จากแก้วโปรดหลังเลิกเรียน ทำไม “Mr.Shake” ยังอยู่รอดในสงครามชานมกว่า 27 ปี从最受欢迎的课后饮品开始,“奶昔先生”为何能在珍珠奶茶大战中屹立超过 27 年?
ถอดสูตรรอด “Mr.Shake” ในสงครามชานม 27 ปี จากแก้วโปรดหลังเลิกเรียนของวัยรุ่นไทย สู่จุดแข็งด้านรสชาติ ทำเล และราคาที่เข้าถึงได้

DCA แล้วเจ๊ง? หุ้นไทยยังไหวไหม? และวิธีคัดหุ้นเปลี่ยนชีวิต? | Money Issue EP.74
ถอดสูตรรอด “Mr.Shake” ในสงครามชานม 27 ปี จากแก้วโปรดหลังเลิกเรียนของวัยรุ่นไทย สู่จุดแข็งด้านรสชาติ ทำเล และราคาที่เข้าถึงได้
Shayne Coplan เศรษฐีวัย 27 ปั้น Polymarket จากคอมเครื่องเดียว สู่ Prediction Market ใหญ่สุดในโลก
ใครเคยถือชานมไข่มุก “แก้วดัมเบล” ทรงสูงยาว เดินอยู่แถวสยาม หลังเลิกเรียนบ้าง และ ยังจำรสชาติมันได้ดีไหม ?
ย้อนไปก่อนชานมในบ้านเรา จะเลือกความหวานได้หลายระดับ ก่อนจะมีบราวน์ชูการ์ ชีสโฟม หรือสารพัดท็อปปิ้ง เชื่อว่า แก้วทรงสูงแปลกตา ซึ่งมีโลโก้ เป็นรูปเด็กผมตั้ง ยิ้มกว้าง เคยเป็นหนึ่งในภาพจำของวัยรุ่นไทยหลายๆคน โดยแก้วโปรดใบนั้น มีชื่อว่า “Mr.Shake”
สาขาแรกของ Mr.Shake เปิดอย่างเป็นทางการที่ Centerpoint สยามสแควร์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 1999 ในฐานะชานมไข่มุกยุคบุกเบิกเจ้าแรกของประเทศไทย พร้อมกับ “แก้วดัมเบล” ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และจากวันนั้นถึงวันนี้ Mr.Shake เดินทางเข้าสู่ปีที่ 27 แล้ว
ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ตลาดชานมไทยเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือหน้าตาเดิม จากเครื่องดื่มแปลกใหม่ของวัยรุ่นเฉพาะกลุ่ม กลายเป็นสมรภูมิขนาดใหญ่ที่แข่งขันดุเดือด มีทั้งแบรนด์ไทย ไต้หวัน จีน และญี่ปุ่น ร้านราคาต่ำกว่า 30 บาท ไปจนถึงชาพรีเมียมแก้วละเกือบสองร้อยบาท
ท่ามกลาง ร้านชาแบรนด์ใหม่เปิดตัวแทบทุกสัปดาห์ บางแบรนด์ขยายสาขาอย่างรวดเร็ว บางแบรนด์สร้างกระแสจนคนต่อคิวยาว ก่อนที่หลายชื่อจะค่อย ๆ เงียบหายไปเมื่อตลาดเปลี่ยนแต่ Mr.Shake ยังเปิดไฟขายชานมอยู่ คำถาม คือ แบรนด์เก่าแก่อย่าง “Mr.Shake” รับมืออย่างไร ในวันที่ความ “ใหม่” ไม่ได้อยู่ข้างตัวเอง จนทำให้อยู่มารอดจนถึงวันนี้
เมื่อผู้เปิดตลาดต้องกลายเป็นผู้ตั้งรับ
ความสำเร็จของผู้บุกเบิกไม่ได้รับประกันว่าจะเป็นเจ้าตลาดตลอดไป เมื่อชานมไข่มุกได้รับความนิยม ผู้เล่นรายใหม่ก็ทยอยเข้ามาแข่งขัน ตลาดเริ่มแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ร้านรถเข็น ร้านแฟรนไชส์ราคาประหยัด แบรนด์ไทยที่สร้างจุดขายเฉพาะตัว ไปจนถึงเชนต่างชาติที่เข้ามาพร้อมภาพลักษณ์ วัตถุดิบ และเมนูใหม่
