นายกฯ จ่อทวงสัญญา "ทรัมป์" พิจารณาภาษีให้เป็นกรณีพิเศษ首相准备提醒特朗普总统,他曾承诺对关税问题给予特殊考虑。
นายกฯ เผยการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ไม่มีผลกระทบต่อไทย จ่อทวงสัญญา "ทรัมป์" พิจารณาภาษีให้เป็นกรณีพิเศษ ในเวที "อาเซียนซัมมิท-เอเปก" หลังทำตามเงื่อนไขถอนทหาร-สันติภาพ "ไทย-กัมพูชา"

วันนี้ (5 พ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบกับภาษีที่ไทยมีการเจรจาไว้หรือไม่ ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ รายงานความคืบหน้าการเจรจาว่า ขณะนี้ข้อตกลงต่าง ๆ เข้าสู่ขั้นตอนการทำเอกสารที่ต้องใช้นักกฎหมายมาตรวจสอบ
นายอนุทิน กล่าวว่า แสดงว่าเงื่อนไขและข้อตกลงองค์ประกอบของสัญญา ART (Agreement on Reciprocal Trade) น่าจะถึงบทสรุปแล้ว เพียงแต่ทำให้เป็นทางการ ซึ่งต้องใช้เวลาเนื่องจากมีรายละเอียดและข้อกฎหมายจำนวนมาก โดยทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการให้เรียบร้อย
ส่วนอัตราภาษีที่ไทยจะได้รับ นายอนุทินกล่าวว่า ในหลักการยังเป็นไปตามที่เคยเจรจาไว้ คือประมาณร้อยละ 19 โดยหากมีโอกาสพบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หวังว่าคงจะมีโอกาสได้บรรลุ สิ่งที่ได้หารือตกลงกันไว้ ในทุก ๆ เรื่องแล้ว ก็ขอให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พิจารณาเป็นกรณีพิเศษ เพราะปีที่แล้วทรัมป์ บอกว่า หากไทยกับกัมพูชาทำตามข้อตกลงได้ในเรื่องการถอนทหาร การสร้างสันติภาพ กำจัดทุ่นระเบิด ซึ่งได้ทำครบตามที่ได้ลงนามไว้แล้ว เพราะเขาบอกว่าถ้าทำแบบนี้แล้ว เขาจะหาวิธีที่จะลดภาษีไทยก็ดำเนินการตามนั้น
สำหรับเดินทางไปประชุมอาเซียนซัมมิท และเอเปก สัปดาห์หน้า นายกรัฐมนตรี จะมีโอกาสได้พูดคุยกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่ ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่ง Draft ของ Joint Statement หลังจากที่มีการหารือในเรื่องสัญญาทางการค้าจบแล้ว แต่ยังทำไม่เสร็จก็จะมีเป็น Joint Statement ร่วมกัน แต่ไม่มีผลอะไร เพราะมาถึงจุดนี้แล้วก็หมายความว่า ตอนนี้ก็ใช้ภาษีที่เป็นปกติ จนกว่าจะลงนามเรียบร้อย อย่างเป็นทางการ สำหรับตนเองอยู่ทั้งการประชุมอาเซียนซัมมิทและเอเปก
นายอนุทินกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางไปครั้งนี้จะได้เซ็นเป็น Joint Statement พร้อมอธิบายว่าก่อนเซ็นสัญญา ต้องทำ Joint Statement ก่อน เพราะการทำสัญญาต้องลงรายละเอียด เป็นเรื่องของงานกฎหมาย ซึ่งเป็นสัญญาหลัก อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ระบุอีกว่า ได้ติดตามข่าวการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ย้ำว่าไม่มีผลอะไรกับประเทศไทย
"หมูเด้ง" ได้เป็นน้าแล้ว ต้อนรับ "ลูกฮิปโปแคระ" ลูกพ่อหมูตุ๋น-แม่หมูมะนาว
นายกฯ ขอประชาชนใช้ชีวิตปกติ ชี้ไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ-ไม่ขาดแคลนอาหาร
เปิดผู้ชนะ-ผู้แพ้ เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เดโมแครตเฮ-ทรัมป์เสียแต้มหนัก
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
今天(2026年11月5日),泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔就美国中期选举可能对泰国正在进行的关税谈判产生的影响发表了讲话。他表示,副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘汇报了谈判进展情况,指出相关协议目前正处于文件准备阶段,尚需进行法律审查。
阿努廷先生表示,这表明互惠贸易协定(ART)的条款和条件可能已接近完成,但仍需正式确定。由于双方必须履行诸多细节义务并涉及法律问题,这一过程需要时间。
关于泰国将面临的关税税率,阿努廷先生表示,原则上仍维持此前谈判达成的约19%的水平。他表示,如果有机会与美国总统唐纳德·特朗普会面,希望双方能够就所有已讨论并达成一致的事项达成协议。他请求特朗普总统将泰国的情况视为特殊例外,因为特朗普去年曾表示,如果泰国和柬埔寨履行了关于撤军、和平建设和排雷的协议——而两国已全面履行了这些协议——他将设法降低对泰国的关税。
关于总理下周出席东盟峰会和亚太经合组织会议期间是否有机会与唐纳德·特朗普会面,阿努廷先生表示,外交部正在为此努力。美国政府在贸易协定谈判结束后已提交了一份联合声明草案,但尚未最终定稿。不过,由于目前正常关税仍将继续生效,直至正式签署完成,因此该草案不会产生任何实质性影响。至于他本人,他将出席东盟峰会和亚太经合组织会议。
阿努廷先生进一步表示,此次访问期间他将签署一份联合声明。他解释说,签署任何合同之前都必须先拟定联合声明,因为它需要详细的法律信息,而且是合同的主要依据。不过,阿努廷先生也表示,他一直在关注美国中期选举的新闻,并强调选举结果不会对泰国产生任何影响。
“弹跳猪”当阿姨啦!它迎来了“小矮河马宝宝”,它是炖猪肉爸爸和酸橙猪肉妈妈的后代。
总理敦促民众正常生活,并指出泰国是粮仓,不会出现粮食短缺。
美国中期选举结果揭晓:民主党获胜,特朗普失去大量选票。
美国中期选举