ป้าวัย 77 ขับเบนซ์ย้อนศร อ้างตกใจ-เข้าใจเครื่องหมายจราจรผิด ตร.เตรียมเสนอศาลสั่งริบรถ一名77岁的老妇驾驶一辆奔驰车逆向行驶,声称自己受到惊吓,误解了交通标志。警方正准备向法院申请没收该车辆。
ป้าวัย 77 ขับเบนซ์ขาวย้อนศร กลางถนนวิภาวดี เข้าให้ปากคำ ต่อ พนง.สอบสวน สน.วิภาวดี อ้างตกใจเข้าใจเครื่องหมายจราจรผิด โดนไป 3 ข้อหา ตร.เตรียมเสนอศาลสั่งริบรถ

ป้าวัย 77 ขับเบนซ์ขาวย้อนศร กลางถนนวิภาวดี เข้าให้ปากคำ ต่อ พนง.สอบสวน สน.วิภาวดี อ้างตกใจเข้าใจเครื่องหมายจราจรผิด โดนไป 3 ข้อหา “ขับรถประมาท - ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร - ข้อหาอื่นๆ” สารวัตรด้วน เผยเตรียมเสนอศาลสั่งริบรถ
วันนี้ (8 ก.ย.69) เมื่อเวลา 14.45 น. ที่ สน.วิภาวดี-งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต นางพะเยาว์ (ป้าคนขับรถเบนซ์ย้อนศร บนถนนวิภาวดี) อายุ 77 ปี พร้อมกับลูกสาว เดินทางให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน หลังก่อเหตุขับรถย้อนศร ถ.วิภาวดี ฝั่งขาเข้าก่อนถึง 5 แยกลาดพร้าว โดย นางพะเยาว์ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในระหว่างที่เดินทางพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ นางพะเยาว์ เดินทางมาด้วยรถตู้สีดำ สวมใส่แว่นดำและแมสก์ เพื่อปิดบังใบหน้าและไม่สะดวกที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชน ก่อนที่ทางตำรวจ จะให้ญาติกลับไปเอารถเบนซ์คันก่อเหตุมาที่ สน.วิภาวดี เพื่อนำมาตรวจสอบ
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นางพะเยาว์ ประกอบอาชีพเป็นเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งย่านรัชดา
ขณะที่เวลา 16.00 น. ญาติของนางพะเยาว์ ได้ขับรถเบนซ์คันก่อเหตุ มาจอดที่ สน.วิภาวดี โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ แจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา คือ 1.ขับรถประมาท 2.ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง และ 3.เดินรถไม่เป็นไปตามทิศทางที่กฎหมายกำหนด ก่อนที่จะนัดนางพะเยาว์ไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ศาลจะมีการพิจารณาว่าจะมีการยึดรถคันดังกล่าวหรือไม่
ล่าสุดตำรวจ สน.วิภาวดี ได้ให้ตำรวจประจำสถานีไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า รถเบนซ์คันดังกล่าวขับขึ้นมาจากทางออกของห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว มาบริเวณ ถ.หอวัง จากนั้นเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าออก ถ.วิภาวดีรังสิต จากนั้นขับรถเรื่อยมาตามถนนในฝั่งขาเข้าบริเวณช่องทางคู่ขนานจนกระทั่งถึงจุดกลับรถ ซึ่งรถเบนซ์คันดังกล่าวได้เลี้ยวกลับรถแต่เมื่อถึงจุดตัดทางกลับรถของช่องทางด่วนได้หักหัวรถกลับเข้าไปภายในจุดกลับรถของช่องทางด่วนแล้วขับสวนเลนย้อนศรขึ้นไปประมาณ 1 กิโลเมตร จนกระทั่งถึงเกือบถึงแยกบางเขน
ภายหลังการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้น นางพะเยาว์พร้อมลูกสาวได้เดินทางออกจาก ห้องสอบสวน โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และขึ้นรถกลับไปในทันที
บางช่วงบางตอน พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สารวัตรจราจร สน.วิภาวดี เปิดเผยว่า เบื้องต้น เท่าที่สอบถามทราบว่าเนื่องจากคุณป้าอายุเยอะแล้ว น่าจะเกิดจากเข้าใจเครื่องหมายจราจรผิด แล้วเกิดความตกใจ ส่วนรถเบนซ์ได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดี ก่อนจะดำเนินการส่งพนักงานอัยการเพื่อเสนอต่อศาลเพื่อจะทำการริบรถต่อไป
一名77岁的老妇驾驶一辆白色奔驰车逆行在维巴瓦迪路(Vibhavadi Road)上,事后她前往维巴瓦迪警察局向调查人员做了笔录。她声称自己当时受到惊吓,误解了交通标志。她面临三项指控:鲁莽驾驶、违反交通标志及其他罪名。警方负责人透露,他们正准备向法院申请扣押该车辆。
今天(2026年9月8日)下午2点45分,在维帕瓦迪警察局-维帕瓦迪兰实交通管制中心,驾驶奔驰车在维帕瓦迪路逆行的77岁老妇帕尧女士及其女儿抵达,向调查人员提供补充证词。此前,帕尧女士在拉抛路交叉口前的维帕瓦迪路进城方向车道逆行。她乘坐一辆黑色面包车抵达,戴着太阳镜和口罩遮住脸部,并拒绝回答媒体提问。警方随后指示其亲属取回涉事奔驰车,并将其送至维帕瓦迪警察局进行检查。
此外,记者还了解到,帕尧女士在拉差达地区拥有一处房地产项目。
下午4点,帕尧女士的亲属驾驶涉事奔驰车前往维帕瓦迪警察局。警方最初以三项罪名指控她:1. 鲁莽驾驶;2. 违反交通标志;3. 逆向行驶。帕尧女士随后被安排于明日出庭曼谷北部地方法院,法院将考虑是否扣押该车辆。
近日,维帕瓦迪警察局调阅监控录像发现,一辆奔驰车从中央拉普拉奥出口驶入霍旺路,然后左转进入维帕瓦迪兰实路。该车沿平行道路的进城方向车道行驶,直至到达一个掉头点。奔驰车试图掉头,但在到达与高速公路掉头区域的交叉路口时,却突然驶回高速公路掉头区域,逆向行驶约一公里,几乎到达邦肯路口。
向调查人员作完陈述后,帕尧女士和她的女儿离开了审讯室,拒绝接受媒体采访,并立即上车离开。
在询问过程中,维巴瓦迪警察局交通警察督察普琼·毛通中校透露,初步调查显示,这名老年妇女可能误解了交通标志,并因惊慌失措而发生事故。涉事奔驰车已被扣押作为证据,并将移交检察官,请求法院没收该车辆。