ทำให้การแข่งขันไม่ได้วัดกันเฉพาะรสชาติ แต่รวมถึงราคา ทำเล ขนาดแก้ว ความสวยของบรรจุภัณฑ์ ประสบการณ์หน้าร้าน การตลาดบนโซเชียลมีเดีย และความสามารถในการออกเมนูตามกระแส ทำให้ในสนามเช่นนี้ ความเก่าแก่ก็เป็นดาบสองคมไม่น้อย
ด้านหนึ่งคือความน่าเชื่อถือและฐานลูกค้าที่ผูกพัน แต่อีกด้านคือความเสี่ยงที่จะถูกมองว่าเป็นของคนรุ่นก่อน โดยเฉพาะเมื่อวัยรุ่นรุ่นใหม่ไม่ได้เติบโตมากับ Centerpoint และอาจไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแก้วดัมเบลเหมือนพ่อแม่หรือคนทำงานวัย 30-40 ปีในวันนี้ บททดสอบของ Mr.Shake จึงอยู่ที่การรักษาสิ่งเดิมให้คนยังคิดถึง พร้อมหาเหตุผลใหม่ให้ลูกค้าวันนี้ยังเลือกซื้อ
รสชาติดั้งเดิม และ ขยายเมนูใหม่ คือ จุดแข็ง
อย่างไรก็ดี จะพบว่า แต้มต่อสำคัญของ Mr.Shake คือรสชาติซึ่งลูกค้าคุ้นเคยมายาวนาน โดยเฉพาะชานมเข้มข้นและไข่มุกเหนียวนุ่ม เมื่อตลาดเต็มไปด้วยเมนูใหม่ รสชาติที่คงเส้นคงวากลับมีคุณค่าในอีกแบบ เพราะลูกค้าไม่ต้องเสี่ยงทดลองทุกครั้งที่ซื้อ คนที่เคยดื่มตั้งแต่วัยเรียนสามารถกลับมาสั่งเมนูเดิม และรู้ว่าจะได้รับรสชาติประมาณไหน
นี่คือพลังของ “ความคุ้นเคย” ซึ่งแบรนด์เปิดใหม่สร้างขึ้นในเวลาอันสั้นได้ยาก อีกทั้งจะพบว่า หน้าร้านของ Mr.Shake ไม่ได้หยุดอยู่กับเมนูชานมไข่มุกออริจินัล ปัจจุบันมีเครื่องดื่มหลากหลายขึ้น ทั้งชาเขียว ชาผลไม้ ชาชีส บราวน์ชูการ์ ตลอดจนเมนูและท็อปปิ้งที่เคลื่อนไปตามพฤติกรรมของตลาด เมนูเดิมจึงทำหน้าที่รักษาฐานลูกค้า ส่วนเมนูใหม่ช่วยเปิดประตูให้คนรุ่นใหม่เข้ามาลอง
ลูกค้าเก่าที่โตขึ้น กับลูกค้าใหม่ที่ไม่รู้จักตำนาน
ลูกค้าของ Mr.Shake วันนี้ยังอาจแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือคนที่โตมากับแบรนด์ จากนักเรียนที่เคยซื้อชานมหลังเลิกเรียน วันนี้กลายเป็นคนทำงานหรือพ่อแม่ และยังกลับมาซื้อด้วยรสชาติที่คุ้นเคย ความทรงจำจึงช่วยลดระยะห่างระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
อีกกลุ่มคือวัยรุ่นรุ่นใหม่ ซึ่งอาจรู้จัก Mr.Shake ในฐานะร้านชาร้านหนึ่ง โดยไม่ได้มีความผูกพันกับประวัติ 27 ปีของแบรนด์ โจทย์ยากอยู่ตรงนี้ เพราะ Nostalgia หรือความคิดถึงช่วยเรียกลูกค้าเดิมกลับมาได้ แต่ไม่เพียงพอสำหรับการสร้างตลาดในระยะยาว หากสินค้า ประสบการณ์ และการสื่อสารไม่สามารถเชื่อมกับคนรุ่นใหม่ การเพิ่มชาเขียว ชาชีส และเมนูร่วมสมัยจึงสะท้อนความพยายามขยายฐานลูกค้า โดยยังเก็บชานมไข่มุกสูตรเดิมไว้เป็นหัวใจ
ทำเลที่อยู่ในเส้นทางชีวิตประจำวัน กับจุดแข็งด้านราคา
