ไม่มีศพแล้ว ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา แจงปมสุสานชาวยิว ยันไม่ต่อใบอนุญาต北柳府府尹解释说,犹太公墓不再有尸体,并确认不会续签许可证。
ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา แจงปมสุสานชาวยิว ในพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า ยันไม่ต่อใบอนุญาต ไม่มีการฝังศพในพื้นที่ 1 ศพถูกฝังก่อนหน้านี้ ย้ายออกไปแล้ว

ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา แจงปมสุสานชาวยิว ในพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ ที่ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า ยันไม่ต่อใบอนุญาต ไม่มีการฝังศพในพื้นที่ 1 ศพถูกฝังก่อนหน้านี้ ย้ายออกไปแล้ว
จากกระแสข่าวที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงที่ผ่านมา กรณีชุมชนชาวยิวในประเทศไทยเตรียมจัดทำพื้นที่สุสานแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ “New Jewish Cemetery” หรือสุสานชาวยิวแห่งใหม่ JEWISH CEMETERY THAILAND โดยมีข้อมูลว่าจะใช้เป็นพื้นที่รองรับการฝังร่างผู้เสียชีวิตชาวยิวจำนวนมาก และมีการระบุว่าอาจรองรับได้ประมาณ 1,200 ร่าง ทำให้เกิดคำถามในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราว่า สถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่ที่ใด และจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่
เปิดพิกัดพื้นที่ใช้เป็นสุสาน
กระทั่งช่วงเย็นวานนี้ (2 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังพบข้อมูลว่าสถานที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 4 ปี โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ น.ส.น้ำผึ้ง คำสอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ พร้อมด้วย น.ส.เสาวลักษณ์ ปั้นเจริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 นางกัลยา ศรีสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลเสม็ดใต้ และนายเอกชัย สุดนุช สารวัตรกำนัน รวมถึงชาวบ้าน ได้เดินทางมาร่วมตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว ว่ามีความเคลื่อนไหวอีกหรือไม่ หลังจากเงียบหายไปนานกว่า 2 ปี
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีขนาดประมาณ 6 ไร่ 20 ตารางวา ตั้งอยู่ริมถนนทางเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลเสม็ดใต้ โดยมีรั้วและกำแพงปิดล้อมโดยรอบ ประตูทางเข้าเป็นประตูเมทัลชีท มีโซ่และกุญแจล็อกอย่างแน่นหนา กำแพงโดยรอบสูงประมาณ 4 เมตรจากระดับคูน้ำ และด้านในยังมีผนังปูนกั้นอีกชั้น ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถมองเห็นสภาพด้านในได้อย่างชัดเจน ขณะที่บริเวณด้านหลังพื้นที่พบแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงบ่อกุ้งและบ่อปลา ขณะที่ภายในพื้นที่เป็นพื้นที่โล่ง มีหญ้าขึ้นปกคลุมบางส่วน และพบเต็นท์ขนาดใหญ่สีน้ำเงินจำนวน 2 หลัง
ชาวบ้านกังวล รั้วติดพื้นที่จะใช้เป็นสุสาน
