เหรียญสองด้าน Data Center จัดแถวรับแรงกดดัน "ภูมิรัฐศาสตร์โลก"硬币的两面:数据中心正面临着来自全球地缘政治的压力。
หลังกรมธุรกิจพลังงานตรวจสอบพบศูนย์ Data Center ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่พระราม 9 กรุงเทพมหานคร ตั้งใกล้กับโรงพยาบาล ซุกน้ำมันดีเซลสำรองใต้ดินกว่า 2 แสนลิตร โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 2542 แม้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได

หลังกรมธุรกิจพลังงานตรวจสอบพบศูนย์ Data Center ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่พระราม 9 กรุงเทพมหานคร ตั้งใกล้กับโรงพยาบาล ซุกน้ำมันดีเซลสำรองใต้ดินกว่า 2 แสนลิตร โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง 2542 แม้ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความเอาผิดผู้ประกอบการ ตามกฎหมายมาตรา 65 อัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาทแล้วก็ตาม แต่มีคำถามว่า ภายใต้การเหยียบคันเร่งของรัฐบาล ผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลาง รองรับการลงทุนด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และ AI จากกลุ่มทุนธุรกิจยักษ์ใหญ่ระดับภูมิภาคนั้น ไทยมีความพร้อมเพียงใด ท่ามกลางสมรภูมิรัฐศาสตร์โลก
มีข้อมูลจากเครือข่าย justpow (Just Power For All) แพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ และการสื่อสารเกี่ยวกับพลังงานและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย พบข้อมูลที่ปรากฏว่าเป็นดาตาเซนเตอร์ 34 โครงการย่านกทม.ทั้งชั้นในและชั้นนอก เป็นโครงการดำเนินการแล้ว 24 โครงการ ,อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 7 โครงการ และอีก 3 โครงการมีแผนจะก่อสร้าง
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูล นิติบุคคลคงอยู่ทางทะเบียน ณ วันที่ 30 มิ.ย.2569 พบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Data Center ซึ่งครอบคลุม 3 รหัสธุรกิจ ประกอบด้วย รหัส 63111 คือ กิจกรรมการบริหารจัดการและประมวลผลข้อมูล รหัส 63112 คือ กิจกรรมการสร้างแม่ข่ายและรหัส 63120 คือ เว็บท่า (Web Portal) ซึ่งมีนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 1,145 ราย มีทุนจดทะเบียนรวม 174,953.38 ล้านบาท
เหรียญสองด้าน Data Center จัดแถวรับแรงกดดัน "ภูมิรัฐศาสตร์โลก"
พื้นที่ซึ่งมีการจัดตั้งธุรกิจ Data Center มากที่สุดยังคงกระจุกตัวในกรุงเทพมหานคร จำนวน 668 ราย รองลงมา คือ นนทบุรี 86 ราย เชียงใหม่ 45 ราย สมุทรปราการ 41 ราย ปทุมธานี 37 ราย ภูเก็ต 33 ราย ชลบุรี 28 ราย นครราชสีมา 15 ราย ระยอง 13 ราย และขอนแก่น 12 ราย ส่วน พื้นที่เขตห้วยขวาง ถนนพระราม 9 และโซนหัวหมาก รามคำแหง เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นจุดที่มีเส้น ทางเดินสายไฟเบอร์ออปติกเข้าออกอิสระถึง 4 เส้นทาง (4 Diverse Fiber Routes) เพื่อป้องกันอินเทอร์เน็ตล่ม และรับไฟฟ้าจากสถานีย่อยแยกกัน 2 สถานี สามารถให้บริการลูกค้าที่ต้องการความเสถียรสูง ความหน่วงต่ำ
แม้ศูนย์ Data Center จะมีความจำเป็นอย่างยิ่งในโลกธุรกิจดิจิทัล การเก็บประมวลข้อมูลองค์กร การเงิน การบัญชีของลูกค้า ผลิตภัณฑ์ หรือข้อมูลอื่น ๆ เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัดสินใจทางธุรกิจที่สำคัญ ผ่านเครือข่ายความเร็วสูง โดยองค์กรไม่ต้องลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ แต่เหรียญก็มีสองด้าน เนื่องจากไทยยังไม่มีกฎหมายกำกับดูแลการลงทุนประเภทนี้ ที่สำคัญคือ หากมีผลกระทบต่อความปลอดภัย ความเสียหายและสิ่งแวดล้อม ในอนาคตใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะศูนย์ฯ ขนาดใหญ่ต้องใช้การผลิตขนาด 5-20 เมกะวัตต์
