เปิดโผ 5 กองอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ปันผลเกิน 5% ต่อเนื่อง 5 ปีติด以下是连续 5 年派发股息率超过 5% 的 5 只主要房地产基金。
ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวนและดอกเบี้ยไทยอยู่ในระดับต่ำ นักลงทุนมองหาสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด เปิด 5 กอง REIT-PF ยักษ์ใหญ่ที่จ่ายปันผลเกิน 5% ต่อเนื่อง 5 ปี

# กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์
Nebius เอาเงินจากไหนมาลงทุนมหาศาล? | Digital Frontiers EP.75
ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวนและดอกเบี้ยไทยอยู่ในระดับต่ำ นักลงทุนมองหาสินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด เปิด 5 กอง REIT-PF ยักษ์ใหญ่ที่จ่ายปันผลเกิน 5% ต่อเนื่อง 5 ปี
บอนด์ยีลด์พุ่งทั่วโลก ตลาดหุ้นไหนยังคุ้ม? รู้จัก Earning Yield Gap ตัววัดถูก-แพงยุคดอกเบี้ยขาขึ้น
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นและทิศทางดอกเบี้ยที่ยังไม่แน่นอน นักลงทุนจำนวนไม่น้อยหันมามองสินทรัพย์ที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมออย่าง กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) และ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มากขึ้น
เพราะเป็นการลงทุนที่มีอสังหาริมทรัพย์อย่างอาคารสำนักงาน คลังสินค้า หรือโรงงานให้เช่าเป็นสินทรัพย์อ้างอิง จุดขายสำคัญคือ "เงินปันผล" ที่ตามกฎหมายกำหนดให้กองทุนประเภทนี้ต้องจ่ายคืนให้ผู้ถือหน่วยไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว
แต่ปันผลสูงในปีใดปีหนึ่งอาจไม่ได้บอกอะไรมากนัก คำถามที่นักลงทุนควรถามจริง ๆ คือ "กองไหนจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอในระยะยาว" ต่างหาก
Thairath Money ได้สำรวจ REIT และ Property Fund ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยใช้เกณฑ์ดังนี้
ความสม่ำเสมอของปันผล: คัดเฉพาะกองที่จ่ายอัตราเงินปันผลตอบแทนเกิน 5% ต่อปี ต่อเนื่องทุกปีตลอด 5 ปีที่ผ่านมา (2564–2568)
ขนาด เรียงลำดับตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) มากที่สุด 5 อันดับแรก
และผลลัพธ์ที่ได้คือ 5 กองต่อไปนี้
1. FTREIT เจ้าตลาดโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (FTREIT) คือกอง REIT ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ โดยมีมาร์เก็ตแคปสูงถึง 38,743.97 ล้านบาท
กองทรัสต์นี้ลงทุนในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารโรงงานและคลังสินค้า รวมถึงอสังหาริมทรัพย์อื่นที่สนับสนุนธุรกิจให้เช่าดังกล่าว โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนภาคอุตสาหกรรมและการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทย
อัตราปันผลย้อนหลัง 5 ปี
ปี 2564 อยู่ที่ 5.35%
ปี 2565 อยู่ที่ 6.86%
ปี 2566 อยู่ที่ 6.52%
ปี 2567 อยู่ที่ 7.26%
ปี 2568 อยู่ที่ 6.46%
นับจากต้นปี 2569 ไม่เปลี่ยนแปลง
ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 26.20%
ย้อนหลัง 3 ปี เพิ่มขึ้น 10.36%
ย้อนหลัง 5 ปี ลดลง 11.88%
2. WHAIR กลุ่ม WHA Group ปักหมุดทำเลนิคมอุตสาหกรรม
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล (WHAIR) เป็นกองที่ใหญ่เป็นอันดับสอง โดยมีมาร์เก็ตแคป 8,893.97 ล้านบาท ลงทุนในสิทธิการเช่าที่ดินและอาคารโรงงานกว่า 136 ยูนิต และอาคารคลังสินค้าอีก 34 ยูนิต เป็นระยะเวลา 30 ปี
โดยทรัพย์สินทั้งหมดตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาโดยกลุ่ม WHA หนึ่งในผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทย ทำให้กองมี Exposure ต่อกิจกรรมการผลิตและการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
ปี 2564 อยู่ที่ 6.50%
ปี 2565 อยู่ที่ 8.71%
ปี 2566 อยู่ที่ 10.27%
ปี 2567 อยู่ที่ 7.56%
ปี 2568 อยู่ที่ 8.20%
นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 30.08%
ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 45.45%
ย้อนหลัง 3 ปี เพิ่มขึ้น 14.29%
ย้อนหลัง 5 ปี ลดลง -9.19%
3. GVREIT สองอาคารสำนักงานเกรดเอใจกลางกรุงเทพฯ
