“มาวิน ทวีผล” เล่าเส้นทางมีลูกยาก 4 ปีกว่าจะเป็นพ่อคน เปิดปมวัยเด็ก จะไม่ส่งต่อความรุนแรงให้ลูก《马温·塔维波尔》讲述了他四年多来求子之路的艰辛历程,以及他童年时期遭受的创伤,并誓言不会将暴力传递给自己的孩子。
“มาวิน ทวีผล” เปิดใจเส้นทางกว่าจะได้เป็นพ่อใช้เวลา 4 ปี ล้มเหลวถึง 8 ครั้งจนเกือบถอดใจ ก่อนภรรยา “ตู่ ปิยวดี” พูดประโยคสะกิดใจจนตัดสินใจสู้ต่อ เผยบาดแผลวัยเด็ก จะไม่ส่งต่อความรุนแรงให้ลูก

“มาวิน ทวีผล” เปิดใจในรายการ MY DADDY James ถึงเส้นทางการมีลูกยากนาน 4 ปีเต็ม ผ่านความล้มเหลวมาถึง 8 ครั้งจนเกือบยอมแพ้ แต่ตัดสินใจฮึดสู้รอบที่ 9 หลังภรรยา “ตู่ ปิยวดี” เตือนสติว่าต้องมีตัวแทนความรักไว้ดูแลกันในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ จนสำเร็จได้ลูกสาวสมใจ พร้อมเล่าถึงบาดแผลในอดีตที่เติบโตมากับความไม่พร้อมและการถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ส่งต่อความรุนแรงให้ “น้องเหมียวหมี่” และมุ่งมั่นเป็นพ่อที่อ่อนโยน เลี้ยงลูกด้วยการให้เกียรติและการแบ่งปัน
เส้นทาง 4 ปีเต็มกับการทำบุตรยาก 9 ครั้ง?
มาวิน ทวีผล: เส้นทาง 4 ปีเต็ม 9 ครั้ง ตอนที่เริ่มทำ พี่ตู่อายุประมาณ 43-44 ปี เพราะว่าพี่ยัง Set ตัวเองไม่ได้ ยังไม่พร้อมด้วยหน้าที่การงาน ฐานะ หรืออะไรก็ตาม แต่ช่วงแรก ๆ จะบอกว่า Sperm เต็มไปหมดเลย ดีมาก หมอบอก “โอ้โห เพอร์เฟกต์ เยี่ยม เดินหล่อมาเลย เต็มคลัง” พอผลออกยืดอก ช่วงนั้นยืดเลย เสร็จแล้วพี่ตู่ก็ไปตรวจไข่ยังเยอะอยู่ แต่พอเริ่มแต่งงานเตรียมตัวจะมีน้อง ผ่านมา 2-3 ปี ใช้ร่างกายไปเยอะ ทุกอย่างหายไปหมด ตอนแรกพี่ตู่ยังมีเยอะอยู่คือตอนนั้นพี่ตู่เป็นคนที่ไข่ตกเดือนหนึ่งเยอะมาก ถือว่าประมาณ 8 ฟองขึ้นไป ถึง 10 ฟอง ถือว่าเยอะ
แต่เวลาใช้งานจริง สุดท้ายด้วยวัย ปัญหาที่โครโมโซมและอื่นๆ ของพี่วินน้ำเชื้อก็หายไปเกินครึ่ง จนเดินแรก ๆ ยืด หลังๆ เดินหงอออกมาจากการที่ใช้ชีวิตหนักไปหน่อย ประจวบกับช่วงหลังที่งานเยอะด้วย เวลาพักน้อย แล้วทำกันมาทุกๆ รอบ จากตอนที่มีความหวัง จำได้เลยว่าครั้งแรกที่เอาไข่กับน้ำเชื้อผสมกัน แล้วมาแจ้งผลว่าไข่ปฏิสนธิกี่ฟอง สมมุติตอนแรกมี 8 ฟอง เขาบอกได้ 7 ฟอง รอดมาในหนึ่งวัน คิดว่าปลายทางต้องได้แน่ๆ แต่พอวันต่อมา ต่อมาค่อยๆ หายตก หายตก แล้วก็ไม่ได้
ล้มเหลวติดกัน 2–3 ครั้ง เริ่มท้อบ้างไหม?
