。甚至有些人即使血液检查结果正常,颈部也会出现肿块。因此,不应想当然地认为疲劳或体重变化一定是甲状腺疾病引起的。但是,如果任何异常情况持续存在,就应该及时就医,确定病因并尽早接受适当的治疗。
泰国防灾减灾厅(DDPM)今天向 38194 户家庭发放了洪水救济金,总额达 2.84 亿泰铢。
今天早上黄金价格下跌了400泰铢。装饰性黄金售价为64800泰铢。
泰国总理八年来首次对不丹进行正式访问,旨在加强两国之间的合作。
甲状腺功能减退症