อีกเหตุผลที่ช่วยให้แบรนด์ยังรักษาที่ทางในตลาด คือการวางสาขาในพื้นที่ซึ่งมีคนสัญจรอยู่แล้ว ทั้งสถานีรถไฟฟ้า อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้า ร้านจำนวนหนึ่งอยู่ในรูปแบบคีออสก์ขนาดไม่ใหญ่ เน้นซื้อกลับมากกว่าการนั่งภายในร้าน โมเดลนี้เหมาะกับสินค้าที่ลูกค้าใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน และช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในเส้นทางประจำวัน ตั้งแต่การเดินทางไปทำงาน ต่อรถ หรือเดินซื้อของในห้าง
สาขาที่ปรากฏในปัจจุบันมีทั้งสยามสแควร์ สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต สีลมคอมเพล็กซ์ และศูนย์การค้าหลายแห่ง สะท้อนแนวทางเลือกพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหมุนเวียนมากกว่าการสร้างร้านขนาดใหญ่
ทำเลลักษณะนี้อาจไม่ได้สร้างภาพการขยายสาขาที่หวือหวา แต่ช่วยให้แบรนด์ยังถูกมองเห็นและซื้อได้สะดวก
ขณะเดียวกัน ด้านกลยุทธ์ราคา Mr.Shake เลือกวางตำแหน่งตัวเองไว้ “ตรงกลาง” ระหว่างร้านราคาประหยัดต่ำกว่า 30 บาท กับแบรนด์พรีเมียมแก้วละหลักร้อย การรักษาช่วงราคาให้ต่ำกว่า 100 บาท ช่วยให้แบรนด์รักษาระดับคุณภาพและคุณค่าของชื่อเสียงที่สะสมมา โดยยังเป็นราคาที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อซ้ำในชีวิตประจำวันได้ง่าย ไม่ถูกมองว่าแพงเกินไป หรือลดเกรดตัวเองลงไปแข่งในสงครามราคาต่ำสุด
การยืนอยู่ในตลาดมา 27 ปีถือเป็นความสำเร็จ แต่นั่นไม่ได้ทำให้แบรนด์ปลอดภัยจากการแข่งขันโจทย์ต่อไปของ Mr.Shake จึงอยู่ที่การรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมสร้างเหตุผลให้คนรุ่นใหม่เลือกซื้อ ท่ามกลางตลาดชานมที่เปลี่ยนเร็วและแข่งรุนแรงขึ้นทุกวัน.
อ่านข่าวธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด และสัมภาษณ์พิเศษ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
定投失败了?泰国股市还有潜力吗?选股又如何改变你的人生?| 理财专栏 第74期
揭秘“奶茶先生”在27年珍珠奶茶大战中的生存秘诀:从泰国青少年放学后最爱的饮品到其在口味、地理位置和价格实惠方面的优势。
27 岁的亿万富翁谢恩·科普兰 (Shayne Coplan) 将 Polymarket 从一台电脑发展成为世界上最大的预测市场。
在座各位,谁放学后曾拎着高高的、哑铃状的珍珠奶茶杯在暹罗广场闲逛过?你们还记得它的味道吗?
在泰国珍珠奶茶推出多种甜度选择、添加黑糖、芝士奶盖或各种配料之前,印有笑容灿烂、头发竖起的男孩标志的高脚杯,无疑是许多泰国青少年记忆犹新的形象。这款深受喜爱的奶茶杯被称为“奶昔先生”。
1999年8月5日,Mr.Shake在暹罗广场中心点正式开设了第一家分店,作为泰国首家珍珠奶茶店,其标志性的“哑铃杯”也广受欢迎。自开业至今,Mr.Shake已走过了27个年头。
在此期间,泰国珍珠奶茶市场发生了翻天覆地的变化。它从最初只受青少年群体追捧的新奇饮品,发展成为一个竞争异常激烈的市场,汇集了来自泰国、台湾、中国和日本的品牌,价格从30泰铢以下的饮品到每杯近200泰铢的高端奶茶,应有尽有。
在几乎每周都有新的奶茶品牌推出,有的迅速扩张,有的凭借排长队引发热潮,但随着市场变化,许多品牌最终都会销声匿迹的当下,Mr. Shake 却依然屹立不倒,继续销售着它的奶茶。问题是:像 Mr. Shake 这样的老牌奶茶品牌,是如何在“新鲜感”不再占优势的情况下,成功适应市场变化,并生存至今的呢?