นางเล็ก อายุ 70 ปี ชาวบ้านซึ่งมีบ้านพักอยู่ติดกับรั้วพื้นที่ดังกล่าว เปิดเผยว่า ในช่วงแรกตนเองไม่ทราบว่าสถานที่แห่งนี้จะถูกใช้เป็นสุสานชาวยิว เพราะเข้าใจว่าเป็นสถานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการอบผลไม้แห้ง กระทั่งประมาณปี 2567 มีรถตู้ขนร่างผู้เสียชีวิต โดยที่ไม่มีโลงศพ เข้ามาที่หน้าบ้านของตน และมีบุคคลเข้ามาติดต่อขอกุญแจเพื่อไปเปิดประตูสุสาน เพราะคิดว่าตนเป็นผู้ดูแลสุสาน เพราะบ้านปลูกติดกับรั้วของสุสาน จึงทำให้ตนทราบว่า สถานที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฝังร่างผู้เสียชีวิตชาวต่างชาติ
โดยนางเล็กยอมรับว่า ขนาดมีแค่ศพเดียว ยังรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน อีกทั้งบริเวณดังกล่าวค่อนข้างเงียบ โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยรวมตัวกันคัดค้านไม่ต้องการให้มีการนำร่างผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีหรือฝังในพื้นที่ โดยต่อมาทราบจากผู้นำชุมชนว่า สถานที่แห่งนี้ไม่สามารถต่อใบอนุญาตได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกสบายใจและคิดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะยุติลงแล้ว แต่ล่าสุดกลับมีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่า พื้นที่สุสานของชาวยิวในกรุงเทพฯ เริ่มมีพื้นที่ไม่เพียงพอ และอาจมีการกลับมาปรับปรุงพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 หลุม ทำให้ชาวบ้านเกิดความกังวลขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ติดกับพื้นที่สุสาน เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนใช้น้ำจากบ่อและแหล่งน้ำโดยรอบในการประกอบอาชีพ ทั้งบ่อกุ้งและบ่อปลา จึงกังวลว่าหากในอนาคตมีการนำร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากเข้ามาฝัง อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือคุณภาพน้ำหรือไม่
ชาวบ้านคัดค้าน สร้างสุสานยิว
ด้าน น.ส.น้ำผึ้ง คำสอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ เปิดเผยว่า พื้นที่แห่งนี้เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างประมาณปี 2565 โดยมีการก่อสร้างกำแพงล้อมพื้นที่ ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านพอทราบว่าจะใช้เป็นสถานที่ฝังร่างผู้เสียชีวิตของชาวยิว และพยายามคัดค้านมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรนอกจากการสร้างกำแพงสูง กระทั่งปี 2567 ชาวบ้านพบความเคลื่อนไหว คือมีการนำร่างผู้เสียชีวิตชาวยิวเข้ามาในพื้นที่ มีบาทหลวง มีบุคคลแต่งตัวคล้ายชาวยิวมีหนวดเครา ทำให้ชาวบ้านทราบว่าสถานที่แห่งนี้เริ่มมีการใช้เป็นสุสาน จึงรวมตัวกันคัดค้านอีกครั้ง