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ (GVREIT) มีมาร์เก็ตแคป 6,273.96 ล้านบาท เป็นกองที่เน้นสินทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานเกรดเอโดยเฉพาะ ลงทุนในสิทธิการเช่าพื้นที่บางส่วนของอาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ หัวมุมถนนเพลินจิต-วิทยุ และสิทธิการเช่าช่วงที่ดินและอาคารสาทร สแควร์ หัวมุมถนนนราธิวาสราชนครินทร์-สาทร ซึ่งทั้งสองโครงการตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ และเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน
อัตราปันผลย้อนหลัง 5 ปี:
ปี 2564 อยู่ที่ 7.60%
ปี 2565 อยู่ที่ 8.56%
ปี 2566 อยู่ที่ 13.78%
ปี 2567 อยู่ที่ 12.18%
ปี 2568 อยู่ที่ 11.59%
นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 13.33%
ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 23.39%
ย้อนหลัง 3 ปี เพิ่มขึ้น 9.29%
ย้อนหลัง 5 ปี ลดลง 27.83%
4. TPRIME อโศกและชิดลม ทำเลทองเชื่อมรถไฟฟ้า
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยแลนด์ ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ (TPRIME) มีมาร์เก็ตแคป 4,626.38 ล้านบาท ลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ของโครงการเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ และลงทุนทางอ้อมผ่านการถือหุ้นเกือบทั้งหมดในบริษัทเจ้าของโครงการเอ็กเชน ทาวเวอร์ ทั้งสองอาคารตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ
ปี 2564 อยู่ที่ 6.76%
ปี 2565 อยู่ที่ 5.05%
ปี 2566 อยู่ที่ 6.17%
ปี 2567 อยู่ที่ 5.70%
ปี 2568 อยู่ที่ 5.74%
นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 13.79%
ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 27.91%
ย้อนหลัง 3 ปี เพิ่มขึ้น 5.77%
ย้อนหลัง 5 ปี ลดลง 7.30%
5. POPF อาคารสำนักงานย่านสุขุมวิท-บางนา
กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ (POPF) มีมาร์เก็ตแคป 4,286.58 ล้านบาท เป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์รูปแบบเดิม ปัจจุบันมีทรัพย์สินหลัก ได้แก่ สิทธิการเช่าโครงการอาคารสมัชชาวาณิช 2 (UBC II) บนถนนสุขุมวิท และสิทธิการเช่าที่ดิน อาคารสำนักงาน และสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการบางนา ทาวเวอร์
ปี 2564 อยู่ที่ 9.21%
ปี 2565 อยู่ที่ 8.79%
ปี 2566 อยู่ที่17.6%
ปี 2567 อยู่ที่10.8%
ปี 2568 อยู่ที่ 11.82%
นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 29.41%
ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 46.67%
ย้อนหลัง 3 ปี เพิ่มขึ้น 23.94%
ย้อนหลัง 5 ปี ลดลง 20.72%
อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนสูงไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ควรแยกให้ออกระหว่างเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตอบแทนที่มาจากผลการดำเนินงาน กับเงินที่ผู้ถือหน่วยได้รับจากการลดทุนหรือคืนเงินทุน เนื่องจากการคืนทุนเป็นการนำเงินทุนบางส่วนกลับมาจ่ายให้ผู้ถือหน่วย และอาจทำให้ฐานเงินทุนหรือ NAV ต่อหน่วยลดลง
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบอายุสัญญาเช่าที่เหลือ สำหรับกองประเภท Leasehold ประกอบกับติดตามทิศทางดอกเบี้ย เนื่องจาก REIT/PF เป็นสินทรัพย์ที่มักถูกเทียบผลตอบแทนกับพันธบัตร แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงมักเป็นบวกต่อราคาหน่วยลงทุนของกลุ่มนี้
และที่สำคัญข้อมูลปันผลที่ใช้เป็นข้อมูลย้อนหลัง ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือชี้ชวนและงบการเงินก่อนตัดสินใจลงทุน
(ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ ปิดตลาดวันที่ 2 กันยายน 2569)
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
# 房地产投资信托
尼比乌斯从哪里弄来这么多钱进行投资? | 数字前沿 第75期
在股市波动和泰国低利率的背景下,投资者正在寻找能够产生现金流的资产。以下是5只主要的房地产投资信托基金(REITs)和公积金(PFs),它们已连续5年派发超过5%的股息。
全球债券收益率飙升。哪些股票市场仍然值得投资?了解盈利收益率差距:衡量在利率上升环境下,某项资产是被低估还是高估的指标。
在股市波动和利率不确定性的背景下,许多投资者越来越多地转向能够提供稳定现金流的资产,例如房地产基金和房地产投资信托基金(REITs)。
由于这类投资以房地产(例如办公楼、仓库或厂房等)作为基础资产,其主要卖点是“股息”。根据法律规定,这类基金必须向基金份额持有人支付至少90%的调整后净利润。
然而,任何一年的高股息并不能说明太多问题。投资者真正应该问的问题是:“哪个基金能够长期持续派发股息?”