当市场开盘者不得不扮演防守者的角色时。
先行者的成功并不能保证永远占据市场主导地位。随着珍珠奶茶的流行,新的竞争者不断涌入市场,导致市场细分,从街边摊和价格亲民的加盟店,到打造独特卖点的泰国品牌,再到携新品牌、新原料和新菜单进军市场的国际连锁店。
这意味着竞争不仅仅取决于口味,还包括价格、地理位置、杯量、包装美观度、店内体验、社交媒体营销以及提供潮流菜品的能力。在这个领域,老牌企业可能是一把双刃剑。
一方面,它拥有良好的信誉和忠实的客户群;但另一方面,它也存在被视为老一代产品的风险,尤其对于年轻一代而言,他们并非伴随着Centerpoint的成长而来,可能不像他们的父母或如今的30、40岁人群那样对哑铃形杯子有着同样的记忆。因此,Mr. Shake面临的挑战在于,既要保持其原创性,让人们能够记住它,又要找到新的理由让今天的顾客继续购买。
地道的口味和丰富的菜单是我们的优势。
然而,奶茶先生的关键优势在于其浓郁的奶茶和Q弹的珍珠,这让顾客对其有着长久的熟悉感。当市场上充斥着各种新品时,稳定的口味就显得尤为重要,因为顾客无需每次都冒险尝试新品。那些从学生时代就开始喝奶茶的顾客,可以随时点自己最爱的口味,并且知道自己期待的是怎样的味道。
这就是“熟悉感”的力量,而这正是新品牌在短时间内难以建立的。此外,奶昔先生的门店并不局限于最初的珍珠奶茶菜单;如今,他们提供更多种类的饮品,包括绿茶、水果茶、芝士奶盖茶、黑糖茶,以及顺应市场潮流推出的各种配料和配料。原有菜单有助于维系现有客户群,而新品则为年轻一代打开了尝试这些产品的大门。
年纪较大的顾客已经长大成人,而新顾客则对这个传说一无所知。
如今,奶昔先生的顾客大致可以分为两类。第一类是伴随奶昔先生成长起来的顾客;他们曾经放学后就来买奶昔的学生,如今已步入职场或为人父母,但仍然因为熟悉的味道而光顾。这些记忆拉近了品牌与顾客之间的距离。
另一类群体是年轻一代,他们可能只知道 Mr.Shake 是一家奶茶店,对这个品牌 27 年的历史一无所知。挑战就在这里,因为虽然怀旧情怀可以吸引老顾客回归,但不足以支撑长期的市场建设。如果产品、体验和沟通无法与年轻一代产生共鸣,那么增加绿茶、芝士奶盖茶和一些现代风味的菜品,就体现了品牌试图在保留原有奶茶配方核心的同时,拓展顾客群体的尝试。
地理位置便利,位于日常通勤路线上,而且价格也很有竞争力。
该品牌能够保持市场地位的另一个原因是其战略性地选址于人流量大的区域,例如火车站、办公楼和购物中心。许多门店都是小型售货亭,更注重外带而非堂食。这种模式非常适合需要顾客快速做出购买决定的产品,并有助于该品牌融入人们的日常生活,例如通勤、换乘以及在商场购物等场景。
目前,该品牌在暹罗广场、Mo Chit BTS 站、是隆大厦和多家购物中心均设有分店,这体现了其选择客流量高的地点而不是建造大型商店的策略。
虽然这种类型的地点可能不会给人一种光鲜亮丽的分店扩张的印象,但它有助于保持品牌的可见性和易于购买性。
同时,在定价策略方面,Mr.Shake 将自身定位在价格亲民的平价饮品店(售价低于 30 泰铢)和售价数百泰铢的高端品牌之间。将价格维持在 100 泰铢以下,既有助于品牌保持其品质和既有声誉,又能让消费者在日常生活中轻松回购,而不会显得过于昂贵或为了参与低价竞争而降低标准。
在市场上屹立27年固然是一项成就,但这并不能保证品牌免受竞争冲击。因此,Mr.Shake面临的下一个挑战是如何在瞬息万变、竞争日益激烈的奶茶市场中,既要留住现有客户群,又要吸引年轻一代选择他们的产品。
阅读 ThairathMoney 的商业新闻、营销策略和独家专访,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/business_marketing
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney