จากใจ “ตลกโขน” ตลกตลอดนั้นไม่มี มีแต่ “ตลกบ้าง ไม่ตลกบ้าง”一位“孔剧喜剧演员”内心深处说道:没有一直搞笑这种事;只有“有时搞笑,有时不搞笑”。
เสียงสะท้อนจากคนดูโขนที่มีมาทุกปี จนถึงปีนี้ 2569 บัตรชมโขนถูกจับจองแทบไม่เหลือ บอกได้ถึงความนิยมโขนพระราชทานหรือโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่มีมาต่อเนื่อง จนต้องยกให้เป็นปรากฏการณ์โขนฟีเวอร์หลายปีติดต่อกัน ดุจเดียวกับว่าวติดลมบน ท่ามกลางความสำเร็จที่คน

เสียงสะท้อนจากคนดูโขนที่มีมาทุกปี จนถึงปีนี้ 2569 บัตรชมโขนถูกจับจองแทบไม่เหลือ บอกได้ถึงความนิยมโขนพระราชทานหรือโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่มีมาต่อเนื่อง จนต้องยกให้เป็นปรากฏการณ์โขนฟีเวอร์หลายปีติดต่อกัน ดุจเดียวกับว่าวติดลมบน
ท่ามกลางความสำเร็จที่คนเบื้องหลังชื่นใจ หายเหนื่อยกับสิ่งที่ทำมาหลายปี และตรงตามพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ นอกเหนือจากภาพความงาม เรื่องราวการอนุรักษ์ในการแสดงโขนแต่ละชุดที่สร้างสรรค์ หน้าม่านโขนยังมีการแสดงสีสันอย่าง “ตลกโขน” ที่เติมเต็มเข้ามาจนเป็นหนึ่งเดียวกับการแสดงโขน แต่กลับยังมีคนที่มองตลกโขนเป็นแค่จุดเชื่อม ไม่ได้ให้ความหมายคุณค่าเท่าที่ควร จนเริ่มมีเสียงจากนักแสดงตลกว่า “ไม่ควรถูกด้อยค่า”
จากใจ “ตลกโขน” ตลกตลอดนั้นไม่มี มีแต่ “ตลกบ้าง ไม่ตลกบ้าง”
หลังม่านตลกโขน กดดันหลายประการ
กว่าจะเห็นเป็นการแสดงตลกโขนหน้าม่าน ที่อาจใช้เวลาแสดงราว 10-15 นาที นักแสดงให้เวลากับงานเบื้องหลังอยู่ไม่น้อย ในการเรียงร้อยเหตุบ้านการเมือง เรื่องในกระแสมาเล่นเป็นมุกขำขัน
ปีนี้เรื่องที่ถูกโยงเข้าไปเป็นมุกมีทั้งการจดสิทธิบัตรพันธุ์กระเพรา โต๊ะกลมจากข่าววัดดังในอยุธยา ล้วนเรียกเสียงฮาจากคนในโรงโขนได้อย่างเป็นธรรมชาติ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความสนุกที่ยืนยันจากเสียงหัวเราะของคนดู จากความชาญฉลาดของผู้เตรียมบทตลกที่นำความคุ้นเคยจากเรื่องราวสังคมใกล้ตัว มาทำให้เป็นบทตลกที่ใกล้ชิดกับคนดู โดยอาศัยความสามารถทักษะของนักแสดงตลก ยืนเรียงแถวแสดงอยู่หน้าเวที แทบไม่มีพร็อบประกอบ มีเพียงคำพูด สีหน้า ท่าทางที่ออกมาแล้วดูตลกอย่างเป็นธรรมชาติ