มาวิน ทวีผล: ท้อนะ แต่หยุดไม่ได้ ท้อสุดครั้งที่ 5 สองครั้งแรกทะเลาะกัน พี่ตู่บอกพี่ใช้ชีวิตไม่ดี ปรับตัวเองไม่เยอะพอ ไม่ยอมหยุด พักผ่อนน้อยไป กลายเป็นความเครียดสะสม แต่พอครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 พอพี่ได้ปรับ ทุกอย่างไม่ได้ เริ่มเป็นที่โครโมโซมหรือเปล่า กลับมามองกันเองทำให้เข้าใจกันมากขึ้น จนครั้งที่ 8 คือความโปร่ง คุยกันว่าทำลูก 1 ครั้ง เสียตังค์เยอะ พอครบ 8 ครั้ง เราต้องพอแล้วไหม เพราะถ้าเดินหน้าต่อ ยิ่งจะเจ็บกันไปเรื่อยๆ แล้วฉันไม่อยากให้เธอเจ็บแล้ว
แต่พี่ตู่พูดมาคำเดียวเลยว่า "ถ้าฉันตาย เธอจะอยู่ยังไง" คำพูดนี้พี่หยุดเลย พี่ก็พูดว่า "ฉันจะตายกับเธอ" พี่พูดคำนี้ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา โลกของพี่กับเขาติดกันมาก เราเหมือนแยกมาจากครอบครัวทั้งคู่ เพราะเรามีกันอยู่แค่ 2 คน แล้วรักกันมาก ถ้าไม่มีเขาจะอยู่ยังไง แล้วพี่ถามกลับว่า "แล้วเธอล่ะ?" เขาบอก "ฉันก็อยู่ไม่ได้ แต่ต้องหาตัวแทนลงให้ได้ 1 คน ในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ ต้องมีคนนี้อยู่แทนเรา"
วินาทีแรกที่เห็นหน้าลูกตอนคลอด?
มาวิน ทวีผล: โอ้โห โมเมนต์นั้นคิดในใจ "นี่ลูกเราจริงเหรอ อยู่ในท้องตัวออกมา 3.6 กิโลกรัม" จมูกบานมาก ใหญ่ หน้าอืดกลมหมด แล้วร้องเสียงดัง ก็คิดว่านี่คือความตลก Ultrasound ที่เห็น ตาเป็นขีดๆ ยาวๆ จมูกโด่งๆ แต่ของจริงออกมาทำไมเป็นแบบนี้ แล้วร้องเสียงดังมาก แต่รู้แหละว่านี่คือลูก รักหมดหัวใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แต่แค่มีคำถามเล่นในใจ พี่ตู่ก็คิด "ทำไมลูกเราหน้าตาแบบนี้" พยาบาลบอก "ใจเย็นๆ ค่ะ หน้ายังไม่ Set ตัว เพิ่งออกจากน้ำคร่ำมา" แล้วค่อย ๆ ปรับขึ้นเรื่อย ๆ พอ 1 วัน หน้าเปลี่ยนไปเยอะ แต่เป็นเรื่องตลก ขำๆ ตาเป็นขีดมาเลยครับ
แนวทางการเลี้ยงลูกในอนาคต?
มาวิน ทวีผล: คงไม่บังคับเขา แต่อยากให้เป็นเด็กที่รู้จักการให้ก่อน เพราะพี่รู้สึกว่าการรับ สำหรับเขา ให้เขาได้ตลอดชีวิต เราไม่ขาด เรามี แต่ถ้าไม่รู้จักการ sharing พี่ว่าในสังคมไทยด้วย คือการแบ่งปัน พี่อยากให้ความรู้สึกว่า การอยู่กับคนอื่น ถ้ามีโอกาสที่มากกว่า หรือมองด้วยความเท่าเทียม ต้องรู้จักแบ่งปันให้คนอื่นด้วย ไม่ใช่ว่าหนูจะได้สิทธิพิเศษหรือหนูจะได้รับ หนูต้องทำงานเป็น
แล้วพี่เชื่อว่าลูกพี่อย่างหนึ่งที่โชคดีคือ ในทุกอาชีพมีข้อดี แต่เราทำอาชีพตรงนี้ เป็นอาชีพที่หลายๆ คนใฝ่ฝันอยากอยู่ในที่เราอยู่ ลูกพี่ได้เกิดมาตรงจุดนี้กับการที่พ่อแม่ทำงาน อยากให้เขาภูมิใจ แล้วให้เขารู้ว่าเริ่มจากการแบ่งปัน เริ่มจากการให้ เราไปช่วยชาวบ้านทุกวัน ไปทำให้คนอื่นให้ซึมซับตรงนี้ ไม่ขออะไรเลย โตมาเขาจะเป็นแบบพี่ก็ได้ หรือไม่เป็นแบบพี่ ไม่เป็นปัญหา แต่ให้เขารู้จักการแบ่งปัน รู้จักการให้ รู้จักการเคารพในเรื่องต่างๆ ก็พอครับ
จะพาลูกเข้าสาย Foodie ไหม?