และในช่วงเวลาดังกล่าว นายไมตรี ไตรติลานันท์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในขณะนั้น ได้เดินทางมาประชุมที่อำเภอบางคล้า ชาวบ้านจึงยื่นหนังสือร้องเรียนและมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนที่ภายหลังทางจังหวัดจะแจ้งกลับว่าไม่สามารถต่อใบอนุญาตให้กับสถานที่แห่งนี้ได้ จึงส่งเรื่องให้กรมการปกครองเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 กรมการปกครองแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไว้เพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ เนื่องจากเป็นการยื่นอุทธรณ์เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และจังหวัดฉะเชิงเทราแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้อุทธรณ์พร้อมแจ้งสิทธิ์ในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้ผู้อุทธรณ์ทราบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ณ ปัจจุบัน ผู้ดำเนินการแทนบริษัทดังกล่าว ได้ใช้สิทธิทางศาลและอยู่ในกระบวนการของศาลปกครองระยอง ก่อนเรื่องจะเงียบไปเป็นเวลานานกว่า 2 ปี
กระทั่งช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กระแสข่าวเกี่ยวกับพื้นที่แห่งนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการโพสต์และแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า พื้นที่สุสานชาวยิวในกรุงเทพฯ เริ่มมีพื้นที่ไม่เพียงพอ และอาจมีการกลับมาปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้เพื่อรองรับร่างผู้เสียชีวิตได้ประมาณ 1,200 หลุม เรื่องดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากสอบถามผู้นำชุมชน รวมถึงตนถึงข้อเท็จจริงและความคืบหน้า ท่ามกลางความกังวลของชาวบ้าน
เผยที่มา ขอสร้างสุสาน
ขณะที่ช่วงสายวันนี้ (3 ก.ย.) ดร.กิตติพงศ์ สีเหลือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ เปิดเผยว่า เดิมที บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เข้ามาขออนุญาตเพื่อจะตั้งสุสานโดยในแบบนั้นมีการฝังศพตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งทาง อบต. นั้นไม่ได้อนุญาต เป็นช่วงจังหวะที่ตัวนายกหมดสมัยการเลือกตั้งในช่วงปี 2564 จึงไม่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบ กระทั่งปี 2565 กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกสมัยใหม่ และได้มีการก่อสร้างกำแพงในปี 2565 โดยบริษัทเอกชนได้นำเอกสารการขออนุญาตที่ถูกต้องจากทางจังหวัดมาจนมีการก่อสร้างกำแพงขึ้น
จากนั้นในปี 2566 ถึง 2567 มีการเคลื่อนย้ายนำร่างผู้เสียชีวิตมาที่สุสานดังกล่าวทำให้ชาวบ้านไม่พอใจรวมตัวกันประท้วงก่อนจะมีการเคลื่อนย้ายศพออกไป มาถึงปี 2569 มีกระแสข่าวว่าจะมีการเคลื่อนร่าง 1,200 ศพ เข้ามายังสุสานแห่งนี้อีกครั้งซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาได้อย่างไร ยืนยันว่าหากชาวบ้านไม่ต้องการทาง อบต. ก็ไม่สามารถดำเนินการให้จัดตั้งสุสานได้
ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา แจงปมสุสานชาวยิว
