ทนายวัดพระธาตุพนมโต้เงินหาย 114 ล้าน ยันเหลือ 81.8 ล้าน จี้แจงปมเบิกสด 12 ล้านWat Phra That Phanom 的律师驳斥了 1.14 亿泰铢失踪的说法,坚称还有 8180 万泰铢剩余,并要求解释 1200 万泰铢现金被提取的原因。
ทนายวัดพระธาตุพนมแจงปมเงิน 114 ล้านบาท ยืนยันยอดล่าสุดเหลือ 81.8 ล้านบาท พร้อมเปิดปมกรรมการชุดก่อนเบิกเงินสดผ่านเช็ค 7 ฉบับ รวม 12 ล้านบาท จี้อดีตไวยาวัจกรแจงที่มาที่ไปของการใช้จ่าย ย้ำยังไม่สรุปว่าผิดปกติหรือผิดกฎหมาย

วันนี้ ( 1 พ.ย.259) หลังอดีตนายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม ตั้งคำถามเรื่องเงินวัดพระธาตุพนม 114 ล้านบาท ว่าผ่านไป 2 ปี เงินหายไปไหน ล่าสุดคณะกรรมการวัดออกมาชี้แจง ยืนยันว่าเงินยังเหลือกว่า 81 ล้านบาท พร้อมเปิดข้อมูลการเบิกเงินสดผ่านเช็ค 7 ฉบับ รวมประมาณ 12 ล้านบาท ในช่วงที่อดีตนายอำเภอเป็นกรรมการชุดก่อนว่าเบิกไปทำไมเยอะขนาดนี้
คณะกรรมการวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นำโดยนายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ ประธานคณะกรรมการบริหารวัด พร้อมทนายความประจำวัด แถลงชี้แจงเรื่องเงินของวัด หลังมีการตั้งข้อสงสัยในสื่อสังคมออนไลน์ โดยนำเอกสารบัญชีและหลักฐาน ทางการเงินมาแสดงต่อสื่อมวลชน
ทนายความประจำวัด เปิดเผยว่า กรรมการชุดปัจจุบันเข้ามาทำหน้าที่เมื่อเดือนตุลาคม 2568 และได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของวัด พบว่ามีทั้งหมด 45 บัญชี โดยในปี 2568 ตรวจสอบยอดเงินได้ประมาณ 94 ล้านบาท ส่วนยอดล่าสุดเหลือประมาณ 81.8 ล้านบาท ยืนยันว่าเงินของวัดไม่ได้หายไป ทั้งหมดตามที่มีการตั้งข้อสงสัย
ส่วนประเด็นการเบิกจ่ายเงิน ทนายความระบุว่า จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า ในช่วงกรรมการชุดก่อน มีการเบิกเงินสดผ่านเช็ค 7 ฉบับ รวมประมาณ 12 ล้านบาท โดยรายการที่มีมูลค่าสูง เช่น วันที่ 20 สิงหาคม 2567 เบิกเงิน 8 ล้านบาท และวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 อีก 2.6 ล้านบาท
คณะกรรมการชุดปัจจุบันจึงต้องการให้อดีตไวยาวัจกรและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงว่า เงินที่เบิกไปนำไปใช้ทำอะไร มีโครงการหรือกิจกรรมใดรองรับหรือไม่ ทั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการเบิกจ่ายดังกล่าวมีความผิดปกติหรือผิดกฎหมายหรือไม่
ส่วนเงินฝากประจำ 30 ล้านบาท ที่อดีตนายอำเภอตั้งข้อสงสัยว่ามีการถอนออกจากบัญชี ทนายความชี้แจงว่า เป็นการปิดบัญชีเดิมที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเรณูนคร แล้วย้ายเงินไปเปิดบัญชีใหม่ที่สาขาธาตุพนม เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม ไม่ใช่การนำเงินออกไปใช้ สำหรับค่าใช้จ่ายของวัด มีทั้งค่าน้ำและค่าไฟฟ้า ซึ่งเฉลี่ยเดือนละประมาณ 800,000 บาท รวมถึงค่าจ้างเจ้าหน้าที่ ค่าดูแลรักษาศาสนสถาน และการบูรณะองค์พระธาตุพนม