มาวิน ทวีผล: แน่นอน ลูกผมกินเก่งมากนะ Food Creator ทุกวันนี้ป้อนข้าวไม่ทันเลย บางทีก็เอามาออกกล้อง อย่างมีบาง EP เขาก็นั่งข้างๆ พี่ รีวิวไปด้วย พี่รู้สึกว่า ประสบการณ์ชีวิตที่เขาจะได้มากกว่าคนในวัยเดียวกันหรือเปล่าพี่ไม่แน่ใจ แต่พี่เชื่อว่าเขาจะได้สิ่งดีๆ จากพี่ไปเยอะ ใช้คำว่าสิ่งดีๆ เพราะเราสอนให้รู้จักการให้ แล้วสนุกในการทำคลิปพ่อลูกนั่งกินข้าวด้วยกัน คุยกันไปเรื่อยๆ อีกหน่อยเหมียวหมี่ก็มา คิดว่าคงสนุกดีครับ
ปมในวัยเด็กและความตั้งใจที่จะไม่ส่งต่อความรุนแรง?
มาวิน ทวีผล: ความไม่อบอุ่น การทำร้ายกันและความรุนแรงในครอบครัว จะต้องจบที่รุ่นพี่ ลูกผมต้องไม่โดนเรื่องพวกนั้น การที่โดนตบ, โดนตี, โดนซ้อม ต้องจบที่รุ่นพี่ ที่เราโดน ลูกผมต้องไม่โดนแบบนั้น เป็นแผลที่ทุกวันนี้ชินชา เป็นแผลเป็นที่ติดอยู่ที่แขนหรือตามตัวพี่ลบไม่ออก แต่พอเคยโดน เราก้าวข้ามไปแล้ว แต่เป็นแค่แผลภายนอกที่ไม่สามารถทำลายเนื้อ หนัง กระดูก หรือเส้นเอ็นพี่ได้ เพราะยังใช้งานร่างกายได้เหมือนเดิม
แต่แค่ไม่เคยลืมว่าเคยผ่านจุดนั้นมาในชีวิตที่รุนแรงและเลวร้าย จนเคยคิดว่า "นี่พ่อเหรอ นี่ใช่พ่อเราจริงๆ เหรอ ที่ต้องมานั่งเอามือการ์ดแล้วโดนฟาดอยู่อย่างนี้ อย่าทำๆ นี่พ่อเราเหรอ ทำไมทำขนาดนี้" รู้สึกว่าเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ไม่สนับสนุน ไม่ชอบ การลงมือกับผู้หญิงเป็นสิ่งที่เกลียดมาก เราเลยโตมาด้วยความ Gentle จะไม่เอาอะไรที่ได้รับมาในวัยหนึ่งไปยัดเยียดใส่คนอื่นหรือส่งต่อ ต้องจบที่เราเท่านั้นครับ
มุมมองของครอบครัวและการให้อิสระทางความคิดกับลูก?
มาวิน ทวีผล: เป็นอะไรก็ได้ ขอให้ตลกไว้ก่อน ชอบความน่ารักเฮฮา เพราะบ้านพี่เฮฮา พี่เป็นคนยังไง พี่ตู่ตัวจริงก็เป็นแบบพี่ ไม่งั้นอยู่ด้วยกันไม่ได้ คุณปิยวดี มาลีนนท์เป็นคนตลกมาก มุกเยอะ ขำขันทั้งสามีทั้งภรรยายิงมุกกันทั้งวันครับ
สุขภาพและการออกกำลังกาย?