ขณะที่ นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สั่งการให้ทุกอำเภอตรวจสอบเข้มข้น กรณี การดำเนินกิจการสุสานและฌาปนสถานฯ ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามที่มีปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์
จากการตรวจสอบพบว่า จังหวัดฉะเชิงเทรามีสุสานที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยถูกต้องตามกฎหมาย ในพื้นที่ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า โดยใช้ชื่อสุสาน JEWISH CEMETERY THAILAND มีตัวแทนชาวไทย(ภูมิลำเนาจังหวัดชลบุรี) เป็นผู้ดำเนินการ ยื่นคำขอใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน เมื่อปี พ.ศ. 2564 และพบว่า เมื่อช่วงปี พ.ศ. 2566 มีชาวบ้านประมาณ 60 คน ที่มีบ้านเรือนและชุมชนใกล้เคียงกับสุสาน รวมตัวหน้าสุสานคัดค้านไม่ให้นำศพเข้าฝังบริเวณสุสาน ณ วันที่ชาวบ้านรวมตัวคัดค้าน ทางสุสานจะดำเนินการนำศพเข้ามาฝังที่สุสาน โดยใบมรณบัตรระบุว่าฝังที่สุสานยิว (สถานที่ดังกล่าวนี้) ซึ่งข้อเท็จจริง สถานที่ตั้งสุสานอยู่ใกล้บริเวณชุมชน ประชาชนสัญจรไปมาเป็นประจำ และมีสถานที่อื่น เช่น โรงเรียนบ้านหนองโสน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสม็ดใต้ ศาลาประชาคม ใกล้พื้นที่ทำการเกษตร เลี้ยงกุ้ง ชาวบ้านจึงรวมตัวคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้างสุสานในพื้นที่โดยเด็ดขาด
ไม่ต่อใบอนุญาต สร้างสุสานชาวยิว
ซึ่งอำเภอบางคล้า ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่และข้อเท็จจริง พบว่าสถานที่ก่อสร้างเมื่อ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 แล้วเสร็จเมื่อเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2566 และชาวบ้านสันนิษฐานว่า "น่าจะ" มีการนำศพมาฝังแล้ว 1 ศพ เนื่องจากในบริเวณกำแพงรั้ว มีลักษณะหลุมฝังมีดินกลบ และอีก 1 หลุม เป็นลักษณะขุดหลุมสี่เหลี่ยมแต่ยังไม่ได้กลบดิน
และจากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ตั้งสุสาน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตามที่ระเบียบกฎหมายกำหนด คือ 1. สถานที่อยู่ติดถนนสำหรับประชาชนใช้สัญจรสาธารณะ 2. มีลำรางสาธารณะที่ประชาชนใช้ระบายน้ำลงสู่คลองชลประทานเมื่อเกิดน้ำท่วม 3. มีหลอดน้ำ ใช้ในการส่งน้ำเข้าสู่แปลงพืชสวนของเกษตรกร 4. มีพื้นที่กับแหล่งน้ำ 2 ด้าน ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 คณะกรรมการกลั่นกรองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสุสานและฌาปนสถาน ร่วมกันพิจารณากลั่นกรองการต่ออายุใบอนุญาต พบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) จึงมีมติเอกฉันท์ว่า สถานที่ตั้งสุสานและฌาปนสถานดังกล่าว ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข จึงพิจารณา "ไม่ควรต่อใบอนุญาต" และแจ้งผลเป็นหนังสือต่อผู้รับมอบอำนาจดำเนินการ และผู้ยื่นคำขอสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ ผ่านอำเภอบางคล้า
