สภาเดือดกลางดึก “ภูมิใจไทย-ปชน.” ประท้วงสนั่น-สาดวิวาทะปมงบน้ำบาดาล深夜,泰国人民力量党和泰国民族力量党举行激烈抗议,就地下水预算问题展开激烈辩论,导致议会陷入混乱。
สภาเดือดกลางดึกอีกแล้ว! “พรรคประชาชน-ภูมิใจไทย” ซัดนัวงบประมาณน้ำบาดาล “ณัฐชา” จี้ถามปมกระจุกตัว-ผิดพื้นที่ “พิมพ์ภัทรา” สวนกลับอย่าเน้นคอนเทนต์ ด้าน “รักชนก” โกรธจัดหวิดปะทะคารมเดือด

สภาเดือดกลางดึกอีกแล้ว! “พรรคประชาชน-ภูมิใจไทย” ซัดนัวงบประมาณน้ำบาดาล “ณัฐชา” จี้ถามปมกระจุกตัว-ผิดพื้นที่ “พิมพ์ภัทรา” สวนกลับอย่าเน้นคอนเทนต์ ด้าน “รักชนก” โกรธจัดหวิดปะทะคารมเดือด
เมื่อเวลา 21.29 น. วันที่ 8 กันยายน 2569 นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ค่าจ้างเหมาบริการ ค่าจ้างที่ปรึกษา และการพัฒนาระบบรูปแบบการทำงาน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (กมธ.เสียงข้างมาก) ได้ลุกขึ้นชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 70 มาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวาระที่ 2 ชี้แจงสาเหตุที่มาของการตัดงบประมาณ จากที่ประชุมได้มีการอภิปรายกรณี กมธ. ตัดงบประมาณในส่วนของกรมควบคุมมลพิษจำนวน 3 พันล้านบาท ว่า เพื่อเป็นค่าชดใช้ให้แก่บริษัท ซึ่งเป็นคู่ความจากกรณีบ่อขยะคลองด่าน ซึ่งเป็นคดีมหากาพย์มากกว่า 20 ปี และกรมควบคุมมลพิษได้เสนอของบประมาณในส่วนนี้ เพื่อชดใช้ให้แก่คู่ความ
นายบุญลือ กล่าวต่อไปว่า แต่เนื่องจากคดียังไม่สิ้นสุด โดยยังมีการอายัดทรัพย์และอยู่ในชั้นไต่สวนของศาลปกครอง กมธ. จึงเห็นควรตัดงบประมาณในส่วนนี้และนำกลับคืนสู่งบประมาณแผ่นดิน ยืนยันว่าการตัดสินใจของคณะอนุกรรมาธิการในครั้งนี้เป็นประวัติศาสตร์ในการพิจารณางบประมาณและเป็นการกระทำอย่างรอบคอบและรัดกุม และที่สำคัญเพื่อปิดทองหลังพระ
จากนั้นเวลา 21.45 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ระหว่างพิจารณาในมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า เป็นประเด็นที่ตนต้องตอบ เพราะเป็นคำถามจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คำถามนี้เคยถามในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณแล้ว ก็ชี้แจงคิดว่าจะเข้าใจกัน เมื่อมีประเด็นกรมทรัพยากรน้ำบาดาล งบประมาณปี 2570 ตั้งไว้ 1.5 พันล้านบาท เพื่อจะดำเนินการขุดบ่อน้ำบาดาลให้กับประชาชน แต่บ่อน้ำบาดาลมาอยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคประชาชน ซึ่งจะมีการเจาะน้ำบาดาลประมาณ 281 โครงการ อยู่ในพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย 141 โครงการ
นายบุญจง กล่าวต่อไปว่า พวกเราเป็น สส. รู้ดีว่าปัญหาของประชาชนเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะผู้แทนราษฎรที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง ลงพื้นที่ก็จะมีเรื่องน้ำบาดาลไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ไม่มีน้ำสำหรับทำเกษตร นี่เป็นเสียงสะท้อนมายัง สส. แต่ประเด็นที่เป็นคำถามคือทำไมโครงการน้ำบาดาลเหล่านี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จึงบรรจุอยู่ในพื้นที่ที่บอกว่าอยู่ในพื้นที่ของ สส.พรรคภูมิใจไทย มากกว่า สส.พรรคประชาชน เราต้องยอมรับความจริงว่า สส.เขต พรรคภูมิใจไทยมีทั้งหมด 172 เขต ส่วนพรรคประชาชนน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง และที่สำคัญ สส.เขต พรรคภูมิใจไทยส่วนใหญ่อยู่ทุกภาค เป็นพื้นที่ชนบท เวลาลงพื้นที่พบปัญหาก็ประสานไปยังหน่วยงานราชการ ส่วนพื้นที่ใดจะขุดเจาะได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่กระบวนการวิธีการของหน่วยงานราชการนั้นๆ
“ขอให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อย นายณัฐชา โปรดเข้าใจไว้ด้วย นี่คือข้อเท็จจริง เพราะพื้นที่ชนบทอยู่ในพื้นที่พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชนมี สส.กทม. ทั้งจังหวัด จะไปเจาะตรงไหน ต้องเอาความจริงมาอธิบายกัน ไม่ได้เอาเปรียบ แต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสั่งลูกพรรคเสมอว่า เราคือขี้ข้าประชาชน เวลาลงพื้นที่พบปัญหาเดือดร้อนต้องประสานกับหน่วยงานราชการ สส. ไม่มีอำนาจที่จะเอางบลงตรงนั้นตรงนี้ หวังว่าประเด็นนี้คงจะเป็นที่เข้าใจของประชาชนว่าทำไมน้ำบาดาลจึงอยู่ในพื้นที่ สส.พรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรคประชาชน”
ทางด้าน นายณัฐชา ใช้สิทธิ์พาดพิงว่า จากที่บอกว่าเรื่องนี้คุยกันในคณะกรรมาธิการแล้ว และจะเข้าใจกันนั้น ตนเข้าใจว่า ท่านน่าจะเข้าใจกันในสถานการณ์ที่ตนถามในวันนั้น คือถามกรมทรัพยากรน้ำบาดาลว่าในงบกลางปี 2569 จำนวน 5 พันกว่าล้านบาท ทำไมถึงเป็นในเขตภูมิใจไทยถึง 3 พันกว่าล้านบาท และทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็มีการตอบและให้เอกสารมาหนึ่งชุด ซึ่งในเอกสารดังกล่าวเป็นข้อมูลใหม่ที่ระบุชัดเจนว่า เป็นงบประมาณใหม่ไม่ได้เกี่ยวกับ 5 พันล้านบาทเดิมนั้น ซึ่งถือเป็นความผิดครั้งเก่า
แต่ที่ถามในที่ประชุมแห่งนี้ คือความผิดครั้งใหม่ ว่างบประมาณ 1.5 พันกว่าล้าน ไปอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย 861 ล้านบาท 141 โครงการ จาก 281 โครงการ บอกว่าเรื่องนี้อธิบายไปแล้ว ถือว่าไม่ใช่ สิ่งที่ตนมาถามและมากล่าวในการพิจารณาครั้งนี้ เพราะบอกว่าในแผนที่ที่บอกมาทั้งหมด เอารายละเอียดที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลส่งให้นั้นไปลงในแผนที่ และปรากฏว่าเป็นเขตพรรคภูมิใจไทย สิ่งที่รู้อีกอย่างคือไม่ตรงกับแผนที่เรื่องพื้นที่เสี่ยงการเกิดภัยแล้ง 8 ปี นี่คือแผนที่ตั้งแต่ปี 2560-2567 ไปเจาะบาดาลในที่ไม่แล้ง และที่แล้งนั่งมองตาปริบๆ ท่านทำได้อย่างไร
