เนปาลเตรียมฟื้นประเทศหลังมหาอุทกภัย คาดค่าฟื้นฟูทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์尼泊尔正在为洪灾后的重建做准备,预计重建费用将超过 50 亿美元。
เนปาลเริ่มซ่อมแซมเส้นทางการค้าที่พังจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ ต้นทุนฟื้นฟูอาจสูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลกระทบจากโครงสร้างพื้นฐานเสียหายกำลังส่งผ่านราคาอาหาร เชื้อเพลิง ธุรกิจ การท่องเที่ยว จนรัฐบาลเรียกร้องให้ประเทศผู้ปล่อยคาร์บอนสูงร่วมรับผิดชอบ

วันนี้ (11 ก.ย.2569) CNN รายงานว่า เนปาลเริ่มฟื้นฟูเส้นทางการค้าและคมนาคมที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยฉับพลันครั้งรุนแรง โดยกองทัพเนปาลสร้างสะพานข้ามแม่น้ำทาดี หรือ Tadi River แห่งใหม่ที่เรียกว่า "สะพานแห่งความหวัง" เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางที่ถูกตัดขาดและช่วยให้การเดินทางรวมถึงการขนส่งสินค้าเริ่มกลับมาได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างสะพานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติ รัฐบาลเนปาลประเมินว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการบูรณะโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวจะสูงอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 160,000 ล้านบาท
แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดตามมา จากการสูญเสียถนน สะพาน เส้นทางการค้า พื้นที่เกษตร โรงไฟฟ้า และระบบขนส่งสินค้าซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ
นิชัล ดุนเกล นักวิจัยจากสถาบัน Nepal Institute for Policy Research ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่ภัยพิบัติที่กระทบเพียงภาคส่วนเดียว แต่ส่งผลต่อเนื่องตั้งแต่ภาคเกษตร พลังงาน เส้นทางการค้า การท่องเที่ยว ธุรกิจ ประกันภัย ไปจนถึงรายได้ของครัวเรือนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระดับประเทศ
แม้สหรัฐฯ จีน และอินเดีย จะให้คำมั่นสนับสนุนด้านมนุษยธรรมและการเงินแก่เนปาลแล้ว แต่รัฐบาลเนปาลยังเรียกร้องความช่วยเหลือจากประชาคมโลกเพิ่มเติม เนื่องจากกังวลว่าอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจะทำให้ธารน้ำแข็งและพื้นที่ภูเขาที่เยือกแข็งในเทือกเขาหิมาลัยมีความไม่มั่นคงมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดน้ำท่วมรุนแรงในอนาคต
เนปาลชี้ปล่อยคาร์บอนน้อย แต่ต้องจ่ายราคาหนัก
ผู้เชี่ยวชาญยังอยู่ระหว่างตรวจสอบบทบาทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเหตุภัยพิบัติครั้งล่าสุด อย่างไรก็ดี มีการประเมินว่าเหตุการณ์อาจเริ่มจากการพังทลายของมวลธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ จนก่อให้เกิดดินถล่มและน้ำหลากตามมา ขณะที่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นกำลังทำให้ธารน้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งบนภูเขาของเนปาลเปราะบางขึ้น
ผู้นำเนปาลระบุอย่างชัดเจนว่า ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูงควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เนปาลมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงประมาณร้อยละ 0.1 ของทั้งโลก แต่กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญผลกระทบหนักจากสภาพอากาศสุดขั้ว
