"กองระบาดวิทยา" พร้อมเฝ้าระวังโรค SFTS มีพาหะคือ "เห็บ" ชี้ไทยมีปัจจัยเสี่ยงระบาด流行病学部门已做好监测由蜱虫传播的SFTS疾病的准备,并指出泰国存在疫情爆发的风险因素。
"กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค" เผยแนวทางเฝ้าระวัง "โรค SFTS" มีพาหะจาก "เห็บ" เผยไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ ปัจจุบันผู้ป่วยกระจายตัวอยู่ 6 จังหวัด เตรียมพร้อมเข้มตรวจจับโรค

"กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค" เผยแนวทางเฝ้าระวัง "โรค SFTS" มีพาหะจาก "เห็บ" เผยไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ ปัจจุบันผู้ป่วยกระจายตัวอยู่ 6 จังหวัด เตรียมพร้อมเข้มตรวจจับโรค ป้องกันแพร่ระบาดในอนาคต
วันที่ 12 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊ก กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โพสต์เผยแนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรค SFTS ย้ำ หากพบเจอ–สงสัย SFTS อย่ารอ ขอให้ดำเนินการเฝ้าระวัง สอบสวน เก็บตัวอย่าง และควบคุมโรค ตามแนวทางของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค เพื่อให้ตรวจจับได้เร็ว ตอบโต้ ป้องกันได้ทัน
โดยระบุว่า โรคติดเชื้อ Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome (SFTS) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส severe fever with thrombocytopenia syndrome virus (SFTSV) เป็น RNA virus อยู่ใน Bandavirus genus และ Phenuiviridae family มีเห็บ (tick) เป็นพาหะ ระยะฟักตัวประมาณ 4 - 15 วันโดยเฉลี่ย 9 วัน ผู้ป่วยโรคนี้มักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ร่วมกับมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำและเม็ดเลือดขาวต่ำ และอาจพบอาการแทรกซ้อนตามมา เช่น ไตวายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ และเลือดออกที่เยื่อบุ เป็นต้น
โรคนี้พบมากในประเทศแถบเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น อัตราการเสียชีวิตอยู่ระหว่างร้อยละ 2.7 - 55.7 ในประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วย SFTS ครั้งแรกในปี 2562 และมีรายงานผู้ป่วย ล่าสุดในเดือนมิถุนายน ปี 2568 ปัจจุบันพบผู้ป่วยสะสมรวม 6 ราย กระจายอยู่ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 2 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย นครปฐม 1 ราย และฉะเชิงเทรา 1 ราย
ประเทศไทยมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้านที่อาจเอื้อต่อการแพร่กระจายของโรค ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่พันธุ์ของเห็บพาหะ การสัมผัสสัตว์เลี้ยง การนำเข้าสัตว์เลี้ยงจากต่างประเทศ การเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาด ดังนั้น ประเทศไทยจึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ หรือการระบาดในระดับพื้นที่ จึงควรเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังและตรวจจับโรคติดเชื้อ SFTS ในประเทศ รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านการสอบสวน ควบคุม และป้องกันโรค เพื่อจำกัดการแพร่กระจายและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ( คลิก )
泰国疾病控制厅流行病学部门公布了“SFTS疾病”(一种由蜱虫传播的疾病)的监测指南。指南指出,泰国面临新增病例的风险,目前患者分布在六个府。相关部门正在积极准备,加强疾病检测,预防未来疫情爆发。
2026年9月12日,疾病控制厅流行病学处在其Facebook主页发布了SFTS(硬化性中毒综合征)的监测和调查指南。指南强调,一旦发现或怀疑SFTS病例,应立即按照疾病控制厅流行病学处的指南开展监测、调查、样本采集和疾病控制措施,以确保早期发现、应对和预防。
严重发热伴血小板减少综合征(SFTS)是由严重发热伴血小板减少综合征病毒(SFTSV)感染引起的,该病毒是一种RNA病毒,属于班达病毒属和菲努病毒科。蜱是其传播媒介。潜伏期约为4-15天,平均为9天。该病患者通常表现为突发高热,并伴有血小板减少和白细胞减少。此外,还可能出现急性肾功能衰竭、心肌炎、脑膜炎、脑炎和黏膜出血等并发症。
这种疾病在东亚国家较为常见,包括中国、韩国和日本。其死亡率在2.7%至55.7%之间。在泰国,首例SFTS病例于2019年报告,最近一例病例报告于2015年6月。目前,泰国共有6例确诊病例,分布在6个府:曼谷(2例)、碧差汶府(2例)、佛统府(1例)和北柳府(1例)。
泰国面临多种可能导致该疾病传播的风险因素,包括适宜蜱虫滋生的环境、与宠物接触、从其他国家进口宠物以及前往疫区旅行。因此,泰国存在出现新病例或局部暴发的风险。加强国家SFTS监测和检测系统,并做好疾病调查、控制和预防工作,对于限制疾病传播和减轻未来潜在影响至关重要。
更多详情请点击这里。