“ประเด็นที่ 2 ที่บอกว่า สส.พรรคภูมิใจไทย มีจำนวนมากกว่า จึงมีผลงานและมีการขอการขุดเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่กันดาร เรื่องจำนวน สส. นั้น ที่ผ่านมาจะชอบใช้วิธีการนี้ พรรคมี สส.มากกว่า แต่เมื่อดูพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่เกรงใจกันเลยหรือไม่ เพื่อนอุตส่าห์ยกมือให้เป็นนายกฯ ไปอยู่ร่วมรัฐบาลกัน ไม่เห็นหัวเขาเลย ให้เขา 57 บ่อ กล้ำกลืนฝืนทน นั่งเอามือกุมไว้ ไม่อยากกดไมค์ เพราะเกรงใจอยากร่วมรัฐบาลต่อ นี่ท่านประธานลองดู ผมพูดทุกพรรคการเมือง พรรคท่านประธานด้วยนั่งมองตาปริบๆ ได้อย่างไร ปล่อยให้เขาเอาไป 141 โครงการ พรรคเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้อยู่ 57”
จากนั้น นายเลิศศักดิ์ กล่าวตักเตือนว่า นายณัฐชา กำลังพาดพิงพรรคการเมืองอื่นอยู่ ทำให้ นายณัฐชา กล่าวขึ้นว่า “ผมกำลังพาดพิงทวงสิทธิให้พรรคร่วมรัฐบาล ไม่งั้นท่านยกมือให้เขาเป็นรัฐบาลอย่างเดียว แล้วเขาก็ฟาดเรียบ นี่แหละระบอบสีน้ำเงิน ที่บอกว่าฟาดเรียบ แดกไม่เหลือ”
ทำให้ในขณะนั้นเกิดเสียงประท้วงจาก สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคน โดย นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า “ท่านเองก็รู้ในเหตุผลว่าท่านเลือกตั้งได้น้อย แล้วพื้นที่ของท่านก็อยู่ในเขตกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ท่านจะมีพื้นที่ที่ไหน เพราะตัวท่านก็เป็นปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ได้ตากดินตากหญ้าลุยเหมือนพวกผม ฉะนั้น ท่านใส่ร้ายส่อเสียด ผมก็เป็นกรรมาธิการ ท่านบอกว่าผิด ท่านเอาอะไรมาบอกว่าผิด คนที่ผิดคือท่าน ไม่รู้จักข้อบังคับ ท่านประธานช่วยควบคุมด้วยครับ”
ด้าน นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรคภูมิใจไทย ลุกประท้วงเช่นกันว่า “ผมยกมือตั้งนานแล้ว ยกตั้งแต่ปลาหมอคางดำแล้ว ผมอยากรู้ว่าเป็นไอดอลอย่างไร ปลาหมอคางดำเต็มประเทศแล้ว ยังปราบไม่หมด ไม่เอาใครก็ได้” พร้อมท้วงติงประธานว่า “ปล่อยให้เขาเสียดสีตลอด ปล่อยให้ว่าพรรคภูมิใจไทยมาตลอด ตั้งแต่พื้นที่ อย่าคิดว่าเสียงดังฟังชัด ผมก็เสียงดังเหมือนกัน สิ่งที่เป็นอนุสรณ์ สิ่งที่เป็นศักดิ์ศรีของ สส.ทั้งหมด มีศักดิ์ศรีเท่ากัน จะด่าเพื่อนคนเดียวไม่ได้ ฉะนั้น ขอให้ท่านช่วยวินิจฉัยหน่อยว่าพูดผิดหรือถูก”
โดย นายณัฐชา ตอบโต้กลับว่า “ผมเสียดสีอะไร เมื่อสักครู่ผมเสียดสีอะไร เอาให้ชัดที่ท่านประท้วง ให้ผมเสียดสีอะไร ต้องระบุให้ชัด” ก่อนที่จะมีการโต้เถียงกันไปมาจนทำให้นายเลิศศักดิ์ ต้องปิดไมโครโฟนทุกฝ่าย แต่ยังมีเสียงเล็ดลอดเข้ามา ก่อนที่นายเลิศศักดิ์ จะกล่าวว่า ตนทราบถึงการประท้วงของนายวิชัยแล้ว ขอให้พอแล้ว แต่นายวิชัย กล่าวขึ้นว่า ตนอยากรู้ว่าสองสีคือสีอะไร ตนเชื่อว่าสีเดียวกัน มาสีดำเหมือนกัน