ชีศีร์ ขานาล รมต.ต่างประเทศเนปาล ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า เนปาลมีส่วนต่อการปล่อยมลพิษต่ำมาก แต่ต้องเผชิญผลจากปัญหาที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอื่น จึงต้องผลักดันประเด็นนี้ในฐานะเรื่องของความเป็นธรรมในเวทีระหว่างประเทศ
รัฐบาลเนปาลได้ยื่นขอเงินชดเชย 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุนภายใต้สหประชาชาติที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาซึ่งได้รับผลกระทบจากความสูญเสียและความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกประเมินว่า หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไปในอัตราปัจจุบัน เนปาลอาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ราว ร้อยละ 4 ภายในปี 2593
โซนิยา ริจาล นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งศึกษาการรับมือของชุมชนต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ระบุว่า ขณะนี้เกิดความรู้สึกอย่างเข้มข้นในสังคมเนปาลว่า ประเทศกำลังจ่ายราคาจากวิกฤตภูมิอากาศที่ตนเองแทบไม่ได้เป็นผู้ก่อ
เนปาลเตรียมฟื้นประเทศหลังมหาอุทกภัย คาดค่าฟื้นฟูทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์
ราคาสินค้า-การค้า-ท่องเที่ยว สะเทือนทั่วประเทศ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มปรากฏไกลจากพื้นที่น้ำท่วม โดย ภาจู ชาวกรุงกาฐมาณฑุ เปิดเผยว่า ราคาสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะผักและผลไม้ เพิ่มขึ้นแล้วประมาณร้อยละ 5-8 ขณะที่ราคาเชื้อเพลิงนอกช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 36 ในช่วงที่สินค้าหาได้ยาก
ภาจูระบุว่า หากรัฐบาลไม่สามารถรับประกันการส่งก๊าซหุงต้มให้โรงแรมและร้านอาหารได้เพียงพอ อาจนำไปสู่ตลาดมืด และสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ค่าเดินทาง ต้นทุนการขนส่ง ไปจนถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน
สำหรับภาคธุรกิจ น้ำท่วมครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมบาดแผลจากเหตุเศรษฐกิจและภัยพิบัติที่ผ่านมา หลังแผ่นดินไหวปี 2558 คร่าชีวิตประชาชนราว 9,000 คน และสร้างความเสียหายประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนจุดผ่านแดนสำคัญระหว่างเนปาลกับจีนต้องปิดตัว กิจกรรมการค้าส่วนใหญ่จึงย้ายไปยังด่านราซูวากาดี ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักจากน้ำท่วมครั้งล่าสุด
เหตุการณ์เมื่อเดือน ส.ค. นับเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึง 2 ปี ที่ราซูวากาดีเผชิญน้ำท่วมซึ่งเชื่อมโยงกับสภาพอากาศแปรปรวน ซาโลนี เซเทีย กรรมการผู้จัดการบริษัท Vie Tec ผู้จำหน่ายระบบอาคารและวัสดุก่อสร้างในกรุงกาฐมาณฑุ ระบุว่า ธุรกิจของเธอได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้ง 2 ครั้ง
เมื่อเส้นทางการค้าสู่จีนมีข้อจำกัด ต้นทุนจ้างคนขับรถขนส่งสินค้าผ่านด่านโคราลาเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า อีกทั้งระยะเวลารอคอยยังไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยาวนานขึ้น ส่วนการเปลี่ยนไปใช้ขนส่งทางเรือจากเมืองกว่างโจวของจีน ทำให้ระยะเวลาส่งมอบสินค้านานขึ้นอีกประมาณ 3 สัปดาห์
เซเทียชี้ว่า ความไม่แน่นอนเองก็เป็นต้นทุน เพราะผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคต้องร่วมกันรับภาระ ไม่ว่าจะผ่านกำไรของผู้นำเข้าที่ลดลง หรือราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ด้าน