Thairath Money 使用以下标准对在泰国证券交易所上市的 REITs 和房地产基金进行了调查:
股息稳定性:仅选择过去 5 年(2021-2025 年)每年股息收益率持续超过 5% 的基金。
以下列出了市值排名前 5 的公司。
结果得到以下 5 堆。
1. FTREIT 是工厂和仓库租赁市场的领导者。
按市值计算,Frasers Property Industrial REIT (FTREIT) 是该组中最大的 REIT,市值为 387.4397 亿泰铢。
该信托投资于厂房和仓库的所有权和租赁权,以及其他支持此类租赁业务的物业。其大部分资产位于重要的经济区域,例如东部经济走廊(EEC),该地区有望受益于工业投资和制造业基地向泰国的转移。
过去5年的股息收益率。
2021年,这一比例为5.35%。
2022年,这一比例为6.86%。
2023年,这一比例为6.52%。
2024年,这一比例为7.26%。
到 2025 年,这一比例将达到 6.46%。
截至2026年初,情况仍未改变。
过去一年,增长了 26.20%。
过去三年,增长了10.36%。
过去 5 年,下降了 11.88%。
2. WHAIR 是 WHA 集团的一部分,正在对其工业园区进行战略布局。
WHA工业地产租赁投资信托基金(WHAIR)是第二大基金,市值达88.9397亿泰铢。该基金投资于136个厂房单元和34个仓库单元的租赁权,租赁期限为30年。
所有资产均位于泰国主要工业园区开发商之一WHA集团开发的工业园区内。这使得该基金能够参与这些工业园区的制造业活动和投资,而这些工业园区可能会受益于外国直接投资(FDI)。
2021年,这一比例为6.50%。
2022年,这一比例为8.71%。
2023年,这一比例为10.27%。
2024年,这一比例为7.56%。
预计到 2025 年,这一比例将达到 8.20%。
自 2026 年初以来,增长了 30.08%。
过去一年,增长了 45.45%。
过去三年,增长了 14.29%。
过去 5 年下降了 9.19%。
3. GVREIT:位于曼谷市中心的两座甲级写字楼。
金创房地产投资信托基金(GVREIT)市值达62.7396亿泰铢。该基金专注于甲级写字楼投资,目前已购入位于Ploenchit路和Witthayu路交汇处的Park Ventures EcoPlex大楼部分区域的租赁权,以及位于Narathiwat Ratchanakarin路和Sathorn路交汇处的Sathorn Square大楼及其土地的转租权。这两个项目均位于曼谷中央商务区,交通便利,公共交通网络发达。
过去5年的股息收益率:
2021年,这一比例为7.60%。
2022年,这一比例为8.56%。
2023年,这一比例为13.78%。
到 2024 年,这一比例为 12.18%。
到 2025 年,这一比例将达到 11.59%。
自 2026 年初以来,增长了 13.33%。
过去一年,增长了 23.39%。
过去三年,增长了9.29%。
过去 5 年,下降了 27.83%。
4. TPRIME Asoke 和 Chidlom:地理位置优越,BTS 轻轨交通便利。
泰国优质地产信托(TPRIME)是一家房地产投资信托基金和租赁权持有者,市值达46.2638亿泰铢。该公司直接投资于水星大厦项目的租赁权,并通过其在交易所大厦项目所有者中近乎全部的股份间接投资于该项目。这两座大厦均位于中央商务区。
2021年,这一比例为6.76%。
2022年,这一比例为5.05%。
2023年,这一比例为6.17%。
2024 年,这一比例为 5.70%。
到 2025 年,这一比例将达到 5.74%。
自 2026 年初以来,增长了 13.79%。
过去一年,增长了 27.91%。
过去三年,增长了5.77%。
过去5年下降了7.30%。
5. POPF,位于素坤逸-邦纳地区的一栋办公楼。
Prime Office Leasehold Property Fund (POPF) 的市值为 42.8658 亿泰铢。它是一家传统的房地产投资信托基金 (REIT),其核心资产包括素坤逸路上的 Samatchawanich 2 Building (UBC II) 项目的租赁权,以及与 Bangna Tower 项目相关的土地、办公楼和建筑物的租赁权。
2021年,这一比例为9.21%。
2022年,这一比例为8.79%。
2023年,这一比例为17.6%。
到 2024 年,这一比例为 10.8%。
到 2025 年,这一比例将达到 11.82%。
自 2026 年初以来,增长了 29.41%。
过去一年,增长了 46.67%。
过去三年,增长了 23.94%。
过去5年下降了20.72%。
然而,高回报并不总是意味着良好的回报。区分股息或经营利润与单位持有人从资本减少或返还中获得的资金至关重要。资本返还是指将部分资本返还给单位持有人,这可能会降低每单位的净资产值(NAV)。
此外,建议检查租赁基金的剩余租赁期限并监控利率趋势,因为 REITs/PF 通常以债券为基准,利率下降的趋势通常对这类基金的单位价格有利。
需要注意的是,此处使用的股息信息为历史数据,并不保证未来的收益。投资者在做出投资决定前,应仔细阅读招股说明书和财务报表。
(数据来自泰国证券交易所,截至2026年9月2日交易结束时)
通过 Thairath Money 阅读最新的股票和投资新闻。
https://www.thairath.co.th/money/investment
点击此链接关注Thairath Money的Facebook主页。
https://www.facebook.com/ThairathMoney