กระทั่งต่อมา นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้ดีให้อยู่ในกฎเกณฑ์ และอยากให้มีการถอนคำว่าระบอบน้ำเงิน เนื่องจากเป็นคำที่เสียดสี ระบอบน้ำเงินไม่มีจริง มีแต่สีน้ำเงิน คือพวกตนพรรคภูมิใจไทย แล้วท่านมาปรักปรำว่าเป็นระบอบน้ำเงิน “ท่านยังกล่าวเท็จว่าเราเอาเปรียบพรรคร่วมรัฐบาล เรามี สส. 190 กว่าคน ได้ 141 บ่อ แล้วถามทางนี้ว่าได้ 57 บ่อ ท่านคูณสามไปเท่ากันหรือไม่ เอาเปรียบอย่างไร ท่านตกเลขหรือไม่ ท่านจบวุฒิอะไรมา”
นายณัฐชา จึงทักท้วงว่า แบบนี้ไม่จบ ประธานในที่ประชุมจึงปิดไมโครโฟนของทุกฝ่ายอีกครั้ง ก่อนจะวินิจฉัยว่าได้มีการชี้แจงและใช้สิทธิ์พาดพิงไปแล้ว ส่วนคำว่าระบอบสีน้ำเงินที่ท่านบอกว่าไม่มีจริง ตนถือว่าไม่มี ฉะนั้นถือว่าจบ ดังนั้น จะดำเนินการต่อเพื่อลงมติ
แต่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกและกล่าวประท้วงว่า การดูถูกว่าจบอะไรมา ดูถูกว่าคำนวณเลขเป็นหรือไม่ ในฐานะที่ท่านเป็นประธานในที่ประชุมนี้ จะปล่อยผ่านถ้อยคำนี้ได้หรือไม่ ขอให้ถอนคำพูดออกไป จากนั้นนายเลิศศักดิ์ ชี้แจงว่า นายอัครเดช อภิปรายว่าคำนวณอย่างไร ไม่ได้เป็นการดูถูก แต่นายรังสิมันต์ ประท้วงอีกครั้งว่า ตกลงจะอภิปรายในสภาฯ นี้ต้องดูคุณวุฒิใช่หรือไม่ นายอัครเดช จึงลุกยืนยันว่า “ผมพูดว่าจบอะไรมาจริง เป็นคำถาม ท่านก็ตอบสิ เสียดสีตรงไหน” ก่อนที่นายเลิศศักดิ์ จะตักเตือนว่า การพูดเช่นนี้จะเป็นลักษณะของการเสียดสี และขอให้ถอนคำพูดนี้ สุดท้าย นายอัครเดช จึงยอมถอนคำพูดดังกล่าว
ทางด้าน นางพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงนายณัฐชา ตอนหนึ่งว่า ที่ท่านบอกว่าพรรคไหนได้ พรรคโน้นได้ พรรคท่านไม่ได้นั้น มาดูสัดส่วนของเพื่อนสมาชิกที่รัก ท่านมี สส.เขตทั้งหมด 88 ท่าน เป็น สส.ใน กทม. 33 ท่าน สส.ปริมณฑล 32 ท่าน และ สส.ในเขตเมืองต่างๆ 9 ท่าน รวม 74 ท่าน พวกท่านใช้ประปานครหลวง ประปาภูมิภาค ท่านไม่รู้หรอกว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ตามเขา ตามชายแดนพื้นที่ต่างๆ นั้น เขาใช้ประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา ซึ่งเขามีความจำเป็นต้องของบประมาณจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พอจะเข้าใจหรือยังว่าทำไมท่านไม่ได้ เพราะท่านอยู่ในเมือง ท่านใช้ประปานครหลวง ท่านใช้ประปาภูมิภาค หากท่านจะขอก็ขอได้
กลับมาที่เพื่อนสมาชิกอีกฟากหนึ่ง ทำไมสัดส่วนถึงไม่เท่ากัน ที่ตนต้องอธิบายเพราะเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่ในห้องประชุมนี้ มันเริ่มมาตั้งแต่ห้องประชุมกรรมาธิการ ก่อนหน้าหน้านั้นมีการประชุมงบประมาณ เป็นเรื่องเดิม คำถามเดิม อธิบายแบบเดิม ตอบแบบเดิม แต่มาทำการเมืองซ้ำๆ อย่างนี้ เน้นคอนเทนต์ไม่ได้