ภาคการท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลังเลที่จะเดินทางมายังเนปาล ทั้งที่อุตสาหกรรมนี้คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 7 ของ GDP และสร้างการจ้างงานมากกว่า 1,000,000 ตำแหน่ง
ข้อมูลจาก Nepal Economic Forum ระบุว่า หลังแผ่นดินไหวปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงร้อยละ 26 ขณะที่การประท้วงของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปี 2568 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 18
เหตุอุทกภัยครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ความเสียหายของเส้นทางคมนาคมเพียงจุดเดียวสามารถขยายเป็นปัญหาระดับประเทศได้ เพราะแม้ธุรกิจบางแห่งจะไม่ได้อยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วม แต่ยังต้องแบกรับภาระจากต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น สินค้าล่าช้า การท่องเที่ยวชะลอตัว และกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่อาจบันทึกไว้ได้ครบถ้วนในตัวเลขงบประมาณฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน
บรรยากาศก่อนรวมตัวคัดค้านจัดงานปีใหม่ยิวที่ “ชาบัดเฮาส์” จ.ภูเก็ต
อุดช่องโหว่? ระบบ "บริหารจัดการเงิน-ทรัพย์สินของวัด"
ปปง. จ่อรับสำนวนคดี "อติโชติ" ลุยเช็กเส้นทางการเงินบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิ
ความเป็นธรรมภูมิอากาศ
据美国有线电视新闻网(CNN)今日(2026年9月11日)报道,尼泊尔已开始修复因严重洪灾而损毁的贸易和交通路线。尼泊尔军队在塔迪河上修建了一座新桥,名为“希望之桥”,以重新连接中断的路线,恢复人员流动和货物运输。
然而,大桥的建设仅仅是灾后经济危机复苏的开始。尼泊尔政府估计,仅基础设施重建一项就至少需要50亿美元,约合1600亿泰铢。
然而,这些数字并没有涵盖失去道路、桥梁、贸易路线、农业用地、发电厂和交通运输系统(这些对国家经济至关重要)所带来的后续经济影响。
尼泊尔政策研究所的研究员尼沙尔·敦加尔表示,这场洪水并非只影响一个部门,而是对农业、能源、贸易路线、旅游业、商业、保险业、家庭收入以及国民经济复苏产生了连锁反应。
尽管美国、中国和印度已承诺向尼泊尔提供人道主义和财政援助,但尼泊尔政府仍在呼吁国际社会提供更多援助。这是因为人们担心全球气温上升将导致喜马拉雅山脉的冰川和冰冻山区不稳定,增加未来发生严重洪灾的可能性。
尼泊尔指出,低碳排放的代价很高。
专家仍在调查气候变化在近期灾害中所扮演的角色。然而,据估计,此次灾害可能始于大型冰川崩塌,进而引发山体滑坡和突发洪水。科学数据显示,气温上升正使尼泊尔山区的冰川和永久冻土层变得更加脆弱。
尼泊尔领导人已明确表示,温室气体排放量高的国家应承担由此造成的损害责任。尼泊尔的温室气体排放量仅占全球的0.1%左右,但却是受极端天气影响最严重的国家之一。
尼泊尔外交部长希希尔·卡纳尔告诉当地媒体,尼泊尔的温室气体排放量极低,却要承受其他国家温室气体排放的后果。因此,他强调有必要在国际舞台上将此问题作为一项公平正义的议题来推动解决。
尼泊尔政府已向联合国设立的援助发展中国家应对气候变化相关损失和损害的基金申请2000万美元的赔偿。与此同时,世界银行估计,如果全球变暖继续以目前的速度发展,到2050年,尼泊尔的国内生产总值可能会损失约4%。
悉尼大学研究社区对极端天气事件反应的博士后研究员索尼娅·里贾尔表示,尼泊尔社会现在强烈感受到,该国正在为一场它几乎没有造成却要承担责任的气候危机付出代价。
尼泊尔正在为洪灾后的重建做准备,预计重建费用将超过 50 亿美元。
全国范围内的商品价格、贸易和旅游业都受到了冲击。
洪水带来的经济影响已远远超出受灾地区。加德满都居民巴朱透露,生活必需品,尤其是蔬菜水果的价格已经上涨了约5%至8%,而非官方渠道的燃料价格在短缺时期甚至上涨了高达36%。
帕朱表示,如果政府不能保证向酒店和餐馆提供充足的烹饪用燃气,可能会导致黑市出现,并产生连锁反应,影响运输成本和日常用品价格。
对企业而言,此次洪水加剧了以往经济事件和灾害带来的创伤。2015年地震造成约9000人死亡,经济损失约100亿美元,迫使尼泊尔和中国之间的重要边境口岸关闭。此后,大部分贸易活动转移到了拉苏瓦加迪边境口岸,而该口岸也成为此次洪灾中受灾最严重的地区之一。
8月份的洪灾是拉苏瓦加迪在不到两年内第二次遭遇与极端天气相关的洪水。加德满都建筑系统和建筑材料供应商Vie Tec的总经理萨洛尼·塞蒂亚表示,她的公司两次洪灾都受到了影响。
由于通往中国的贸易路线受到限制,通过科拉拉边境口岸雇佣司机运输货物的成本增加了四倍。此外,等待时间不确定,而且很可能会延长。改用从中国广州海运,则会使交货时间增加大约三周。
塞蒂亚指出,不确定性本身就是一种成本,因为企业和消费者都会承担这种负担,无论是进口商利润减少还是产品价格上涨;在大多数情况下,这两种情况同时发生。
尽管旅游业占尼泊尔国内生产总值的约 7%,并创造了超过 100 万个就业岗位,但外国游客可能仍不愿前往尼泊尔旅游,因此旅游业仍面临受到影响的风险。
尼泊尔经济论坛的数据显示,2015 年地震后,外国游客数量减少了 26%,而 2025 年年轻人的抗议活动预计将使游客数量减少 18%。
这场洪水反映出,交通线路的局部损毁如何演变成全国性问题。即使是那些不在洪灾区附近的商家,也仍然要承受运输成本上升、货物延误、旅游业低迷和购买力下降等损失——这些损失无法完全计入基础设施重建预算。
在普吉岛“沙巴德之家”举行反对犹太新年庆祝活动的抗议活动开始前的气氛。
堵住漏洞?寺庙资金和资产管理系统。
反洗钱办公室 (AMLO) 准备接手“Atichot”案卷,并开始调查其个人和基金会账户中的金融交易。
气候正义