มาวิน ทวีผล: ผมพยายามฟิต กลับมาออกกำลังกาย ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วผลจากการที่มีเหมียวหมี่ด้วย ทำงานทุกวัน มีรายการเยอะขึ้น พี่ไม่มีวันพัก เดินทางต่างจังหวัดตลอด กลับถึงบ้านตี 1 ตี 2 ตื่น 6 โมงเช้ามาเลี้ยงลูก ไม่มีวันพัก บางวันช่วง 9 โมงออกกองทุกวันไม่มีวันหยุด เราก็ต้องช่วยภรรยา เพราะเขาก็เครียด เหนื่อย เราก็ต้องมาช่วยเขาดู มีวันหนึ่งเดือนกันยายนพี่ไม่กล้าบอกเขา ลืมตาขึ้นมา เหมือนจะตายหายใจไม่ออก ใจเต้น เอายาแก้หอบมาทานดีขึ้นนิดเดียว นอนเกร็งจะตายไหม
จนเราไปตรวจ หมอตรวจปอดบอกไม่ได้มีฝ้าไม่มีอะไร แต่ปลายปอดบิ่นหมดเลยกลับมาเป็นหอบหืดเรื้อรัง ซึ่งตอนพี่เกิดมาแค่ 1 กิโลกรัม 7 ขีดร่างกายไม่สมบูรณ์ ขา 2 ข้างยาวไม่เท่ากัน ห่างกันเซนกว่า ๆ สะบัก 2 ข้าง ข้างซ้ายเปิด ทำให้ไหล่พี่หลุดบ่อย มาด้วยน้ำหนักที่น้อย มาโตข้างนอก มีหลายๆ อย่าง แล้วเป็นหอบหืดตั้งแต่เด็กๆ อาการนี้หายไปนานมากแล้ว แต่กลับมาเยือนใหม่ หมอบอกภูมิตกไม่เหลือถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป คุณมีสิทธิ์ไปได้นะ พักผ่อนน้อย เรื่องเดียวสำคัญต้องใช้ยาตัวแรงสุดสำหรับหอบถุงลมโป่งพองเลย ทำทุกวัน 1 ปี ถึงจะหายขาดแล้วดีขึ้นเยอะแล้วเริ่มกลับมาออกกำลังกายครับ
จังหวะนั้นนึกถึงหน้าลูกไหม?
มาวิน ทวีผล: จังหวะนั้นนึกถึงหน้าลูกมากๆ เลย จะไม่ได้อยู่รอดูลูกโตเหรอ แม้กระทั่งวันที่เหมี่ยวหมี่เกิด พี่ไปตรวจสุขภาพเลยนะ กลัวตายมาก เราจะเป็นอะไรไหม เบาหวาน น้ำตาล หรืออื่นๆ ไปตรวจเลย เมื่อต้นปีก็ไปตรวจดีขึ้นเยอะ แต่ช่วงที่ทำงานหนักๆ 3-4 เดือนที่เลี้ยงลูกมา ทำงานกลางแดดแล้วมองไปเป็นฝ้า จุดดำๆ เหมือนหน้ามืด แล้วไปดูใน Tiktok อาการนี้ทำให้คนตาบอด เราก็ขวัญเสียเลย ถึงขั้นโทรไปบอกภรรยาว่า “ไม่ถ่ายแล้วงาน Cancel ให้หมด จะไปหาหมอ” ไปตรวจตาชุดใหญ่เลย ทั้งหยอดสารละลายในตา ถ่างตา ตรวจเลนส์ในตาเป็นยังไง สรุปว่าดีหมด หมอบอกว่านอนน้อย กลับไปนอนเยอะๆ หน่อยนะครับ
ช่วงนี้กลับมาออกกำลังกายบ้างหรือยัง?
มาวิน ทวีผล: กลับมาออกกำลังกายเพราะกลัวตาย ทำให้รู้เลยว่า หาเงินได้เยอะขนาดไหน สุขภาพไม่ดี ไม่ได้ใช้นะ แค่เดินไม่ได้ก็ไม่ได้ใช้แล้ว ลำบาก แล้วพี่ก็กลับมาออกกำลังกาย แล้วที่บ้านก็สร้างยิมไว้ด้วย ก็ออกชุดใหญ่เลย ออกๆ ทั้งลีน ทั้งเบิร์นไปด้วย
ทำไมการมีลูกถึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราอดทนและจัดการอารมณ์ เรื่องของเวลาได้เก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด?