“สส.แต่ละพรรคไม่เท่ากัน สัดส่วนจึงไม่เท่ากัน หากไปดูในส่วนของพรรคกล้าธรรมในส่วนของงบกลาง พรรคกล้าธรรมได้มากที่สุดหากเทียบกับสัดส่วนของ สส. แต่เราไม่ได้พูดอะไร เพราะประโยชน์ไปตกกับประชาชนที่รออยู่ รอโอกาสที่จะได้ใช้น้ำสะอาด น้ำประปาดื่มได้ น้ำกินน้ำใช้ที่ถูกสุขลักษณะและได้มาตรฐาน”
ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอใช้สิทธิ์พาดพิงในฐานะประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ทำให้มี สส. ในที่ประชุมประท้วงประธานในที่ประชุม โดยนายเลิศศักดิ์ กล่าวว่า การจะประท้วงโดยใช้สิทธิ์พาดพิงนั้นทำไม่ได้ และการประท้วงประธานนั้น จะประท้วงในสิทธิ์อะไร ซึ่งประธานวินิจฉัยว่ายังไม่ใช่การพาดพิง และไม่ให้หารือในที่ประชุม พร้อมย้ำว่าประธานวินิจฉัยแล้ว และคงมีโอกาสที่ท่านจะได้พูดอยู่
ซึ่ง น.ส.รักชนก กล่าวว่า อยากให้สมาชิกในที่ประชุมรักษามารยาท เนื่องจากขณะนั้นมีการพูดแทรกขึ้นเป็นระยะ นายเลิศศักดิ์ จึงวินิจฉัยว่าอย่าเพิ่งประท้วง ตนวินิจฉัยแล้ว อยากให้ น.ส.รักชนก เชื่อในคำวินิจฉัยของประธาน แต่ สส.หลายคนยังคงลุกขึ้นประท้วงต่อเนื่อง พร้อมบอกว่าการจะหารือนั้น จะหารือได้ในวันพฤหัสบดี แต่ น.ส.รักชนก ยังยืนยันว่าท่านประธานให้เพื่อนสมาชิกลุกมาพล่ามหลายคน
นายเลิศศักดิ์ จึงปิดไมโครโฟนอีกครั้ง และกล่าวตักเตือนว่า ตนได้วินิจฉัยแล้วว่าให้หยุด ไม่ให้ประท้วงต่อ ซึ่งการที่ น.ส.รักชนก ใช้คำว่าพล่ามนั้น ขอให้ถอนคำพูดดังกล่าว ต่อมา น.ส.รักชนก ยอมถอนคำว่าพล่าม และประท้วงในที่ประชุม เช่นเดียวกับนายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ที่ลุกขึ้นประท้วง และขอให้ดำเนินการในการลงมติต่อไปได้
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า แม้จะไม่มีการเอ่ยถึงชื่อพรรคโดยตรง แต่ก็เอ่ยว่าเป็นพรรคในเมือง เป็นเรื่องปกติที่จะไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณในการขุดบ่อบาดาลในพื้นที่ที่ สส.เขตเราสังกัด ซึ่งนายเลิศศักดิ์ ได้กล่าวว่า ตนอนุญาตให้นายณัฐพงษ์พูด แต่ให้ น.ส.รักชนก ปิดไมโครโฟนและนั่งลง ก่อนที่ น.ส.รักชนก จะกล่าวว่า “ท่านประธานจะมาละเมิดสิทธิ์การยืนของดิฉันไม่ได้” ซึ่งระหว่างนั้นมีเสียงเฮมาจากในห้องประชุม
จากนั้น นายณัฐพงษ์ จึงกล่าวต่อไปว่า หากติดตามฟังคำชี้แจงเมื่อสักครู่ ตีความได้ตรงกันว่าสิ่งที่ได้คำชี้แจงสำหรับตนคือการตีความเพื่อบิดเบือน สิ่งที่นายณัฐชาอภิปรายตั้งแต่ช่วงแรกและชี้แจงนั้น นายณัฐชาไม่เคยเปรียบเทียบระหว่างการจัดสรรงบประมาณส่วนนี้ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน แต่สิ่งที่แสดงข้อมูลให้เห็นคือความกระจุก ซึ่งเป็นการตั้งข้อสังเกต และประเด็นที่สำคัญคือการจัดสรรงบประมาณที่ผิดพื้นที่ กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่มีปัญหา แต่กลับไปจัดสรรงบประมาณในพื้นที่ที่ไม่ได้มีปัญหา ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่ามีการกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ของบางพรรคหรือไม่
“อยากฝากถึงประธานเตือนไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ลุกขึ้นมาอธิบายบิดเบือน รับข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ถือเป็นเรื่องปกติที่งบประมาณไปลงในพื้นที่ อย่าลืมว่าในสภาฯ แห่งนี้เคยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา 144 คำพูดของท่านเป็นบันทึกในที่ประชุม และอาจผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144”
หลังนายณัฐพงษ์ กล่าวจบ นายเลิศศักดิ์ได้เปิดให้ที่ประชุมลงมติในมาตราดังกล่าว และดำเนินการประชุมต่อทันที ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า น.ส.รักชนก มีอาการโกรธจัดจนตัวสั่น ทำให้เพื่อน สส. ในพรรคประชาชนต้องเดินมาช่วยเบรกอารมณ์
深夜,议会再次陷入激烈争论!人民党和泰自豪党就地下水预算问题展开激烈交锋。纳查质问资源集中使用和滥用问题,而皮姆帕特拉则反驳说,不应只关注预算内容。拉查诺克显然非常愤怒,险些引发一场激烈的口角。
2026年9月8日晚上9点29分,泰国自豪党叻丕府国会议员汶吕·普拉瑟索帕先生以2027年预算案特别委员会(多数委员会)下属培训、研讨会、公共关系、合同服务、咨询费和工作制度发展小组委员会主席的身份,在众议院会议上就2027年预算案第17条(涉及自然资源与环境部)的二读进行澄清。他解释了预算削减的原因,该削减源于委员会此前决定从污染控制部门预算中削减30亿泰铢。他指出,这笔款项用于赔偿在克隆丹垃圾填埋场案件中涉案的公司。该案件已持续20余年,污染控制部门已申请这笔预算拨款,用于向诉讼当事人支付赔偿金。
Boonlue先生进一步指出,由于案件尚未结案,相关资产仍被冻结并接受行政法院的调查,委员会认为削减这笔预算拨款并将其返还国家预算是恰当的。他强调,小组委员会的这项决定在预算审议中具有历史意义,是经过谨慎细致的考量,最重要的是,以低调的方式行善。
随后,晚上9点45分,在由第二副议长勒萨克·帕塔纳猜库尔先生主持的众议院会议上,在审议关于自然资源与环境部的第17条时,来自泰自豪党的呵叻府议员汶宗·翁泰拉特先生作为多数党委员会成员澄清说,他必须回答这个问题,因为该问题来自少数党委员会成员、人民党议员纳查·汶猜因萨瓦斯先生。他表示,这个问题已经在预算委员会会议上被问过,他认为他的解释应该能够被理解。该问题涉及地下水资源部,该部门2027年的预算为15亿泰铢,用于为公众钻探地下水井。然而,泰自豪党选区的地下水井项目数量多于人民党选区。在计划的约 281 个地下水钻探项目中,有 141 个位于泰自豪党代表的地区。
汶宗先生继续说道:“作为国会议员,我们深知水资源问题是民众面临的一大难题。尤其是在我们选区,当我们深入基层时,经常听到民众抱怨地下水供应不足,无法满足饮用和农业用水需求。这些都是我们向议员们反馈的信息。但问题是,为什么地下水资源部提出的这些地下水项目,优先在泰自豪党议员的选区实施,而不是在人民党议员的选区实施?我们必须承认,泰自豪党拥有172个选区,而人民党的选区不到泰自豪党的一半。更重要的是,大多数泰自豪党议员都居住在各个地区的农村地区。当他们深入基层遇到问题时,会与政府机构协调。在特定地区钻探是否可行,取决于相关政府机构的程序和方法。”
“我请求少数党委员会成员纳查先生理解这一点:事实就是如此。农村地区属于泰自豪党的选区,而人民党的议员则代表整个曼谷。无论我们深入探讨这些问题,都必须阐明事实。这并非为了谋取私利,而是为了人民的福祉。泰自豪党领袖始终教导党员‘我们是人民的公仆’。当我们深入基层发现问题时,必须与政府部门协调。议员无权随意分配资金。我希望这能帮助公众理解,为什么泰自豪党议员代表的地区比人民党议员代表的地区拥有更多的地下水资源。”
关于纳查先生的回应,他表示,正如之前所述,委员会已经讨论过此事,并将予以解决。他认为委员会应该了解他当天提出的问题的具体情况:他询问地下水资源部,在2026年中期超过50亿泰铢的预算中,为何有超过30亿泰铢分配给了泰自豪党。地下水资源部回复了一份包含新信息的文件,明确指出这是一份新的预算,与之前的50亿泰铢无关,之前的50亿泰铢预算构成错误。
但我这次会议要问的是一个新问题:在15亿泰铢的预算中,有8.61亿泰铢拨给了泰自豪党,用于281个项目中的141个。他们说这个问题已经解释过了,所以我认为这不是重点。我这次讨论要问的是,根据地下水资源部的数据提供的地图显示,泰自豪党拥有部分区域。此外,这张地图与过去八年(2017年至2024年)的干旱易发区地图不符。他们在非干旱易发区钻井,而干旱地区的居民却只能眼睁睁地看着。他们怎么能这样做?