จากนั้น บริษัทดังกล่าวได้มอบอำนาจให้ทนายความส่งหนังสือเพื่ออุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ต่อนายอำเภอบางคล้า ซึ่งในขณะนั้นจังหวัดฉะเชิงเทราให้อำเภอบางคล้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ปรากฏว่า ถนนสนามช้าง-หนองโสน ได้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงท้องถิ่น และคลองใหม่ ผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นยืนยันว่าเป็นคลองสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน และใช้ประโยชน์ในการระบายน้ำออกเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่และส่งน้ำเข้าสวน และบ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกร ปัจจุบันโฉนดที่ดินที่ขออนุญาตจัดตั้งสุสาน แบ่งออกเป็น 2 โฉนด โดยโฉนดที่ดินที่ขออนุญาตจัดตั้งสุสานมีเนื้อที่เหลือ 6 ไร่ 20 ตารางวา จังหวัดฉะเชิงเทราพิจารณาแล้ว เห็นพ้องกันกับอำเภอบางคล้า ไม่ต่อใบอนุญาต จึงส่งเรื่องให้กรมการปกครองเพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568
ยันไม่มีการฝังศพในพื้นที่อ้างเป็นสุสานยิว
กรมการปกครองแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้โปรดพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ไว้เพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์เนื่องจากเป็นการยื่นอุทธรณ์เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และจังหวัดฉะเชิงเทราแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้อุทธรณ์พร้อมแจ้งสิทธิ์ในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้ผู้อุทธรณ์ทราบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ณ ปัจจุบัน ผู้ดำเนินการแทนบริษัทดังกล่าว ได้ใช้สิทธิทางศาลและอยู่ในกระบวนการของศาลปกครองระยอง และปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวได้หยุดดำเนินกิจการไปแล้ว โดยที่ทำการปกครองอำเภอบางคล้าแจ้งว่า ณ ขณะได้รับอนุญาตมีการฝังศพ จำนวน 1 ศพ ซึ่งภายหลังได้ขนย้ายศพดังกล่าวออกนอกพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันจึงไม่มีศพฝังในพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้กำชับให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ตรวจตราเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และรายงานผลให้ทราบทันที พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือประชาชนในชุมชนคอยเฝ้าระวังด้วย
北柳府府尹就邦克拉县萨美泰街道约6莱土地上的犹太公墓问题作出澄清,确认该公墓的许可证将不再续签,且该地目前没有墓葬。此前埋葬于此的一具遗体已被迁葬。
最近,有关泰国计划建造一座新的犹太公墓(据称名为“泰国新犹太公墓”)的广泛新闻报道,称该公墓旨在容纳大量犹太人的葬礼(可能约 1200 具遗体),这引发了北柳府对该项目的选址和可行性的质疑。
查明用作墓地的区域的坐标。
昨天(9月2日)深夜,记者接到线报称,事发地点位于北柳府邦克拉县萨美泰街道2号村,且该地区已持续四年多有活动迹象。记者随即前往调查。萨美泰街道行政长官南蓬·坎萨德女士、2号村村长萨瓦鲁克·潘加伦女士、5号村村长卡拉雅·斯里萨瓦特女士、副行政长官埃卡猜·苏德努特先生以及当地居民一同前往现场,查看在沉寂两年多之后,该地区是否再次出现任何活动。