มาวิน ทวีผล: ผมกับตู่ใจเย็นขึ้นเยอะ เปลี่ยนแปลงเยอะมาก บางทีไม่พอใจ จับมือก่อน หาย จบ ไม่ทะเลาะ โชคดีมากพี่กับพี่ตู่ไม่มีปัญหาเรื่องการเลี้ยงลูก คือทางเดียวกันเลย หลัก ๆ พี่ให้เขาลีดด้วยซ้ำ แล้วพี่ตาม ต้องการอะไรบอก ซึ่งคนอย่างเราต้องเจอคนที่เอาอยู่ ไม่งั้นไปเรื่อย ต้องมีภรรยาเป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำที่ดี แล้วทำตามเขา จะรู้สึกว่าเรียล ปลอดภัย ชีวิตง่ายจัง
ความในใจและนิยามคำว่าบ้านและครอบครัว?
มาวิน ทวีผล: บ้านและครอบครัวของผมคือ "ความรัก" อย่างเดียวเลย ผมไม่เคยคิดว่าจะมีบ้านของตัวเอง จนมาทำงานตรงนี้ แล้วอยู่กับตู่ ตู่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองเหมือนกัน จนมีผม แล้วเราแยกออกมาเพื่อครอบครัว ทุกวันนี้ก่อนนอนจะกอดหอมภรรยา แล้วจับมือนอนทุกคืน แล้วบอกว่า "มีความสุขจังเลย มีบ้านของเราแล้ว" ไม่ใช่แค่บ้าน มีตัวน้อยด้วยเป็นครอบครัว ทุกฝีก้าวที่เดินอยู่ในบ้านของเรา ทุกลมหายใจที่เราใช้ในบ้าน มีความสุขกว่าอยู่ข้างนอกเยอะ บ้านคือส่วนหนึ่งของร่างกาย คือความรัก คือความรู้สึกในทุกๆ ที่ ในทุกๆ ห้อง เหมือนเป็นตัวเราที่ชัดเจนมากๆ นิยามได้ว่านี่แหละครอบครัว หลับตาเดินยังได้เลยในบ้าน ทุกอย่างคือเราครับ
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม
马文·塔维波尔在《我的爸爸詹姆斯》节目中坦诚地讲述了他四年求子之路的艰辛,经历了八次失败,几乎想要放弃。在第九次尝试中,他的妻子图·皮亚瓦迪提醒他,他们需要一个孩子来代表彼此的爱和关怀,以备不时之需。最终,他们成功怀上了女儿。他还分享了自己过去的创伤经历,包括在缺乏准备的环境中长大以及遭受身体虐待。他发誓绝不将暴力传递给女儿喵喵,决心做一个温柔的父亲,用尊重和分享的方式养育她。
历经四年,接受了九次不孕症治疗?
马文·塔维波尔:一段历时四年、尝试九次的旅程。开始的时候,我大概43、44岁,因为我还没完全安定下来,事业、经济状况等等方面都还没准备好。但一开始,我的精子数量很多,这真是太好了。医生说:“哇,完美,太棒了,你看起来状态极佳,简直是‘全能’!” 结果出来的时候,我非常自豪。之后我定期检查,卵子数量依然很多。但是结婚后,为了备孕,接下来的两三年里,我过度使用身体,卵子数量就全部流失了。一开始,我的卵子数量仍然很多;那时候,我每个月都会排卵,大概8到10个,这在当时算是很多了。
但实际上,由于年龄、染色体问题和其他一些原因,温的精子数量下降了一半以上。起初,他走路步履修长,但后来由于生活方式劳累,加上工作量大、休息不足,身体变得虚弱。这种情况反复出现。我记得第一次卵子和精子混合时,他们告诉我们受精卵的数量(例如,最初取了8个卵子,他们说其中7个是健康的),我们当时觉得肯定能成功。但后来,受精卵的数量逐渐减少,最终,我们一个也没怀上。
连续失败两三次后,你是否开始感到沮丧?
马文·塔维波尔:我当时很沮丧,但我无法停止。第五次之后,我最沮丧。前两次我们吵架了。P'Tu(他的女友)说我生活不好,适应得不够,不停地要孩子,休息也不够,导致压力累积。但第三次和第四次之后,我适应了,一切都开始变得不一样了。我们开始怀疑是不是染色体的问题。再次审视彼此,让我们更好地了解对方。直到第八次,我们开始坦诚相待。我们谈到生一个孩子要花很多钱。八次之后,我们决定停止,因为如果继续下去,只会让我们更加痛苦,我不想让她再受苦了。
但P'Tu只说了一句话:“如果我死了,你以后怎么活?”这句话让我愣住了。我说:“我会和你一起死。”我说这话是因为我不能没有他。我们的世界如此紧密相连。我们仿佛与家人分离,因为只有我们两个人,而且我们彼此深爱着对方。我怎么能没有他活下去?然后我问他:“那你呢?”他说:“我也不能没有他,但我必须找到一个能代替我的人。当我们其中一人离世的那一天,这个人必须能陪伴在我身边。”
你第一次看到宝宝出生时的脸庞是什么时候?
Mawin Taweepol:“哇,那一刻我心想,‘这真的是我的宝宝吗?他在子宫里就重3.6公斤了!’他的鼻子又大又翘,脸又圆又肿,哭声也很大。我觉得这一切都很有趣。超声波显示他的眼睛是细长的,鼻子也很突出,但为什么他出生后长这样呢?他哭得那么大声。但我知道这就是我的宝宝。从第一眼看到他,我就全心全意地爱着他。但我心里一直有个疑问,‘为什么我的宝宝长这样?’护士说,‘别担心,他的脸还没定型。他刚从羊水中出来。’然后他的脸就慢慢适应了。一天后,他的脸变化很大,但真的很有趣,非常有趣。他的眼睛细得像条缝!”
未来的育儿方式?
Mawin Taweepol:我不会强迫他们,但我希望他们从小就懂得付出。因为我觉得对他们来说,接受意味着一生都在付出;我们什么都不缺,我们拥有一切。但如果他们不懂得分享,我认为这在泰国社会也是普遍存在的。我希望他们明白,当他们与他人相处时,如果他们拥有更多机会或受到平等对待,他们就必须懂得与他人分享。这并不是说他们可以享有特权或得到一切;他们必须努力奋斗。
我相信我的孩子们在某一方面是幸运的:每个职业都有其优势,但我们从事的是许多人梦寐以求的领域。我的孩子们出生在这个父母辛勤工作的世界。我希望他们为自己感到骄傲,并明白一切都始于分享和奉献。我们每天都在帮助社区,我希望其他人也能感受到这种精神。我们不求任何回报。无论他们长大后是否像我一样,这都不是问题。我只希望他们懂得分享、懂得奉献、懂得尊重他人。这对我来说就足够了。
我应该让孩子接触食物的世界吗?
Mawin Taweepol:当然。我儿子胃口很好。现在我做美食博主,都快忙不过来了,有时他还会上镜。比如有些视频里,他会坐在我旁边,一起点评食物。我觉得他会比同龄人积累更多的人生经验,虽然我不确定,但我相信他会从我这里学到很多好东西。我用“好东西”这个词,是因为我们教他懂得付出,而且我们很享受父子俩一起吃饭聊天、一起拍视频的时光。不久之后,Meowmi也会加入我们。我觉得那会很有趣。
童年创伤以及不将暴力传递下去的决心?
马文·塔维波尔:缺乏温暖、虐待和家庭暴力必须随着老一辈人的离世而终结。我的孩子们绝不能经历这些。被掌掴、殴打和袭击必须随着老一辈人的离世而终结。我的孩子们绝不能经历我们所经历的一切。这伤痕我们现在已经习以为常;它像一道永远无法磨灭的疤痕,留在我的手臂和身上。但正因为经历过,我们才战胜了它。这只是一道皮外伤,不会伤及我的血肉、皮肤、骨骼或肌腱,因为我的身体依然可以像以前一样活动。
但我永远不会忘记我人生中那段充满暴力和可怕的经历,以至于我当时会想:“这真的是我的父亲吗?这真的是我的父亲吗?他竟然坐在这里保护我,却还要忍受这样的殴打?别这样!这真的是我的父亲吗?他为什么要这样做?” 我并不支持或纵容家庭暴力。我痛恨看到任何人对女性进行身体虐待。正因如此,我从小就学会了温柔。我不会把我在某个年纪学到的东西强加给别人,也不会让它传承下去。这一切必须从我这里开始终结。
家庭视角与给予孩子思想自由?
