“วรงค์” ชำแหละงบฯ เยียวยาภัยพิบัติ มท. ซัดรัฐบาลผลาญงบฯ ทำประกันแพงสุดในโลก《瓦龙》深入剖析了内政部的救灾预算,抨击政府将资金浪费在世界上最昂贵的保险上。
“วรงค์” ชำแหละงบฯ เยียวยาภัยพิบัติ มท. ลั่นขอปรับลดทั้งกระทรวง 10% ชี้ นายกฯ อ้างค่าเยียวยาภัยต่างๆ ปีละ 4 หมื่นล้าน เสียจริงเฉลี่ยปีละ 9.8 พันล้าน ซัดรัฐบาลผลาญงบฯ ทำประกันเบี้ยแพงสุดในโลก

“วรงค์” ชำแหละงบฯ เยียวยาภัยพิบัติ มท. ลั่นขอปรับลดทั้งกระทรวง 10% ชี้ นายกฯ อ้างค่าเยียวยาภัยต่างๆ ปีละ 4 หมื่นล้าน เสียจริงเฉลี่ยปีละ 9.8 พันล้าน ซัดรัฐบาลผลาญงบฯ ทำประกันเบี้ยแพงสุดในโลก
เมื่อเวลา 11.07 น. วันที่ 9 กันยายน 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวอภิปรายมาตรา 20 งบประมาณของกระทรวงมหาดไทย ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ตอนหนึ่งในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนขอตัดงบฯ 10% ของกระทรวงนี้ เพื่อเน้นสื่อสารถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพราะความรู้สึกของประชาชนไม่ได้ต้องการการเงินเยียวยา แต่ต้องการไม่ให้เกิดภัยพิบัติ ซึ่งภารกิจสำคัญของ ปภ. คือการป้องกันภัยพิบัติ จึงเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายราชการที่ต้องทำ
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าเราเสียค่าเยียวยาปีละ 4 หมื่นล้านบาท แต่เอกสารจริง ตัวเลขดังกล่าวเป็นการรวมของ 4 ปี เมื่อเฉลี่ยออกมาเหลือปีละ 9,877 ล้านบาท ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรีทำประกันภัยพิบัติในวงเงิน 15,500 ล้านบาท ตนมองว่าไม่สมเหตุสมผล และไม่แฟร์กับประชาชน เพราะเป็นการอ้างอิงจากตัวเลขของปี 2569 ปีเดียวและสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ ตามหลักวิชาการ สัดส่วนเบี้ยประกันต่อทุนประกัน วงเงิน 15,500 ล้านบาท สัดส่วนทุนประกันอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท คิดเป็น 20% เท่ากับว่า ภัยพิบัติใหญ่ของประเทศเฉลี่ยจะเกิด 5 ปีต่อ 1 ครั้ง ซึ่งค่าเฉลี่ยของทั่วโลก การทำประกันภัยพิบัติในแต่ละประเทศรวมถึงธนาคารโลก มีค่าเฉลี่ยสัดส่วนทุนประกันอยู่ที่ 4-8% แต่รัฐบาลชุดนี้ใช้งบฯถึง 20% ถือว่าแพงที่สุดในโลก จึงไม่ควรนำภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในแต่ละปีมาคิดคำนวณ
นพ.วรงค์ ยังเสนอด้วยว่า รัฐบาลควรทำตามมาตรฐานของหลายประเทศทั่วโลก คือ หากวงเงินประกัน 15,500 ล้านบาท เก็บเข้ากองทุน 5,000 ล้านบาท ก็ทำประกันกับบริษัทประกัน จะกี่บริษัทก็ได้ หากเกิดความเสียหายในวงเงิน 1 หมื่นกว่าล้าน ก็ใช้เงินกองทุนดูแลได้ หลังจากนั้นค่อยให้บริษัทประกันต่างประเทศเข้ามาดูแล ซึ่งหากยังเดินหน้าในรูปแบบเดิม ก็เท่ากับเอาภาษีประชาชนไปเสียเปรียบ และประชาชนจะมองว่า มีคนบางกลุ่มต้องการค่าคอมมิชชั่นจากการทำประกันหรือไม่.
“瓦隆”深入剖析了内政部的救灾预算,并誓言要将整个内政部的预算削减10%。他指出,尽管总理声称每年有400亿泰铢用于救灾,但实际平均拨款仅为98亿泰铢。他还批评政府将资金浪费在世界上最昂贵的保险费上。
2026年9月9日上午11点07分,泰国国会议员(名单制)兼泰勇党领袖瓦隆·德吉维格罗姆博士在众议院2027年预算案二读期间,就内政部预算第20条进行了辩论。他表示,他提议削减内政部10%的预算,以便集中精力与防灾减灾厅(DDPM)沟通,因为民众需要的不是经济补偿,而是防灾减灾。他强调,防灾减灾厅的首要任务是防灾减灾,因此,政治和行政部门都有责任履行这一职责。
关于总理声称每年花费400亿泰铢用于赔偿的说法,实际文件显示该数字是四年累计总额,平均每年为98.77亿泰铢。因此,我认为总理决定斥资155亿泰铢购买灾害保险是不合理且对公众不公平的。该决定仅基于2026年的数据,造成了不必要的浪费。根据保险原则,保费与保险金额的比例为20%,这意味着155亿泰铢的保费对应的保险金额为750亿泰铢。这意味着大约每五年就会发生一次重大国家灾害。在全球范围内,包括世界银行成员国在内的各国,灾害保险的平均比例为4%至8%。该届政府的支出占比高达 20%,是世界上最昂贵的,因此,用自然灾害的年发生率来计算支出是不合适的。
瓦隆博士还建议政府应效仿世界许多国家的做法。也就是说,如果保险总额为155亿泰铢,其中50亿泰铢已筹集到专项基金,那么投保人可以向任何数量的保险公司投保。如果损失超过100亿泰铢,则可动用专项基金进行赔付。只有在这种情况下,才能引入外国保险公司来管理保险业务。他认为,继续沿用目前的模式会浪费纳税人的钱,而且公众会认为某些团体在从保险计划中谋取利益。