เวทีแสดงโขนปี 2569 คู่หูที่รับหน้าที่คือ “ครูมหา - ไอยเรศ งามแฉล้ม” กับ “แสตมป์ - สตานันท์ ครุฑพิเชฐ” ซึ่งสำหรับคู่นี้ คงไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์รูปร่างที่เข้าคู่กันแล้วลงตัวกลายเป็นภาพจำภาพลักษณ์ตลก เพราะคนหนึ่งเจ้าเนื้อ อีกคนผอมสูง แต่ความทันกันของการรับส่งมุก เป็นจังหวะการเล่นหรือทางการแสดงที่มองแล้วกลมกล่อมไม่ต้องปรุงเพิ่ม ยิ่งเล่นกันมาหลายๆ ปี จนคู่หูใช้คำว่า “มองตาก็รู้ใจ”
ในปีนี้แสดงร่วมกับ ส.อ.อาณัติ วงสามาน, ธนัชพงศ์ วริศพีระภัทร์ และเศฏฐวุฒิ ป้อมน้อย พร้อมเติมความน่าเอ็นดูจาก 2 นักแสดงตัวจิ๋ว น้องรดากับน้องรพี มาเล่นในบทลูกกวางและลิงป่า ทำให้การแสดงตลกหน้าม่านโขนดูน่ารัก ดูแล้วไหลลื่นเป็นเนื้อเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่คนดูเห็น
หากสิ่งที่มองไม่เห็นคือความกดดันของการเป็นตลกโขนที่ไม่ง่าย การพัฒนามุกให้เท่าทันสังคมปัจจุบัน ความขำขันโดยมุกสะอาดไร้ความหยาบโลน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ต่างจากนักแสดงอาชีพ ซึ่งเป็นเรื่องหน้าม่าน และหลังลงจากเวทีจนถึง พ.ศ.นี้ นักแสดงก็ยังต้องแบกรับข้อวิจารณ์บางข้อที่ขาดองค์ความรู้เรื่องโขนหรือตลกโขน หนักข้อถึงขนาดว่า “โขนไม่ควรมีบทตลก” ซึ่งนักแสดงยอมรับว่าเป็นถ้อยคำที่บั่นทอนกำลังใจ เป็นอีกแรงกดดันหนึ่งในการทำงาน
สิ่งสำคัญหนึ่งที่ทำให้บรรดานักแสดงตลก ข่มความน้อยใจจากถ้อยคำด้อยต่างๆ ได้ คือพระเมตตาจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เช่นในปีนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระเมตตามีพระราชปฏิสันถารหยอกตลกโขนด้วยพระอารมณ์ขัน เป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ตลกโขนอย่างหาที่สุดมิได้ จนเป็นความซาบซึ้งของนักแสดงตลกโขนในทุกปีที่พระองค์ท่านเสด็จมา
อาจารย์แสตมป์ “สตานันท์ ครุฑพิเชฐ” นักแสดงและผู้อยู่เบื้องหลังมุกตลกโขน สะท้อนไว้ว่า “ เมื่อมองย้อนมาที่พระเมตตาที่มีต่อตลกโขนเสมอมา จะเห็นจากพระดำรัสที่มีต่อนักแสดงตลกโขนในทุกๆ ปี ที่เป็นกำลังใจให้ระลึกว่า บทบาทหน้าที่ของเราอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ และสามารถภูมิใจในความเป็นตลกโขนได้อย่างเต็มภาคภูมิ”
เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกของอาจารย์แสตมป์ สตานันท์ สื่อไปกับสังคมโซเชียลว่า
ชีวิตตลกนั้นก็มีตลกบ้าง ไม่ตลกบ้าง มีความกดดันหลายประการ แม้มีปัญหาในชีวิตประจำวันที่ต้องเผชิญอย่างไร เมื่อถึงเวลาแสดงก็ต้องให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมให้ถึงบทบาท บางครั้งก็ถูกด้อยค่าจากผู้อื่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย บางข้อวิจารณ์ก็บั่นทอนความรู้สึกและกำลังใจ
เป็นเรื่องหนึ่งที่นักแสดงตลกโขนต้องเผชิญและพิสูจน์มาหลายปี และอยู่ร่วมกับนักแสดงโขนมาในทุกๆ รอบแสดง
เบื้องหลังการวางบทตลกโขน เล่น 100 รอบก็ไม่ซ้ำ
รอบปีการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จะต้องเตรียมงานหลายส่วน เพราะองค์ประกอบการแสดงมีทั้งฉาก เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ประกอบฉาก ความพร้อมของนักแสดง ส่วนของตลกโขนจะมีการวางตัวผู้แสดงและเตรียมบท ร่วมกันคิด ช่วยกันเสนอ โน้ตไอเดีย นำมาเรียบเรียงเป็นไดอะล็อกและจำไว้เล่น หรือเป็นตลกโขนประเภทที่เรียกว่า “ตลกเล่าเรื่อง” ตอนที่แสดงของปีนี้ คือตอนสีดา ตลกโขนรับบทเป็นรุกขเทวดากับสัตว์ป่า
อาจารย์แสตมป์ สตานันท์ เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานว่า “ตลกโขนเป็นผู้ที่ออกมาเล่าเชื่อมเหตุการณ์ในเรื่องรามเกียรติ์ ถึงสาเหตุที่นางสีดาต้องเดินป่าและให้กำเนิดบุตร พระมงกุฎ พระลบ เบื้องหลังการแสดงใช้เวลาปรึกษากันประมาณ 2 สัปดาห์ แต่เล่นยาก เนื่องจากมีเวลาจำกัดประมาณ 10 นาที ต้องเล่าเรื่องให้คนเข้าใจ ครบเหตุการณ์สำคัญ พร้อมกับมีมุกตลกแทรกไปด้วย โดยผู้กำกับให้โจทย์มา ตลกก็ประชุมกัน”
อาจารย์แสตมป์ สตานันท์ เป็นคนวางแนวเรื่อง (Plot) บทพูดคร่าวๆ ให้แต่ละคน แล้วต่างคนต่างช่วยกันออกความคิดเห็นเสริมให้สมบูรณ์ บางมุกก็เกิดขึ้นเองขณะซ้อม พอเห็นว่ามุกนั้นดีก็นำมาจัดวางในบทพูดใช้แสดงจริง คราวนี้วางอาจารย์เทพ ธนัชพงศ์ เป็นตัวปูมุกหรือตัวถามเรื่อง ภาษาการแสดงเรียกว่าคอหนึ่ง มีครูมหากับอาจารย์แสตมป์ เป็นคนเล่าเรื่องหรือตัวตบมุก ภาษาการแสดงเรียกว่าตัวตุ๊ย วางอาจารย์ป๊อป ส.อ.อาณัติ เป็นตัวชงมุกหรือคอสอง และอาจารย์มาร์ค เศฏฐวุฒิ เป็นตัวสอดมุกหรือตัวภาษา
