เดือดหน้า สน.ทองหล่อ “ณัฐวุฒิ” ปรี่เข้า ผลักอกชี้หน้าด่า “สมชัย” ไม่เป็นกลาง จนตกรถจักรยาน通罗警察局外,纳塔武冲进警局,推搡并辱骂颂猜,指责他偏袒,导致颂猜从自行车上摔了下来,双方情绪激动。
เดือดหน้า สน.ทองหล่อ “ณัฐวุฒิ” ปรี่เข้า ผลักอกชี้หน้าด่า “สมชัย” ไม่เป็นกลาง จนตกรถจักรยาน ด้าน“สมชัย” แจ้งความกลับฐานแจ้งความเท็จ-กลั่นแกล้ง โต้ยักยอกเงินกองทุน ยืนยันทุกบาทยังอยู่ครบ

เดือดหน้า สน.ทองหล่อ “ณัฐวุฒิ” ปรี่เข้า ผลักอกชี้หน้าด่า “สมชัย” ไม่เป็นกลาง จนตกรถจักรยาน ด้าน“สมชัย” แจ้งความกลับฐานแจ้งความเท็จ-กลั่นแกล้ง โต้ยักยอกเงินกองทุน ยืนยันทุกบาทยังอยู่ครบ
เมื่อเวลา 12.50 น. ที่ด้านหน้า สน.ทองหล่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. มาตามเวลานัดหมายของสื่อ ที่แจ้งไว้ในเวลา 13:00 น. ว่าจะเดินทางมาแจ้งความเอาผิดกับนายณัฐวุฒิ วงศ์เนี่ยม โดยพบว่า นายณัฐวุฒิ ได้มารอนายสมชัยที่ สน.ทองหล่ออยู่แล้ว
ทันทีที่นายสมชัยปั่นจักรยานมาถึงบริเวณด้านหน้า สน.ทองหล่อ นายณัฐวุฒิได้เข้าไปหาพร้อมพูดว่า “จะไปไหน มึงไปไหน มึงจะไปไหน” จากนั้นได้จับเขาที่แขนของนายสมชัย ก่อนที่นายณัฐวุฒิจะผลักนายสมชัยล้มลงกับพื้น พร้อมจักรยาน ต่อหน้าสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายสมชัยพยายามตะโกนบอกว่า “แบบนี้ทำร้ายร่างกาย” นายณัฐวุฒิได้ตะโกนกลับว่า “ทำร้ายอะไร กูพร้อมเจอมึง เดี๋ยวมึงเจอคนอย่างกู วันนี้มาขอหมายจับมึง กูรอมึงอยู่” ก่อนที่จะชี้หน้านักข่าวแล้วบอกว่า “มึงเป็นใคร มึงเป็นกลางหน่อย” พร้อมบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย
ก่อนที่นายสมชัยจะบอกว่าจะแจ้งตำรวจจับ ด้านนายณัฐวุฒิพูดว่า “แจ้งจับเลย ไอ้ตุ้ด”
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ พยายามเข้าไปแยกนายณัฐวุฒิออกจากนายสมชัย แต่เจ้าตัวไม่ยอม และพยายามเข้าไปหานายสมชัยอีกครั้ง พร้อมกับกระชากหมวกของนายสมชัยออกจากศีรษะ
จนตำรวจต้องบอกว่าหากไม่เชื่อฟังจะใส่กุญแจมือ ทำให้นายณัฐวุฒิยอมไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นนายสมชัยได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่าด้านขวาเป็นแผลถลอก
“สมชัย” แจ้งความกลับ “ณัฐวุฒิ” แจ้งความเท็จ-กลั่นแกล้ง โต้ยักยอกเงินกองทุน ยันเงินบริจาคอยู่ครบทุกสตางค์ เตรียมฟ้องแพ่งเรียก 50 ล้าน ฐานะเจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการ และอดีต กกต. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีที่มีบุคคลมาแจ้งความเท็จทำให้คณะบุคคลได้รับความเสียหาย และหมิ่นประมาทในที่สาธารณะอย่างร้ายแรง ซึ่งประเด็นที่แจ้งความเท็จ บุคคลคนนี้ได้กล่าวหาว่าตนเอง นำเงินบริจาคที่เปิดรับสำหรับช่วยเหลือเงินกองทุนที่จะไปช่วยคนที่ถูกฟ้องร้องปิดปาก และยังกล่าวหาว่าตนเอง นำเงินบริจาคของกองทุนไปบำเรอกามหญิงสาว และจัดงานแต่งงานหลอกๆ ตนเองและทนายความ จึงจะแจ้งความดำเนินคดีกลับในข้อหา “แจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา” ยืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง และยืนยันว่าเงินกองทุนที่เปิดรับบริจาคทุกบาททุกสตางค์ ยังอยู่ครบ
นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนาย กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นอย่างเปิดเผย มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีระบบการถอนเงินที่ต้องใช้บุคคลลงนามร่วมกันมากกว่า 1 คน ซึ่งนับตั้งแต่วันจัดตั้งกองทุนจนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีการเบิกถอนเงิน ออกจากบัญชีแม้แต่บาทเดียว
นายสมชัย ได้นำหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคารกรุงเทพ สาขาธรรมศาสตร์ รังสิต มาแสดงโดยยืนยันว่า ยอดเงินบริจาคในบัญชีแรกจำนวนกว่า 1,805,770.40 บาท ยังอยู่ครบถ้วน ไม่เคยมีการเบิกถอนแม้แต่สตางค์เดียว โดยเอกสารสเตทเมนต์ที่ไปขอมาเมื่อช่วงเช้ามีลายเซ็นรับรองของนายปริญญา เทวานฤมิตกุล นักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รับรองอยู่ด้วย
ส่วนอีกหนึ่งบัญชีขององค์กรกลางมียอดเงินอยู่ราว 400,000 กว่าบาท ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่ว่านำเงินกองทุนไปบำเรอกามจึงเป็นเรื่องเท็จอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้ประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคสบายใจว่าเงินยังคงอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือคดีความ
นอกจากนี้นายสมชัยยังได้โชว์ภาพงานแต่งงานเมื่อ 9 ปีก่อน ยืนยันว่าเป็นสมรสพระราชทาน ไม่ใช่งานแต่งหลอก ส่วนประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่ามีภรรยาอยู่แล้ว แต่ไปหลอกแต่งงานกับหญิงสาวอีกคนเมื่อ 4–5 ปีก่อนนั้น นายสมชัยกล่าวว่างานแต่งงานดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี มาเป็นประธานในพิธี และเป็นงานสมรสพระราชทาน ไม่ใช่งานแต่งงานหลอกๆ ตามที่ถูกกล่าวหาอ้างอิงข้อมูลเท็จ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเจตนาของอดีตทนายความ ที่กล่าวหานายสมชัยนั้น เจ้าตัวมองว่า น่าจะเกิดจากคุณภาพของทีมทนายความและสำนักงานกฎหมายของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ทำการบ้าน ไม่ค้นคว้าข้อมูลข้อเท็จจริง ทั้งที่สามารถค้นหาข้อมูลพื้นฐานได้ง่ายดาย นำข้อมูลเท็จมาใช้กล่าวหาจนเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน
นายสมชัยกล่าวท้ายว่า นอกจากคดีอาญาในข้อหาแจ้งความเท็จแล้ว ในวันอาทิตย์นี้ตนได้นัดหารือกับทีมทนายความอีกชุด เพื่อเตรียมยื่นฟ้องคดีแพ่งเพิ่มเติม โดยจะเรียกค่าเสียหายให้เหมาะสมกับฐานะของผู้กล่าวหาที่อ้างว่าเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท
在通罗警察局,双方爆发激烈冲突。纳塔武特冲上前去,推搡并辱骂颂猜,指责他偏袒,导致颂猜从自行车上摔了下来。颂猜则提起反诉,指控纳塔武特虚假报案和恶意诽谤,否认挪用公款的指控,并坚称每一泰铢都完好无损。
下午12点50分,前选举专员颂猜·斯里苏提亚空先生按媒体事先安排抵达通罗警察局门前。媒体此前于下午1点通知他,他将到场对纳塔武·翁尼姆先生提出投诉。经查,纳塔武先生已在通罗警察局等候颂猜先生。
颂猜先生骑车来到通罗警察局门前,纳塔武先生便走上前去,问道:“你要去哪里?你要去哪里?”随后,他抓住颂猜先生的手臂,将他连同自行车一起推倒在地,当时媒体和警察就在现场。
颂猜先生试图喊道:“这是人身攻击!”纳塔武先生回击道:“攻击?我准备好和你对峙。你等着瞧。今天我来这里就是为了申请逮捕令。我等着你!”随后他指着记者们说:“你们是谁?保持公正!”同时坚称自己没有做错任何事。
颂猜先生还没来得及说要报警,纳塔武先生就说:“你去报警啊,你这个娘娘腔!”