马文·塔维波尔:只要好笑就行。我喜欢可爱和幽默的东西,因为我的家人都很开朗。我的姐姐皮亚特瓦迪·马利农和我一样,不然我们根本没法一起生活。皮亚特瓦迪·马利农非常幽默,她有很多笑话。我和我丈夫都特别逗,整天都在讲笑话。
健康与运动?
马文·塔维波尔:我从去年年底就开始努力恢复身材,坚持锻炼。这也跟我妻子喵喵(Meowmee)的出生有关。我每天都工作,演出很多,没有休息日。我经常去不同的省份,凌晨一两点才能到家,早上六点又要起床照顾孩子。有时候,我每天早上九点就开始在片场,中间没有休息。我必须帮妻子分担,因为她压力很大,也很疲惫。九月份的某一天,我不敢告诉她,但我睁开眼的时候感觉自己快要死了,呼吸困难,心跳加速。我吃了哮喘药,感觉好了一些。我僵硬地躺在那里,不知道自己是不是要死了。
我们去做了体检,医生检查了我的肺部,说没有发现任何阴影或其他异常,但是我的肺尖完全受损,导致慢性哮喘复发。我出生时体重只有1.7公斤,身体发育也不正常。我的双腿长短不一,相差超过一厘米,左肩胛骨外露,导致肩膀经常脱臼。我出生时体重就低,而且身体发育也存在问题。我从小就患有哮喘,曾经好过一段时间,但后来又复发了。医生说我的免疫系统很弱,如果这种情况继续下去,我可能会有生命危险。休息不足是最大的问题,我需要每天服用最强效的肺气肿药物,持续一年才能完全康复。我现在好多了,也开始重新锻炼了。
那一刻,你有没有想到你孩子的脸?
Mawin Taweepol:当时,我满脑子都是孩子的脸。我能亲眼看着她长大吗?甚至在Meowmi出生的那天,我就去做了体检。我太害怕了,害怕自己会出什么事。糖尿病、高血糖,还是别的什么?我去做了体检。今年早些时候我也做过一次,当时情况好多了。但在那三四个月里,我拼命照顾孩子,在阳光下工作,开始出现视力模糊、眼前出现黑点、头晕目眩的症状。后来我在TikTok上看到,这种情况可能会导致失明。我当时吓坏了。我甚至打电话给妻子说:“我不拍视频了,取消所有工作,我要去看医生。”我做了全面的眼科检查,包括滴眼药水、散瞳和检查晶状体。最后,一切正常。医生说我睡眠不足,让我回去多睡一会儿。
你最近重新开始锻炼了吗?
马文·塔维波尔:我重新开始锻炼是因为我害怕死亡。这让我意识到,无论你赚多少钱,糟糕的健康状况都毫无意义。仅仅是不能走路就意味着你无法再利用这些收入。这很艰难。所以我重新开始锻炼,我们在家里建了一个健身房,所以我现在进行全面的锻炼,包括力量训练和有氧运动。
为什么生孩子会成为一个重大的转折点,极大地提高我们的耐心、情绪管理能力和时间管理能力?
马文·塔维波尔:我和妻子变得平静多了,很多事情都改变了。有时候,当我们不开心的时候,我们会先握手言和,事情就结束了,不再争吵。我们很幸运,在养育孩子方面没有遇到任何问题;我们心意相通。基本上,我让她主导,我只是跟随。她会告诉我她的想法。像我们这样的人需要一个能驾驭我们的人,否则事情只会一直持续下去。你需要一个能领导你的妻子,一个优秀的领导者,然后你跟随她。这种感觉很真实、很安全,生活也变得轻松自在。
你对家和家庭有什么看法和定义?
马文·塔维波尔:我的家和家人就是“爱”。在来这里工作、和妻子图一起生活之前,我从未想过自己会拥有一个家。图也从未想过自己会拥有一个家,直到我们有了我的到来。我们为了家庭搬了出来。每天晚上睡觉前,我都会拥抱亲吻我的妻子,握着她的手,说:“我太幸福了。我们现在有自己的家了。”这不仅仅是一栋房子;我们的小宝贝也是我们家庭的一份子。在家里的每一步,每一次呼吸,都比在外面幸福得多。家是我身体的一部分;它是爱,是每个地方、每个房间都充满的感觉。它就像我们自身的清晰写照。我们可以完美地定义我们的家庭;即使闭着眼睛,我们也能在其中漫步。一切都是我们。
点击阅读更多娱乐新闻。