หลังจากบทเข้าที่แล้ว ใช้วิธีนั่งต่อบทกันจนคล่องปาก แต่เมื่อออกแสดงจริงจะมีมุกสดตามสถานการณ์ ใช้ปฏิภาณไหวพริบพลิกแพลงกันไป หรือต้องเล่นนอกบท ภาษานักแสดงเรียกว่า “ด้นสด” ใช้ไหวพริบแก้ทางการเล่นกัน ทำให้การแสดงแต่ละรอบมีความแตกต่าง จะใช้คำว่าเล่น 100 รอบไม่ซ้ำก็ได้
ปีที่ผ่านมาเหตุการณ์สำคัญอย่างศึกฟุตบอล 7 คน ทำให้ทีมบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา ที่มากับรถขนฝันโด่งดัง กองเชียร์เอาใจช่วยทีมรองกันท่วมท้น ตลกโขนก็ดึงเรื่องราวเหล่านี้มาเล่นเป็นมุก เป็นการนำเรื่องราวของประชาชนทั่วไป สังคม การเมือง จนถึงโครงการของรัฐบาลที่นำมาแซวอย่างขำขัน ในรอบสื่อหรือรอบซ้อมใหญ่ของปีนี้
นักแสดงตลกทรงเครื่องเป็นรุกขเทวดาประจำต้นรัง ออกมากับบรรดาสัตว์ในป่า ที่มีทั้งนกกากับกวางและลิง ทั้งหมดช่วยกันเล่าเชื่อมเรื่องราวความเป็นอยู่ของนางสีดา เมื่อถูกขับจากเมืองมาอยู่ป่ากับฤๅษี มีลูก 2 คนคือ พระมงกุฎกับพระลบ แผลงศรใส่ต้นรังจนถล่มเสียงดังไปถึงเมืองอโยธยาที่พระรามครองอยู่ โดยมุกตบท้ายก่อนเข้าม่าน ตลกเล่นมุกว่า
อะไรใหญ่ ๆ ที่มันถล่มน่ะ เดี๋ยวไทยพีบีเอสเขาก็เอาไปออก
แล้วเดินกลับเข้าหลังม่านไป เหลือไว้ให้คนดูขบคิดถึงเหตุการณ์ทางสังคม เกินรอบปีแล้วที่ตึกถล่มกลางเมืองหลวง ยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้จนถึงตอนนี้ ซึ่งนั่นคือการทำหน้าที่หนึ่งของตลกที่ไม่ใช่แค่ตลกที่ทิ้งความขำขันสั้นๆ ไว้เพียงเบื้องหน้า แต่ช่วยสอดส่องให้ผู้ชมเห็นปรากฏการณ์ดีร้ายของสังคมในห้วงเวลาต่างๆ อยู่เสมอด้วย
ทำไมโขนต้องมีตลกและตลกโขนมีมาแต่ใด
โบราณนานมาในการแสดงของไทย มีตำแหน่ง “จำอวด” ตามความหมายอาจมีนัยถึงลีลาการแสดงที่ต้องจำแล้วนำมาอวดกัน ปัจจุบันรู้จักคำว่าจำอวด หมายถึงการแสดงตลก เช่น จำอวดหน้าม่าน โดยในรุ่นก่อนหน้าจะมีนักแสดงตลกโขนเซ็ตนี้ ก็มีศิลปินกรมศิลป์ในการแสดง เป็นเสมือนหนึ่งในผู้สร้างมรดกตลกไทยที่มีชื่อระดับศิลปินแห่งชาติ เช่น สมพงษ์ พงษ์มิตร และสมควร กระจ่างศาสตร์ ล้วนแล้วแต่เสียชีวิตไปแล้ว