ทนายความประจำวัดยังระบุว่า การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเงินวัดควรมีหลักฐานตรวจสอบได้ เพราะอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน โดยคณะกรรมการเตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ หากพบว่าทำให้วัดได้รับความเสียหาย
ก่อนหน้านี้ นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม และอดีตไวยาวัจกร เคยเปิดเผยว่า ช่วงที่ตนดูแลบัญชีวัด พบว่ามีเงินรวมประมาณ 114 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินฝากประจำ 30 ล้านบาท และเงินส่วนอื่นอีกประมาณ 84 ล้านบาท จึงต้องการทราบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เงินที่ลดลงถูกนำไปใช้ในเรื่องใดบ้าง รวมถึงขอให้เปิดเผยรายละเอียดการเบิกจ่าย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ กรณีนี้จึงยังต้องติดตามคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรายการเบิกจ่ายเงินประมาณ 12 ล้านบาท และรายละเอียดรายรับรายจ่ายของวัด เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่ร่วมบริจาคเงินให้วัด
นำเงินมูลนิธิไปใช้ส่วนตัว มีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญาโทษสูงสุด คือ จำคุก
ซ้อมใหญ่เสมือนจริงครั้งที่ 2 ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
"สีหศักดิ์" หารือ "รมว.ตปท.มาเลเซีย" เร่งพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้คู่ขนานพูดคุยสันติสุข
2016年11月1日,在帕侬府塔帕侬县前县长就帕塔帕侬寺两年内1.14亿泰铢资金不翼而飞一事提出质疑后,寺庙委员会发表声明澄清。委员会确认寺庙资金仍有8100多万泰铢未动用,并披露了前县长担任上一届委员会成员期间,通过七张支票提取的现金详情,总额约为1200万泰铢。委员会质疑为何提取如此巨额的资金。
位于那空帕侬府塔帕侬县的帕塔帕侬沃拉玛哈维汉寺委员会,在执行委员会主席苏拉塔维奇·坎廷亚拉特先生的带领下,与寺庙律师一起召开新闻发布会,澄清社交媒体上出现的关于寺庙财务状况的质疑。他们向媒体展示了会计文件和财务证据。
寺庙的律师透露,现任委员会于2025年10月上任,并对寺庙的银行账户进行了审计,共发现45个账户。2025年的审计结果显示,账户余额约为9400万泰铢,而最新的余额约为8180万泰铢。律师证实,与一些人的怀疑相反,寺庙的资金并未消失。
关于资金拨付情况,律师表示,文件审查显示,在上一届董事会任期内,通过七张支票提取了总计约1200万泰铢的现金。其中大额交易包括2024年8月20日提取的800万泰铢,以及2024年11月28日提取的260万泰铢。
因此,现任委员会希望前任财务主管及相关人员澄清已拨付资金的使用情况,以及是否有任何项目或活动支持这些资金的使用。目前,尚无法断定这些资金的拨付是否违规或违法。
关于前区长怀疑从账户中提取的3000万泰铢定期存款,律师澄清说,这笔钱是关闭了在泰京银行雷努纳空分行的原账户,并转移到了塔帕侬分行的新账户,以便于交易。这笔钱并非被提取用于个人用途。至于寺庙的开支,包括水电费(平均每月约80万泰铢)、员工工资、寺庙维护以及塔帕侬佛塔的修缮费用。
寺庙的律师还表示,有关寺庙资金的信息传播必须有可核实的证据支持,因为这可能会影响公众信任。委员会正准备考虑对散布虚假信息者采取法律行动,如果发现此类行为已对寺庙造成损害。
此前,塔帕侬寺前区长兼前寺庙司库查克拉蓬·帕图姆凯亚先生透露,在他管理寺庙账目期间,发现寺庙共有约1.14亿泰铢资金,其中3000万泰铢为定期存款,约8400万泰铢为其他资金。因此,他要求了解过去两年资金减少的情况,并要求公开资金支出明细,接受公众监督。此案仍需相关人员作出澄清,特别是关于约1200万泰铢的支出情况以及寺庙收支的详细账目,以澄清事实,恢复公众对寺庙捐款的信心。
将基金会资金用于个人用途是民事和刑事犯罪,最高刑罚是监禁。
皇家驳船游行的第二次全面彩排。
“Sihasak”与马来西亚外交部长讨论了加快南部边境省份发展的问题,同时进行和平谈判。