“พิรงรอง” ร่อนจดหมายด่วนที่สุดถึงเลขาฯ กสทช. จี้เปิดประชุม บอร์ด กสทช. ที่เหลืออยู่“Pirongrong”向国家广播电视委员会秘书长发出紧急信函,敦促其召集国家广播电视委员会剩余董事会成员开会。
“พิรงรอง” ร่อนจดหมายด่วนที่สุดถึงเลขาฯ กสทช. จี้เปิดประชุม บอร์ด กสทช. ที่เหลืออยู่ หลังศาลปกครองสูงสุดชี้ชัดคำวินิจฉัยพ้นตำแหน่งประธานมีผลแล้ว

“พิรงรอง” ร่อนจดหมายด่วนที่สุดถึงเลขาฯ กสทช. จี้เปิดประชุม บอร์ด กสทช. ที่เหลืออยู่ หลังศาลปกครองสูงสุดชี้ชัดคำวินิจฉัยพ้นตำแหน่งประธานมีผลแล้ว
วันที่ 4 กันยายน 2569 ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ส่งบันทึกข้อความ “ด่วนที่สุด” ถึงเลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมและอำนวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการ กสทช. เท่าที่เหลืออยู่ เพื่อให้องค์กรสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏข่าวสารเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ 952/2569 (ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569) ในคดีระหว่าง นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ (ผู้ฟ้องคดี) และ คณะกรรมการสรรหา กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้กลับคำสั่งศาลปกครองกลางให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา
โดย ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง เห็นว่า ศาลปกครองสูงสุดยืนยันว่า คำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดี (ที่ 1/2569) เรื่องลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายอันเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ถือเป็นที่สุด และมีผลผูกพันตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคือวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 บอร์ดที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่แทนได้ โดยคำสั่งศาลปกครองสูงสุดระบุชัดเจนว่า นายสรณ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธาน กสทช. ได้ต่อไป อย่างไรก็ดี ตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ กำหนดให้กรรมการที่เหลืออยู่ (ไม่น้อยกว่า 4 ท่าน) สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ เพื่อไม่ให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมต้องหยุดชะงัก แต่เนื่องจากปัจจุบันศาลยังไม่มีคำพิพากษาและยังไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองชั่วคราวใดๆ ทำให้คำวินิจฉัยดังกล่าวคงมีผล ส่งผลให้นายสรณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธาน กสทช. ได้มาตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นมา
ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการตามกฎหมาย โดยเร่งจัดประชุม กสทช. สำหรับกรรมการที่เหลืออยู่ ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2569 หรือภายในสัปดาห์หน้าตามวันเวลาที่กรรมการที่เหลืออยู่สะดวกตรงกัน ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาวาระการประชุมที่ค้างสะสมมานานกว่า 1 เดือนจากการที่ไม่สามารถเปิดประชุมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะอย่างเร่งด่วน
ปรากฏว่า วันนี้ กสทช. ไม่ได้มีการระบุวาระการประชุมตามข้อเสนอของ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ระบุในกำหนดและวาระงานประจำวัน
在最高行政法院裁定解除其主席职务的决定生效后,“Pirongrong”向国家广播电视委员会秘书长发出紧急信函,敦促其召集国家广播电视委员会剩余董事会成员开会。
2026年9月4日,国家广播和电信委员会(NBTC)成员、荣誉教授皮隆隆·拉姆苏特博士向NBTC秘书长发出“紧急”备忘录,要求NBTC办公室加快会议召开,并为剩余的NBTC委员会成员提供便利,以确保该机构的持续运作。此前有新闻报道称,最高行政法院于2026年8月31日就索兰·汶拜猜亚普鲁克先生(原告)诉NBTC遴选委员会(被告)一案作出第952/2569号裁决,推翻了中央行政法院受理此案的裁定。
皮隆隆教授(荣誉退休博士)认为,最高行政法院关于原告因法律原因被免去国家广播电视和电信委员会(NBTC)主席职务的裁决(第1/2569号)自2026年7月22日通知之日起生效,具有最终约束力。其余董事会成员可以继续履行职责。最高行政法院的命令明确指出,索兰先生不得继续担任NBTC主席。然而,根据《广播电视和电信法》第20条第3款,其余董事会成员(至少四名)可以继续履行职责,以防止广播、电视和电信等公共服务中断。但由于法院尚未作出最终判决或任何临时禁令,该裁决仍然有效,自2026年7月22日起,索兰先生不得继续担任NBTC主席。
因此,请国家广播电视和电信委员会(NBTC)办公室依法履行其行政职责,紧急召集剩余的NBTC委员于2026年9月4日(星期五)或下周内召开会议,具体时间由所有剩余委员协商确定。此举旨在解决因无法依法召开会议而积压超过一个月的议程项目,并紧急维护公众利益。
看来,国家广播和电信委员会 (NBTC) 今天并没有按照皮隆隆教授的建议,将会议议程纳入其日常日程和工作计划中。