ในการแสดงโขนมูลนิธิฯ เริ่มต้นที่การแสดงตอน พรหมมาศ ปี 2550 ตลกโขนได้เริ่มต้นแสดงครั้งแรกในศึกมัยราพณ์ ปี 2554 หรือหลังจากมีโขนมูลนิธิ 4 ปีเท่านั้น แต่เริ่มเป็นที่กล่าวขานถึงความเป็นตลกโขนในการแสดงชุดศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์ ปี 2556 และชุดศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ ปี 2557 ซึ่งเป็นยุคที่มีพลังโซเชียลแชร์เรื่องราวของตลกโขนออกไปจนแพร่หลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากจุดเริ่มที่มีตลกโขน จากอาจารย์แสตมป์ ครูมหา อาจารย์เทพ ต่อบทกันเพียง 3 คน
ความหวังศิลปินตลกโขน
เส้นทางของตลกโขนแต่ละคนมีที่มาแตกต่างกัน บ้างเป็นนักวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม บ้างเป็นนักแสดงโขนพัฒนามาแสดงตลกโขน บ้างเป็นครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษาระดับมัธยมและระดับมหาวิทยาลัย แต่เมื่อรวมกันหน้าฉากโขน ทั้งหมดก็คือนักแสดงในบทบาทตลก ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถ เพราะนับว่าอยู่ในหัวโขนเดียวกัน และด้วยหัวใจที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพราะรักในการแสดงโขนและตลกโขน
หลายคนชมชอบจนปฏิเสธไม่ได้ว่า มีผู้ชมจำนวนมากรอชมตลกในการแสดง เพราะมองเป็นเนื้อเดียวกับการแสดงโขนไปแล้วและติดใจมุกที่สอดแทรกในเรื่องราว ประทับใจในความขำขัน แต่ด้านหนึ่งก็ยังมีคนที่มองไม่เห็นค่าความสำคัญในศิลปะการแสดงตลก จนยังมีคำด้อยค่าออกมาอยู่เนื่องๆ
สำหรับตลกโขนแล้ว หน้าที่ของศิลปินก็ย่อมต้องทำตามหน้าที่ของศิลปิน แม้เบื้องหลังอาจมีเรื่องราวจนตลกไม่ออก แต่หน้าม่านงานของตลกโขนคือสร้างรอยยิ้มแก่คนดูด้วยความระลึกว่า “เป็นศิลปินตลกที่ต้องตลกอยู่เสมอ”
รู้จัก "มหกรรมพืชสวนโลก" 2569 ทำไมจัดที่อุดรธานี
จากตลาดนัดภูเก็ตสู่เวทีโลก เส้นทางความสำเร็จของ "เนเน่ รอยัล"
"Maxxing" คำแห่งปี 2026 สะท้อนยุคที่ทุกคนอยากพัฒนาตัวเองให้ถึงขีดสุด