“第二点,即泰自豪党拥有更多议员,因此能够获得更多偏远地区地下水钻探项目,这种说法以前就有人用过。该党议员人数确实更多,但看看联合政府的伙伴们,他们似乎根本不尊重我们。我们的朋友们投票让我们当总理,加入联合政府,但他们却对我们视而不见。他们拿到了57口井,而我们只能默默忍受,双手紧握坐在那里,因为碍于情面不愿继续留在联合政府,所以不敢按下麦克风。主席先生,请看看。我谈到了所有政党,包括你们的党,你们怎么能就这么呆坐在那里?你们让他们拿走了141个项目,而我们党却只拿到了57个项目。”
随后,勒萨克先生提醒纳查先生,他指的是其他政党,纳查先生反驳道:“我指的是要求联合政府各党派享有权利。否则,你只要举手让他们组建政府,他们就会攫取一切。这就是他们所说的‘蓝色政权’——扫荡一切,不留任何痕迹。”
这引发了泰自豪党多名议员的抗议。来自北碧府的泰自豪党议员约萨瓦·迈派萨尔辛先生起身抗议,他说:“你自己知道你为什么在选举中得票少。你的选区在曼谷、暖武里府和北榄府。你哪里能找到自己的选区?你是政党名单候选人,不像我们这样努力工作。所以你才对我进行虚假指控和诽谤。我也是委员会成员。你说这是错的,但你凭什么说这是错的?错的是你。你不懂规章制度。主席先生,请您制止此事。”
来自泰自豪党的春蓬府议员维猜·苏德斯瓦斯迪也起身抗议,他说:“自从‘黑颏罗非鱼’事件以来,我就一直在举手抗议。我想知道这究竟是什么偶像。黑颏罗非鱼在全国各地随处可见,我们至今仍未根除。我不在乎它是谁。”随后,他批评了主席,说道:“你一直任由他们嘲笑我们。你一直任由他们批评泰自豪党,甚至在地方层面也是如此。别以为你的声音就响亮清晰。我的声音也同样响亮。什么是纪念碑?什么是所有议员的尊严?所有议员的尊严是平等的。你不能只侮辱一个人。因此,请评判我说的话是对是错。”
纳查先生反驳道:“我刚才是在讽刺什么?我刚才是在讽刺什么?你到底在抗议什么?你想让我讽刺什么?你必须说清楚。” 这引发了一场激烈的争论,迫使勒萨克先生关闭了所有麦克风。然而,仍有一些音频泄露出来。勒萨克先生随后表示,他知道维猜先生的抗议,并要求停止抗议。维猜先生随即插话,说他想知道那两种颜色是什么,他认为它们是同一种颜色,都是黑色。
随后,来自泰自豪党的叻丕府议员阿克拉德·翁皮塔克罗提出抗议,要求主席妥善控制会议,确保会议遵守规则。他还要求删除“蓝色政权”一词,认为该词带有讽刺意味,而且“蓝色政权”一词并不存在,蓝色只是代表他的政党——泰自豪党。他进一步说道:“你们指责我们是‘蓝色政权’。你们还错误地声称我们占联盟伙伴的便宜。我们有超过190名议员,但我们只有141个‘井’。如果问我们,我们只有57个‘井’。难道这意味着我们和他们数量相等,乘以三之后就一样了吗?我们怎么占便宜了?你们数学不好吗?你们的教育背景是什么?”