检查发现,该地块面积约6莱20平方哇,位于通往沙美泰分区儿童发展中心的道路旁。地块四周有围墙和栅栏,铁皮大门用链条和挂锁牢牢锁住。围墙高出护城河水面约4米,内部还有一道混凝土墙,防止外人窥视内部。地块后方发现天然水源,包括虾塘和鱼塘。地块内部是一片空地,覆盖着一些草地,并发现了两个大型蓝色帐篷。
村民们对拟用作墓地的区域周围的围栏感到担忧。
70岁的莱克女士住在墓地围栏旁,她透露,起初她并不知道这里会被用作犹太人墓地,一直以为这里是水果干厂。直到2024年左右,一辆运送遗体(没有棺材)的货车停在她家门前,有人走过来向她要墓地大门的钥匙,因为她家紧挨着围栏,对方误以为她是墓地管理员。这时她才知道,这块地是用来埋葬外国人的。
莱克女士承认,即使只有一具尸体,她也感到害怕,尤其是在晚上。这片区域也十分安静。此前,村民们曾抗议将死者埋葬于此。后来,他们从社区领袖那里得知,该地点的许可证无法续期,这让他们感到安心,以为事情已经解决。然而,最近有网络新闻报道称,曼谷的犹太公墓空间不足,北柳府的这片区域可能会被改造,以容纳约1200个墓穴。这再次引发了村民们的担忧,尤其是对公墓附近的天然水源。一些村民依靠井水和周边水源(包括虾塘和鱼塘)维持生计。他们担心,如果未来大量尸体被埋葬于此,可能会对环境或水质造成负面影响。
村民反对修建犹太人公墓。
萨梅泰镇区长南蓬·坎萨德女士透露,这片区域大约在2022年开始形成,当时周围修建了一堵围墙。那时,村民们就知道这里将被用作犹太受害者的墓地,并一直反对,但除了修建高墙之外,并没有采取任何行动。到了2024年,村民们发现了异常活动:犹太受害者的遗体被抬进这片区域,陪同他们的还有一名牧师和一些身着犹太服饰、留着胡须的人。这让村民们意识到这里正在被用作墓地,于是他们再次聚集起来进行抗议。
当时,北柳府府尹迈特里·特雷蒂拉南先生出席了邦克拉县的一次会议。当地居民提交了一份投诉,随后进行了现场检查。之后,府政府通知居民,该设施的许可证无法续期,并将此事转交府行政厅,由府行政厅提交内政部长。2025年9月29日,府行政厅宣布,内政部长已审查此事,并下令驳回上诉,理由是上诉已超过法定时限。北柳府随后将该决定告知上诉人,并告知他们有权向行政法院提起诉讼,指示他们按照法律程序进行。目前,该公司代表已行使了其法律权利,该案在罗勇行政法院待审,但两年多后便陷入停滞。
就在几天前,有关曼谷犹太公墓的消息再次引起关注。网上流传着一条信息,称曼谷的犹太公墓空间即将饱和,可能需要进行翻新以容纳约1200个墓穴。这引发了许多当地居民(包括我本人)的担忧,他们纷纷向社区领袖询问事实真相和最新进展。
修建墓地的请求缘由已经揭晓。
今天上午(9月3日),沙美台区行政组织区长吉迪蓬·西鲁昂博士透露,一家私营公司最初申请修建墓地,计划自2021年起开始安葬逝者。当时,由于区长任期已于2021年选举后结束,无权进行调查,因此区行政组织并未批准该申请。2022年,他再次就任区长,墓地围墙的修建工作随即启动,而该私营公司也提供了省政府颁发的合法许可证文件。
随后,在2023-2024年,死者的遗体被迁往该墓地,这激怒了村民,引发了抗议,最终遗体被迁出。2026年,有传言称将再次有1200具遗体被迁往该墓地,我不知道这个消息的来源。我可以确认,如果村民反对,街道行政组织不能继续推进墓地的建设。
北柳府府尹解释了犹太公墓的问题。
与此同时,北柳府府尹查普拉翁·尼永女士已下令所有地区对北柳府墓地和火葬场的运营情况进行彻底调查,此前社交媒体上出现了相关报道。
一项调查显示,泰国北柳府邦克拉县萨美泰街道存在一处未经授权的墓地。该墓地名为“泰国犹太公墓”,由一名泰国代表(在春武里府注册)运营,该代表于2021年申请了墓地和火葬场许可证。大约在2023年,居住在墓地附近的约60名村民抗议在此进行葬礼。该墓地计划继续进行葬礼,死亡证明上会注明墓地为犹太公墓(即上述地点)。然而,该墓地位于交通繁忙的居民区附近,并且靠近农萨诺学校、萨美泰街道卫生促进医院、社区活动中心以及包括虾场在内的农田等其他地标。因此,村民强烈反对在该地区建造墓地。
未能续签建造犹太公墓的许可证。
邦克拉县官员视察了现场,发现该建筑于 2022 年 11 月开工,2023 年 10 月竣工。村民怀疑那里已经埋葬了一具尸体,因为围栏内有一个装满泥土的墓坑,还有一个长方形的坑,但还没有填满泥土。
检查结果显示,该墓地选址不符合法律规定的标准,具体而言:1. 毗邻公共道路;2. 存在公共排水沟,用于在洪水期间将水引入灌溉渠;3. 存在用于灌溉农户果园的水管;4. 土地两侧均有水源。随后,2024年2月12日,负责审查墓地和火葬场标准及条件的委员会审议了续期申请,发现其不符合《部长条例(2000)》规定的标准。因此,委员会一致决议,该墓地和火葬场选址不符合标准及条件,建议不予续期。该结果已书面通知授权代表,申请人有权通过邦克拉县办事处向内政部长提出上诉。
随后,该公司授权其律师就该行政命令向邦克拉县长提出上诉。当时,北柳府指示邦克拉县对事实进行进一步调查。调查发现,萨南昌-农萨诺公路已登记为地方公路,而新开挖的运河经当地领导人确认为公共运河,用于洪水期间的排水以及为果园和虾塘供水。目前,申请设立墓地的土地所有权被分割成两份地契,剩余6莱20平方哇。经审议,北柳府与邦克拉县协商一致,决定不予续签许可,并将此事提交省行政厅,由省行政厅呈报内政部长。此事发生在2025年9月29日。
他们坚称,在据称是犹太人墓地的地区并没有埋葬任何人。
省行政厅报告称,内政部长已审查此事,并下令驳回上诉,理由是上诉已超过法定时效。北柳府已将该决定及其向行政法院提起诉讼的权利告知上诉人,并指示其按法律程序行事。目前,该公司代表已行使法律权利,案件正在罗勇府行政法院审理中。该工地也已停止运营。邦克拉县行政办公室报告称,许可证颁发时,工地上埋葬着一具尸体,但该尸体已被移走。因此,目前工地上没有埋葬尸体。
省长已指示各区官员、乡长、村长等密切监测辖区内情况,并立即汇报结果。省长还呼吁民众保持警惕,予以配合。