每年(截至2026年)孔剧(泰国传统面具舞剧)观众的反馈都显示,门票几乎售罄。这表明皇家孔剧或工艺美术促进基金会演出的孔剧持续受到欢迎,多年来一直掀起孔剧热潮,如同风筝翱翔天际。
在幕后人员因成功而倍感欣慰的同时,也缓解了多年辛勤工作的疲惫,并契合了赞助人诗丽吉王太后陛下的皇家愿望。除了每场精彩纷呈的孔剧(泰国面具舞剧)所展现的美丽和自然保护故事之外,舞台上还融入了丰富多彩的“孔剧喜剧”元素,与孔剧表演完美融合。然而,有些人却将孔剧喜剧仅仅视为一种连接元素,未能给予它应有的价值,甚至连喜剧演员也纷纷表示:“它不应该被贬低。”
一位“孔剧喜剧演员”内心深处说道:没有一直搞笑这种事;只有“有时搞笑,有时不搞笑”。
在孔剧(泰国面具舞剧)的幕后,隐藏着许多压力。
在一场时长约 10-15 分钟的喜剧孔剧表演开始之前,表演者会花费大量时间进行幕后工作,将当前的政治事件和热点问题融入到幽默的笑话中。
今年的笑话围绕着诸如罗勒品种专利申请和关于阿瑜陀耶著名寺庙的圆桌讨论等话题展开。这些笑话自然而然地引得观众捧腹大笑,营造出纯粹的欢乐氛围,观众的笑声便是最好的证明。这要归功于喜剧编剧们的巧妙构思,他们巧妙地将熟悉的社会问题改编成能引起观众共鸣的喜剧表演。喜剧演员们在舞台上排成一列,道具极少,仅凭语言、面部表情和肢体语言就呈现出自然而然的幽默效果。
2026年,孔剧(泰国传统面具舞剧)的表演搭档是“Kru Maha - Aiyaret Ngamchalaem”和“Stamp - Stanan Krutphichet”。这对搭档之所以能塑造出令人难忘的喜剧形象,不仅仅是因为他们体型相近——一个丰满,一个高挑纤瘦。他们之间的默契和喜剧节奏,以及他们行云流水般的表演,随着时间的推移愈发经久不衰,以至于他们说:“我们只需对视一眼就能明白对方的意思。”
今年的演出由阿纳纳·翁萨曼中士、塔纳查蓬·瓦里斯皮拉帕特和塞塔武特·蓬诺伊领衔主演,并加入了两位可爱的小演员农拉达和农拉皮,分别扮演小鹿和野猴。这使得孔剧(泰国传统面具舞剧)背后的喜剧表演更加生动有趣,浑然天成——这正是观众所看到的。
作为一名孔剧喜剧演员,幕后压力并不小——创作与当代社会相关的笑话、保持幽默的干净风格、避免低俗、以及现场解决问题——这些挑战与专业演员面临的挑战并无二致。这些挑战不仅体现在舞台上,也体现在舞台下。即使在今天,表演者仍然会因为缺乏对孔剧或孔剧喜剧的了解而受到批评,甚至有人会说“孔剧演员不应该出演喜剧角色”。表演者们承认,这种批评令人沮丧,也是他们工作中一个重要的压力来源。
帮助喜剧演员克服因贬损言论而受到的伤害的一个重要因素是皇室的友善。例如,今年,玛哈·扎克里·诗琳通公主殿下亲切地与孔剧(泰国传统面具舞剧)的喜剧演员们进行了轻松愉快的互动,这种皇室的友善之举每年都深深感动着表演者们。
演员兼孔剧(泰国面具舞剧)喜剧表演者阿赞·斯坦普(Ajarn Stamp “Stanan Krutpicheth”)感慨道:“回顾多年来皇室对孔剧演员的恩情,我们可以从每年皇室对孔剧演员的训诫中感受到这一点。这些鼓励的话语提醒我们,我们的角色和责任始终在陛下的注视之下,我们完全可以为自己身为孔剧演员而感到自豪。”
斯坦普·斯坦南德教授在社交媒体上表达的感受大致如下:
喜剧演员的生活既有欢乐的时刻,也有不那么欢乐的时刻,而且压力重重。尽管日常生活充满挑战,但到了表演的时候,他们必须竭尽全力娱乐观众。有时他们会受到他人的贬低和批评,其中一些批评令人沮丧,甚至打击士气。
这是喜剧孔剧演员多年来不得不面对和证明自己的事情,而且他们每次演出都与孔剧演员一起参与其中。
孔剧(泰国面具舞剧)喜剧角色选角幕后:即使演出100场之后,
为促进艺术与工艺基金会举办的孔剧表演做准备涉及诸多方面,包括布景、服装、道具以及演员的准备情况。对于孔剧的喜剧部分,选角和剧本准备至关重要。参与者们通力合作,集思广益,并背诵台词。这种孔剧喜剧通常被称为“故事喜剧”。今年的演出剧目是悉多的故事,由树灵和野生动物扮演喜剧角色。
斯坦普·斯坦南教授回顾了幕后工作,他说:“孔剧表演中的喜剧角色负责串联《拉玛坚》史诗中的各个事件,解释悉多为何要在森林中流浪,并生下她的儿子帕蒙固和帕洛。幕后工作包括大约两周的咨询。由于演出时间只有大约10分钟,所以表演难度很大。他们必须以观众能够理解的方式讲述故事,涵盖所有重要事件,同时还要融入喜剧元素。导演给我们布置了任务,喜剧演员们则彼此讨论。”
斯坦普·斯坦南教授负责制定剧情大纲和每个人的大致对话。之后,大家集思广益,共同完善。排练期间,大家想到了一些笑话。一旦某个笑话被认为不错,就会被融入到正式演出的对话中。这次,特普·塔纳查蓬教授负责铺垫笑话或提出问题(在戏剧术语中,这被称为“第一句台词”)。玛哈老师和斯坦普教授负责讲故事或说出笑点(在戏剧术语中,这被称为“tui”)。波普·S·A·阿纳纳特教授负责铺垫笑话(“第二句台词”),而马克·塞塔武特教授则负责插入笑话或添加微妙的语言表达。
演员们在熟记台词后,会反复练习直至流利。然而,在正式演出时,他们会即兴发挥,运用机智和敏捷的思维来适应不同的情况。他们甚至可能脱离剧本,这种技巧在表演术语中被称为“自发即兴”。这使得每一场演出都独一无二;可以说,他们可以演出一百次而不会重复同一个场景。
去年,诸如七人制足球赛之类的重大赛事让蒙通威塔亚学校足球队声名鹊起,这支球队乘坐着他们的“梦想运输”卡车前来参赛。这支原本不被看好的球队赢得了压倒性的支持。孔剧(泰国传统面具舞剧)喜剧团随后将这些赛事融入到他们的表演中,以幽默的方式讽刺日常生活、社会、政治,甚至政府项目。这一点在今年的媒体预演或彩排中尤为明显。
一位装扮成榕树精灵的喜剧演员,带着一群森林动物——包括乌鸦、鹿和猴子——出现。他们一起讲述了悉多被逐出城邦,与一位隐士隐居森林后的生活故事。他们育有两个孩子,蒙固王子和罗布王子。这时,一支箭射中了榕树,榕树轰然倒塌,巨响传到了罗摩统治的阿约提亚。喜剧在帷幕落下前,以一个笑话结束了。
无论发生什么大事,泰国公共电视台都会报道。
然后他们走回幕后,留下观众思考这些社会事件。首都大楼倒塌已经过去一年多了,至今无人为此负责。这正是喜剧的功能之一——它不仅能带来短暂的幽默,还能帮助观众在不同时期审视社会的方方面面,包括好的和坏的方面。
为什么孔剧表演中包含喜剧元素?喜剧孔剧起源于哪里?
在古代泰国表演艺术中,有一种名为“Jum-uat”的职位,可能指的是一种需要记忆并展示的表演风格。如今,“Jum-uat”一词通常指喜剧表演,例如“Jum-uat Na Muan”(幕后喜剧)。在孔剧(蒙面舞剧)喜剧兴起之前,泰国美术部的一些艺术家也为泰国艺术的喜剧遗产做出了贡献,其中包括像颂蓬·蓬米特(Sompong Pongmitr)和颂坤·克拉让萨(Somkuan Krajangsart)这样的著名国家艺术家,他们都已去世。
该基金会的孔剧表演始于2007年的《Phrommas》一集。孔剧的喜剧元素首次出现在2011年的《玛雅拉之战》中,当时距离基金会成立仅四年。然而,孔剧的喜剧元素真正获得认可,是在2013年的《昆巴卡纳之战:莫克沙萨》和2014年的《因陀罗吉特之战:纳迦巴萨》两部作品中。这些作品借助社交媒体的力量广为传播,社交媒体分享了孔剧喜剧的故事,使其获得了广泛的认可。这一切最初只有三位表演者:阿赞斯坦普、克鲁玛哈和阿赞帖。
希望找到一位喜剧孔剧(泰国面具舞)表演者。
每位孔剧喜剧演员的背景各不相同。有的精通艺术文化,有的原本是孔剧演员,后来转型成为喜剧演员,还有的在中学或大学任教。但当他们齐聚孔剧舞台时,他们都是扮演喜剧角色的演员,竭尽全力地完成自己的表演,因为他们都认为自己戴着同一副面具,因对孔剧表演和孔剧喜剧的热爱而团结在一起。
许多人无疑都喜欢表演中的喜剧元素,许多观众都翘首以盼。他们认为喜剧是孔剧(泰国传统面具舞剧)不可或缺的一部分,并被穿插在剧情中的笑料所吸引,从中获得乐趣。然而,也有一些人无法欣赏喜剧表演的价值,因此经常表现出轻蔑的态度。
对于孔剧喜剧演员来说,他们的职责就是表演。即使幕后存在一些问题使喜剧表演变得困难,孔剧喜剧演员的舞台表演也是为了给观众带来欢笑,他们始终牢记“作为一名喜剧演员,必须永远保持幽默感”。
了解 2026 年国际园艺博览会:为什么选择在乌隆他尼举办?
从普吉岛街头市场走向国际舞台:Nene Royal 的成功故事。
“Maxxing”是2026年的年度词汇,反映了每个人都希望充分发挥自身潜力的时代。