纳查先生随后提出异议,称此事尚未解决。会议主席再次关闭了所有与会者的麦克风,并裁定各方已作出澄清,且已行使了答辩权。关于纳查先生声称不存在的“蓝色政权”一词,主席认为该词并不存在,因此裁定此事结束。由此,会议将继续进行表决。
然而,人民党议员朗西曼·罗姆先生起身抗议,称侮辱他人的教育背景和计算能力是不可接受的。他质疑议长作为会议主席是否能容忍此类言论,并要求撤回这些言论。勒萨克先生随后澄清,阿克拉德奇先生关于计算能力的讨论并非侮辱。然而,朗西曼先生再次抗议,质问议会中的讨论是否仅仅以学历来评判。阿克拉德奇先生随即起身,重申道:“我的确问了某人的学历。这是一个问题。你应该回答。哪里有讽刺意味?”勒萨克先生警告他,此类言论构成讽刺,并要求他收回发言。最终,阿克拉德奇先生同意收回发言。
来自泰自豪党的那空是贪玛叻府议员、委员会多数成员皮帕特拉·维猜库尔女士向纳查先生解释说,关于他所说的“哪个党拿到了?我们党拿到了,你们党没有”,她说:“让我们看看我们其他成员的比例。你们共有88名选区议员:33名来自曼谷,32名来自周边地区,9名来自其他城市,共计74名。你们使用的是曼谷自来水局或省自来水局的水源。你们不知道居住在山区和边境地区的人们使用的是村庄或山地供水系统,这些系统需要地下水资源部的资金支持。现在你们明白为什么你们没有拿到水源了吗?因为你们身处城市,所以你们使用的是曼谷自来水局或省自来水局的水源。如果你们想申请,你们可以申请。”
回到讨论的另一方,为什么比例不对等?我需要解释这一点,因为这个问题并没有在这个会议室结束。它始于委员会会议,再往前追溯到预算会议。老生常谈,老问题,老解释,老答案。但是,反复玩弄这种政治手段,仅仅关注内容是不够的。
“各党派的议员人数不同,所以比例也不均等。如果你看一下克拉探党获得的中央预算拨款,就会发现克拉探党获得的拨款与其议员比例相比最多。但我们什么也没说,因为受益者是那些等待着获得清洁、可饮用、卫生且符合标准的自来水的人们。”
人民党议员拉恰诺克·斯里诺克女士以预算监督委员会主席的身份请求行使发言权时,一些与会议员向主席提出抗议。勒萨克先生表示,以发言权进行抗议是不被允许的,并质疑他们究竟是依据何种权利来抗议主席。他补充说,主席已裁定这不构成正式的“间接批评”,因此不允许进一步讨论。他重申主席已作出决定,斯里诺克女士很可能还会有发言机会。
拉恰诺克女士表示,她希望与会成员保持良好的会议礼仪,因为会议期间不断有人打断发言。勒萨克先生随后裁定,他们暂时不应抗议,并表示他已做出决定,希望拉恰诺克女士尊重他的裁决。然而,几位议员继续抗议,称讨论将在周四举行。拉恰诺克女士则坚持认为,主席允许许多议员站起来大声喧哗。
勒萨克先生随后再次关闭麦克风,并警告说他已经裁定抗议活动必须停止。他要求拉查诺克女士收回她所说的“胡言乱语”(或“喋喋不休”)一词。拉查诺克女士随后收回了该词,并继续在会议上进行抗议。来自黎府的国会议员、泰自豪党成员塔纳约特·提姆苏万先生也起身抗议,要求允许投票程序继续进行。
与此同时,人民党党团议员、人民党领袖纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生作为众议院反对党领袖表示,虽然该党名称未被直接提及,但被称作“城市党”,因此在其议员所在选区不拨付钻井预算是正常的。随后,勒萨克先生表示,他已允许纳塔蓬先生发言,但要求拉查诺克女士关闭麦克风并坐下。拉查诺克女士随即说道:“议长先生,您不能剥夺我站立的权利。”此言一出,现场观众爆发出欢呼声。
纳塔蓬先生接着说,如果仔细听取了之前的解释,就会发现他所认为的是对事实的歪曲。他指出,纳查先生从一开始就从未比较过泰自豪党和普拉查春党之间的预算分配情况。相反,他所呈现的数据显示资金过于集中,他认为这是错误的分配——资金被分配到各个地区并没有问题,这令人担忧某些政党可能会在某些地区集中资金。
“我谨敦促议长警告所有起身解释并歪曲事实的议员。请坦诚接受事实。预算拨款用于特定领域是正常的。请记住,本届议会此前曾就宪法第144条作出过宪法法院的裁决。你们的发言已记录在会议纪要中,可能违反了宪法第144条。”
纳塔蓬先生发言结束后,勒萨克先生宣布就该条款进行表决,并立即继续会议。记者还补充说,拉查诺克女士当时明显非常愤怒,浑身颤抖,人民党的其他议员见状上前安抚她。