บุกคฤหาสน์หรูบางบอน ทลายฐานขบวนการคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ จับ 11 คน当局突袭了邦邦的一处豪华宅邸,捣毁了一个跨国呼叫中心,并逮捕了 11 人。
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนำกำลังเข้าค้นคฤหาสน์หรูย่านบางบอน หลังพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวต่างชาติผิดสังเกต ก่อนพบหลักฐานเชื่อมโยงแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ ใช้เป็นฐานปฏิบัติการมานานกว่า 1 ปี รวบผู้ต้องหาชาว 11 คน พร้อมอุปกรณ์ และเครื่องแบบตำรวจญี่ปุ่นปลอม

วันที่ 16 ก.ย.2569 ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังเข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร หลังได้รับเบาะแสและสืบสวนพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้าออกภายในคฤหาสน์อย่างผิดสังเกต
ตำรวจจึงวางแผนเข้าตรวจค้น พร้อมประสานตัวแทนสถานทูตญี่ปุ่นร่วมตรวจสอบ ภายในคฤหาสน์พบชาวต่างชาติมากกว่า 10 คน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้สอบปากคำ และตรวจหาสารเสพติด นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์จำนวนมากที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทั้งโทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า คฤหาสน์แห่งนี้ถูกเช่าเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ มานานประมาณ 1 ปี เช่นเดือนละประมาณ 900,000 บาท
บริเวณชั้น 2 ถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายห้อง โดยมีห้องสำหรับใช้โทรศัพท์หลอกผู้เสียหาย ภายในจัดโต๊ะทำงานและวางสคริปต์บทสนทนาสำหรับใช้หลอกลวงตามโต๊ะ
ส่วนอีกห้องถูกจัดไว้สำหรับแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น ด้านในพบชุดเครื่องแบบตำรวจปลอม และบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ปลอม ซึ่งใช้ประกอบการวิดีโอคอล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจจริง
บุกคฤหาสน์หรูบางบอน ทลายฐานขบวนการคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ จับ 11 คน
ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 11 คน แบ่งเป็นชาวจีน 5 คน ชาวไต้หวัน 2 คน และชาวญี่ปุ่น 4 คน โดยข้อมูลการสืบสวนพบว่า กลุ่มชาวจีนทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุม ขณะที่ชาวญี่ปุ่นทำหน้าที่เป็นพนักงานคอลเซนเตอร์ โทรศัพท์ไปหลอกลวงผู้เสียหายชาติเดียวกัน ในประเทศญี่ปุ่น
พฤติการณ์ของกลุ่มนี้ เริ่มจากโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหาย อ้างว่ามีพัสดุที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ก่อนโอนสายให้ผู้ร่วมขบวนการที่แอบอ้างเป็นตำรวจญี่ปุ่น หรือตำรวจต่างชาติ เพื่อข่มขู่และสร้างความหวาดกลัว จากนั้นหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน
สำหรับแนวทางการสืบสวน ตำรวจพบข้อมูลว่าผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งคอลเซนเตอร์กลุ่มนี้เป็นชาวจีน ส่วนจะมีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบและขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 11 คนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหลังจากดำเนินคดีแล้ว จะพิจารณาดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
พบรอยรั่วท่อส่งน้ำมัน ถ.พระราม 3 เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ
รวบพระ-เณร "ฉี่ม่วง" คาวัดดังสุรินทร์ สารภาพใช้เงินญาติโยมซื้อยาบ้าเสพ
กทม.แจงรถขยะ EV โปร่งใส เสียดายสภาปัดตก ทำ กทม.ชวดก้าวสู่เมืองพลังงานสะอาด
แก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ
ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
2026年9月16日,移民警察接到线报,调查一群外国人进出曼谷邦邦区一栋豪华住宅的可疑活动后,突袭了该住宅。
随后,警方策划了一次突袭行动,并与日本大使馆代表协调寻求协助。在宅邸内,警方发现了十余名外国人,并将他们拘留进行讯问和毒品检测。警方还查获了大量据信与犯罪有关的物品,包括手机、SIM卡、平板电脑和电脑。
潘塔纳·努查纳特少将,移民局副局长。
泰国移民局副局长潘塔纳·努查纳特少将透露,调查发现这栋豪宅已被租用约一年,用作跨国呼叫中心团伙的行动基地,每月租金约为 90 万泰铢。
二楼被隔成几个房间,其中一个房间专门用来拨打诈骗电话骚扰受害者。房间里摆放着工作台,上面放着诈骗电话的脚本。
另一个房间被布置成冒充日本警察的场所。房间里发现了假警服和假身份证,这些物品被用于视频通话中,以增加可信度,欺骗受害者,让他们误以为对方是真正的警察。
当局突袭了邦邦的一处豪华宅邸,捣毁了一个跨国呼叫中心,并逮捕了 11 人。
此次行动共逮捕了11名嫌疑人:5名中国籍人士、2名台湾地区人士和4名日本公民。调查显示,中国籍团伙负责操控行动,而日本公民则充当呼叫中心员工,向身在日本的同国籍受害者拨打诈骗电话。
该团伙的作案手法是,他们先打电话给受害者,声称有一个与非法活动相关的包裹。然后,他们将电话转接给同伙,同伙冒充日本或外国警察,恐吓受害者,使其产生恐惧,最后诱骗其汇款。
经调查,警方发现这起呼叫中心诈骗案的幕后主使是中国公民。目前,警方仍在调查是否有泰国公民涉案。所有11名嫌疑人将依法受到起诉,起诉结束后,将根据法律程序考虑将其驱逐出境。
拉玛三路的一条输油管道被发现泄漏。有关部门正在紧急调查。
素林府一座著名寺庙的僧侣和沙弥被捕,他们的甲基苯丙胺检测呈阳性;他们承认用信徒的钱购买和吸食毒品。
曼谷市政府(BMA)解释了电动垃圾车项目的透明度,并对市议会否决该项目表示遗憾,导致曼谷错失成为清洁能源城市的机会。
跨国呼叫中心团伙
移民警察