นายกฯ นิวยอร์กกร้าว "AI ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก" เดินหน้าแบนในโรงเรียน纽约市长宣称“人工智能对儿童来说并非必要”,并推进在学校禁止使用人工智能的政策。
นิวยอร์กสั่งระงับใช้ AI ในชั้นเรียนตั้งแต่เตรียมอนุบาลถึงเกรด 8 ครอบคลุมเด็กเกือบ 6 แสนคน หวังปกป้องทักษะการคิดวิเคราะห์และฟื้นฟูปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน พร้อมสั่งบล็อกแชตบอตชื่อดังทุกระดับชั้นและคุมเข้มการใช้เทคโนโลยีอย่างรัดกุม

วันนี้ (3 ส.ค.2569) CNN รายงาน นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเขตการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศนโยบายสั่งห้ามใช้ AI สำหรับนักเรียนในระบบโรงเรียนรัฐบาล ตั้งแต่ระดับชั้นเด็กเล็ก (K2 หรืออนุบาล 2) ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (เกรด 8 หรือ ม.2)
โดยคำสั่งระงับการใช้งานชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปีนี้ จะส่งผลกระทบต่อนักเรียนเกือบ 600,000 คน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในเขตการศึกษา
ภายใต้การดำเนินนโยบายดังกล่าว โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เปิดเผยว่า เขตการศึกษาจะทำการยกเลิกหรือปิดการทำงานขององค์ประกอบที่เป็นระบบ AI ในโปรแกรมการศึกษาต่าง ๆ ที่เคยได้รับอนุญาตก่อนหน้านี้มากกว่า 38 โปรแกรม เนื่องจากโปรแกรมเหล่านั้นไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลฉบับใหม่ที่จัดทำขึ้น
มัมดานี ร่วมกับ คามาร์ ซามูเอลส์ อธิการบดีฝ่ายการศึกษานครนิวยอร์ก ได้แถลงเปิดตัวนโยบายดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ก.ย. โดยระบุว่า วัตถุประสงค์หลักของการจำกัดเทคโนโลยีในครั้งนี้ เพื่อคุ้มครองและพัฒนาศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ตลอดจนรักษาสัมพันธภาพอันดีระหว่างครูผู้สอนและนักเรียน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีพยายามทำให้เราเชื่อว่า การนำ AI มาใช้ในการศึกษาช่วงวัยเยาว์นั้น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีความจำเป็น แต่ทางเราไม่ได้มองเช่นนั้น
นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกล่าวย้ำถึงจุดยืนที่ขัดแย้งกับกระแสผลักดันจากบริษัทเทคโนโลยี
นอกจากนี้ นโยบายใหม่ยังกำหนดเกณฑ์จำกัดเวลาการใช้งานหน้าจอของนักเรียนตามระดับชั้นเรียน โดยมีข้อยกเว้นสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษหรือผู้พิการ รวมถึงกลุ่มนักเรียนที่กำลังเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2
สำหรับแนวทางการปฏิบัตินั้น ถูกแบ่งออกตามระดับความเหมาะสมของวัยอย่างชัดเจน ดังนี้
มัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนจะยังคงได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเครื่องมือ AI ได้ในขอบเขตที่จำกัด พร้อมทั้งต้องเข้าเรียนในหลักสูตร "การคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์" เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
โปรแกรมแชตบอต แชตบอตประเภท Companion รวมถึงบริการ AI ยอดนิยม เช่น ChatGPT และ Claude จะถูกบล็อกการเข้าถึงสำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นโดยไม่มีข้อยกเว้น
การใช้งานของครูผู้สอน บุคลากรครูได้รับอนุญาตให้ใช้ AI ในการวางแผนการเรียนการสอนและงานบริหารจัดการทั่วไปได้ แต่ ห้ามนำ AI มาใช้ในการตรวจงาน ให้เกรด หรือประเมินผลนักเรียน โดยเด็ดขาด
คำสั่งครั้งนี้ ถือเป็นการคุมเข้มอีกครั้ง หลังจากที่นิวยอร์กซิตี้เคยสั่งห้ามใช้ ChatGPT บนอุปกรณ์และเครือข่ายของโรงเรียนเมื่อปี 2566 ก่อนจะยกเลิกคำสั่งในอีกไม่กี่เดือนถัดมา
ภายใต้นโยบายล่าสุด ได้มีการจัดตั้ง "พันธมิตรเทคโนโลยีในโรงเรียน" ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ผู้ปกครอง นักเรียน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลกระทบตลอดช่วงเวลาหยุดใช้นวัตกรรม 1 ปี และจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการบริหารจัดการในปีการศึกษาถัดไป
ไมเคิล มัลกรูว์ ประธานสหภาพครู ได้แสดงความชื่นชมต่อมาตรการจำกัดเวลาหน้าจอและการยกเว้นข้อยกเว้นให้กลุ่มเด็กความต้องการพิเศษ อย่างไรก็ตาม เขาได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการประเมินความปลอดภัยของเครื่องมือ AI โดยแสดงความกังวลว่าความไม่ชัดเจนในเกณฑ์อนุมัติ อาจสร้างความสับสนให้แก่โรงเรียนและครูผู้สอนในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์การศึกษาในอนาคต
อธิการบดีฝ่ายการศึกษา คามาร์ ซามูเอลส์ ยอมรับว่า ปัจจัยท้าทายสำคัญคือการควบคุมไม่ให้นักเรียนใช้ AI นอกเวลาเรียน เช่น การใช้ช่วยทำบ้านที่บ้าน โดยมาตรการนี้พยายามจะขยายความเข้าใจของครูและระบบในการรับมือกับการใช้ AI จากภายนอก พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้ช่วยสอดส่องการใช้เทคโนโลยีของบุตรหลานเมื่ออยู่ที่บ้าน
การเคลื่อนไหวของนิวยอร์ก เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลทั่วสหรัฐฯ ที่หลายชุมชนเรียกร้องให้จำกัดเวลาหน้าจอและคุมเข้ม AI เนื่องจากเกรงว่าจะยับยั้งพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก รวมถึงสร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
โดยก่อนหน้านี้ เขตการศึกษาลอสแอนเจลิส ได้ประกาศจำกัดการใช้หน้าจอและอยู่ระหว่างทบทวนเพื่อจำกัดการเข้าถึง AI ขณะที่รัฐนิวยอร์กเองก็ได้สั่งห้ามใช้นาฬิกาและโทรศัพท์มือถือส่วนตัวในเวลาเรียนไปเมื่อปีที่แล้ว นโยบายล่าสุดของนิวยอร์กซิตี้จึงนับเป็นมาตรการจำกัด AI ที่ครอบคลุมและเข้มงวดที่สุดในระบบการศึกษาของสหรัฐฯ ณ ขณะนี้
เปิดภาพ "เรือลินคอล์น" สนิมเกาะทั้งลำหลังภารกิจกลางทะเลนาน 286 วัน
แจ้ง 4 ข้อหา "นักเรียน ม.3" ก่อเหตุยิงในโรงเรียนที่กำแพงเพชร
"หนีกรุงฯ" ยันรับผิดชอบเหตุที่นั่งทรุดในคอนเสิร์ต อัปเดตมาตรการความปลอดภัย
ทักษะการคิดวิเคราะห์
CNN今天(2026年8月3日)报道,美国最大的学区纽约市宣布了一项政策,禁止在公立学校(从幼儿园到初中)的学生中使用人工智能。
此次为期一年的临时停课将影响近 60 万名学生,约占该学区学生总数的近三分之二。
根据这项政策,纽约市市长佐兰·马姆达尼透露,由于人工智能驱动的组件未能达到新的安全和监管标准,学区将取消或关闭 38 个先前已获批准的教育项目中的人工智能组件。
9 月 2 日,马达尼与纽约市教育局局长卡马尔·塞缪尔斯共同宣布了这项政策,并表示限制技术的主要目的是保护和培养学生的批判性思维能力,以及维持积极的师生关系,这被认为对学习至关重要。
科技行业试图让我们相信,在幼儿教育中使用人工智能是不可避免的,也是必要的,但我们并不这么认为。
纽约市市长重申了他的立场,即顶住科技公司的压力。
此外,新政策根据年级设定了学生的屏幕时间限制,但对有特殊需要或残疾的学生以及以英语为第二语言的学生有例外规定。
这些指南根据适用年龄段进行了明确划分,具体如下:
在高中阶段,学生将继续被允许有限地使用人工智能工具,并且需要选修“人工智能批判性思维”课程以培养正确的理解能力。
所有级别的学生都将被禁止访问聊天机器人程序,包括陪伴聊天机器人和像 ChatGPT 和 Claude 这样的热门人工智能服务。
教师使用:允许教学人员使用人工智能进行课程计划和一般行政任务,但严禁使用人工智能进行评分、布置作业或评估学生作业。
继纽约市于 2023 年禁止在学校设备和网络上使用 ChatGPT 之后,这项命令标志着监管的进一步收紧,而该禁令在几个月后被解除。
根据最新政策,成立了“学校技术联盟”,成员包括教育专家、家长、学生和利益相关者,旨在评估在没有创新的一年期间的影响,并为下一学年的管理提供建议。
教师工会主席迈克尔·穆格鲁赞扬了限制屏幕时间和为特殊需求儿童提供例外情况的措施。然而,他对人工智能工具安全性的评估流程提出质疑,并表示担忧,认为审批标准缺乏明确性可能会使学校和教师在未来选择教育产品时感到困惑。
学术事务主管卡马尔·塞缪尔斯承认,一项关键挑战在于如何控制学生在课外时间使用人工智能,例如用人工智能辅助完成作业。目前,校方正在采取措施,加深教师和教育系统对如何处理学生课外使用人工智能的理解,并呼吁家长协助监督孩子在家中使用科技产品的情况。
纽约的这一举措正值美国各地普遍担忧之际,许多社区呼吁限制屏幕时间,并对人工智能进行更严格的控制,担心这会阻碍儿童的成长和学习,并带来安全风险。
此前,洛杉矶学区已宣布限制学生使用电子屏幕的时间,并正在审查限制人工智能访问的措施。与此同时,纽约州去年禁止学生在校期间使用个人手表和手机。因此,纽约市的最新政策被认为是迄今为止美国教育系统中对人工智能最全面、最严格的限制措施。
图片显示,林肯号航空母舰在海上执行了 286 天的任务后,舰体锈迹斑斑。
一名九年级学生因在甘烹碧府一所学校开枪而被控四项罪名。
泰国娱乐公司“Neekrungthep”证实,该公司对演唱会座椅坍塌事件负有责任,并更新了安全措施。
分析思维能力