通罗警察局的警员试图将纳塔武特与颂猜分开,但他拒绝了,并试图再次接近颂猜,抢走了他头上的帽子。
警方不得不威胁说,如果他不配合就给他戴上手铐,最终纳塔武特先生只好跟警察走了。
最初,颂猜先生的右膝受了擦伤。
颂猜对纳塔武提起反诉,指控其虚假报道和恶意中伤,驳斥了挪用资金的指控,并坚称所有捐款均有据可查。作为一家拥有数十亿泰铢商业帝国的企业的掌门人,他正准备提起民事诉讼,索赔5000万泰铢。
学者兼前选举委员颂猜·斯里苏提亚空先生在对一名人士提起诉讼前接受了采访。该人士指控颂猜先生捏造事实,损害了他的团体利益,并构成严重的公众诽谤。颂猜先生挪用了用于帮助面临法律诉讼、试图噤声人士的捐款,并指控他将这些资金用于性剥削和举办虚假婚礼。颂猜先生及其律师将提起反诉,指控该人士“恶意捏造事实,意图使他人遭受刑事处罚”。颂猜先生坚称所有指控均不属实,所有捐款均安然无恙。
律师诺拉塞特·纳农图姆先生表示,该基金的设立过程公开透明,在泰国国立法政大学举行了正式的新闻发布会,而且提款需要多人签字。他还补充说,自基金设立以来,至今为止,账户中没有提取过一分钱。
颂猜先生出示了一份曼谷银行法政大学兰实分行的银行对账单,证实第一个账户中超过1,805,770.40泰铢的捐款金额完好无损,从未被提取。这份今天上午获得的对账单上有法政大学学者普林亚·特瓦纳鲁米库尔先生的签名。
该中心组织的另一个账户中约有40万泰铢。因此,有关该资金被用于性剥削的指控完全不实。特此向捐款公众保证,所有款项均用于协助处理此案。
此外,颂猜先生还展示了他九年前的婚礼照片,证实那是一场真正的皇室婚礼,而非虚假婚礼。针对他已有妻子却在四五年前欺骗另一名女子结婚的指控,颂猜先生表示,婚礼是在九年前举行的,由枢密院主席素拉育·朱拉暖将军主持,而且那是一场真正的皇室婚礼,并非如传言所说的虚假婚礼。
当记者问及指控颂猜先生的前律师的动机时,他认为这源于对方律师团队和律师事务所的素质低下。他们没有做好功课,没有调查事实,尽管基本信息很容易获取。他们使用虚假信息提出指控,这显然构成违法行为。
颂猜先生最后表示,除了针对虚假报警的刑事诉讼外,他还安排在本周日与另一组律师会面,准备提起另一项民事诉讼。他将根据原告的身份(原告声称拥有数十亿泰铢的商业帝国)寻求相应的赔偿,提起5000万泰铢的民事诉讼。