วันนี้ ( 4 ก.ย.2569) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว. มหาดไทย เรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 หลังไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศ และยอมรับว่าสังคมมีความกังวลต่อสิ่งที่ที่เกิดขึ้นในยุคดิจิทัล เพราะกฎหมายยังไปไม่ถึง รัฐจึงต้องเร่งกำหนดมาตรการและลดความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
“ต้องจัดระเบียบ เศรษฐกิจแบบนี้บูมขึ้นมา บางทีคนก็เหมือนจะขายใบอนุญาต ขอใบจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ...รู้คร่าวๆขอมาเกือบ 20,000 เมกะวัตต์ เท่ากับจำนวนการใช้ไฟของประเทศเลย เป็นหลักธุรกิจแบบไทยๆขอไว้ก่อน ขอมาถ้าใช้ ก็เอามาหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ หากไม่ใช้ก็ปล่อยหมดอายุแล้วหายไป คิดว่าคณะกรรมการชุดนี้ คงต้องทำความชัดเจนและมีข้ออธิบายให้ประชาชน”
นายกฯ ระบุตอนหนึ่งว่า การใช้พลังงานจำนวนมากก็ต้องใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติมากเช่นกัน และมีการใช้ที่ดินลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จึงต้องทำให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาไทยทำเรื่องของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) และการใช้ไฟมากขนาดนี้ ก็ต้องเน้นการใช้กรีนเอ็นเนอร์จีมากกว่าพลังงานฟอสซิล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า Data Center คือ ความจำเป็นของตลาดทุนเทคโนโลยีที่มีการแข่งขันกันสูง และ กรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า การลงทุนเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสะท้อนว่า รัฐบาลยังมองไม่รอบด้าน พร้อมตั้งคำถามสำคัญอีก 7 มิติ ที่ชี้ว่ารัฐยังตอบสังคมไม่ครบถ้วน คือ
1.ด้านธรรมาภิบาลและการกำกับดูแล ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเก้าอี้ประธานบอร์ดกำกับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ ควบคู่กับการเป็นประธาน BOI ที่อนุมัติการลงทุนดาตาเซ็นเตอร์เข้ามาตั้งแต่ต้น กลายเป็น ผู้กำกับและผู้อนุมัติคือคนเดียวกัน มีคำถามว่าที่ผ่านมาเหตุใด จึงมุ่งเน้นตัวเลขการลงทุน แต่ไม่ตั้งประเด็นคำถามในเรื่องประโยชน์ของการลงทุนที่คนไทยควรได้รับ
“ ที่น่ากังวลคือ ไทยมีดาตาเซ็นเตอร์เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปแล้วถึง 42 แห่ง แต่กลับยังไม่มีกฎหมายเฉพาะ และไม่มีหน่วยงานกลางเข้ามาทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างแท้จริง ...สิ่งที่ควรรีบดำเนินการคือการสรุปข้อมูลให้ชัด ว่าไทยมีดาตาเซ็นเตอร์ประเภทใด อยู่ที่ไหนบ้าง ทั้งในส่วนที่สร้างแล้ว กำลังสร้าง และที่จริงอนุมัติการสร้าง”
2. ไฟฟ้าที่เป็นต้นทุนและภาระของประชาชน ภาครัฐมักอ้างว่าไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองล้นเหลือ จึงชวนดาตาเซ็นเตอร์เข้ามาใช้ไฟ แต่ความเป็นจริง คือ ความย้อนแย้งเชิงนโยบายอย่างสิ้นเชิง เพราะรัฐบาลมีเป้าหมายลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่การขายไฟฟ้าเพิ่มเติมให้ดาตาเซนเตอร์จะนำไปสู่การนำเข้าก๊าซ LNG เพิ่มเติม
“เมื่อพลังงานสะอาดในระบบไม่พอ การต้องเร่งนำเข้า LNG มารองรับโหลดไฟฟ้า 24 ชั่วโมงของเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ ยังเสี่ยงผลักภาระค่าไฟผันแปรหรือค่า Ft ไปตกอยู่กับภาคครัวเรือนและ SMEs ทั่วประเทศ เคยเตือนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เดือนมี.ค.ว่า รัฐต้องมีข้อกำหนดเรื่องแบงก์การันตี และการคิดอัตราค่าไฟเฉพาะกลุ่มที่สะท้อนต้นทุนจริง ไม่ใช่ให้ประชาชนต้องมาร่วมแบกรับต้นทุน”
3. การแย่งชิงทรัพยากรน้ำ ดาตาเซ็นเตอร์ระดับ hyperscale ใช้น้ำหล่อเย็นสูงสุดถึง 5 ล้านแกลลอนต่อวัน หรือราว 19 ล้านลิตร เทียบ เท่าปริมาณการใช้น้ำของเมืองที่มีประชากร 50,000 คน ภาพรวมทั้งประเทศ ปริมาณน้ำหล่อเย็นถูกประเมินว่าจะพุ่งขึ้นจาก 10.68 พันล้านลิตรในปี 2568 เป็น 15.62 พันล้านลิตรในปี 2573
“ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ย่านพระราม 9 ชายแดน ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และบ้านฉาง ระยอง ชุมชนเริ่มร้องเรียนเรื่องน้ำกันแล้ว เพราะดาตาเซ็นเตอร์แห่งเดียวใน EEC อาจดึงน้ำไปใช้ถึง 9,000 ถึง 12,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เทียบเท่าน้ำที่ประชาชน 36,900 คนใช้ทั้งปี ขณะที่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนต้องการน้ำ 100 ถึง 150 ลิตรต่อต้นต่อวัน และหากขาดน้ำเพียง 3 ถึง 5 วันสวนจะเสียหายทั้งหมด เกณฑ์ใหม่ของรัฐจึงต้องบังคับเปลี่ยนไปใช้ระบบหล่อเย็นแบบวงจรปิดหรือของเหลว และต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีน้ำส่วนเกินจริงก่อนจะอนุญาตให้ตอกเสาเข็ม”
4. มลพิษ ปัจจุบันดาตาเซ็นเตอร์ไม่ถูกจัดว่าเป็นโรงงานตามกฎหมาย จึงหลุดพ้นจากข้อบังคับการทำ EIA หรือรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม างแห่งเลี่ยงไปจดทะเบียนเป็นโกดังสินค้าแทน นี่คือช่ องว่างทางกฎหมายที่บอร์ดชุดใหม่ต้องรีบอุดและปรับปรุงกติกา ก่อนที่จะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน จนยากจะเยียวยา
5. อธิปไตย AI หรือ AI Sovereignty เรื่องการพัฒนา AI ของประเทศ ปัจจุบันไทยมี ThaiLLM แต่รันอยู่บนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA ซึ่งมี GPU A100 เพียง 704 ตัว ถือเป็นเทคโนโลยีรุ่นเก่ากว่าชิปประมวลผลที่ Big Tech นำมาติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์บนแผ่นดินไทย คำถามคือ เรากำลังเปิดบ้านให้เขาเข้ามาใช้ทรัพยากร แต่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความมั่นคงทางปัญญาประดิษฐ์ของประเทศกลับล้าหลังกว่าเขาใช่หรือไม่
6. ประโยชน์และการเข้าถึงโดยผู้ประกอบการไทย เกณฑ์ของ BOI พูดถึงเรื่องการเปิดให้สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการไทยเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ในราคาย่อมเยา แต่ทางปฏิบัติกลับไม่มีการกำหนดโควตาที่ชัดเจน ไม่มีกรอบเวลา และไม่มีกลไกบังคับใช้ ขณะที่โครงการถึง 57 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 811,000 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เกณฑ์ส่งเสริมเหล่านี้จะมีความชัดเจนด้วยซ้ำ
7. ภูมิรัฐศาสตร์เทคโนโลยี เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวเคยมีข้อสังเกตเรื่อง Moonshot AI จากจีนที่อาจใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยเพื่อเข้าถึงชิปประมวลผลขั้นสูงของ Nvidia ที่ติดข้อจำกัดด้านการส่งออก ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียมีมาตรการตอบสนองเรื่องการควบคุมการส่งออกชิปอย่างทันท่วงทีตั้งแต่กลางปี 2568 แต่จนถึงวันนี้ ไทยยังไม่มีมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจนในระดับเดียวกันเพื่อรับมือกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์โลก
“ การดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเป็นเรื่องที่ดีต่อเศรษฐกิจ และดาตาเซ็นเตอร์ก็จำเป็นต้องมี แต่จะบริหารจัดการการลงทุนอย่างไร ให้คนไทยและประเทศชาติได้ประโยชน์จริง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเพียงผู้แบกรับความเสี่ยงและต้นทุนทรัพยากรแทนกลุ่มทุนข้ามชาติ” เป็นคำถามทิ้งท้าย
สอดคล้องกับข้อสังเกตของ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ชี้ว่า พื้นที่กรุงเทพฯควรเป็นด่านแรกที่ต้องตรวจคำขออนุญาตก่อสร้าง แต่กลับให้มีการใช้ช่องโหว่กฎหมาย ตั้ง Data Center ในกลางเมืองได้ หากมีการส่งเรื่องให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตีความตาม มาตรา 5 พ.ร.บ.โรงงานว่า อยู่ในข่ายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ ผลจะเป็นอีกเรื่องทันที
ดังนั้น กรมโรงงานจะต้องเร่งตีความว่า Data Center เป็น “โรงงาน” หรือไม่และเข้าข่ายใน 107 ประเภทโรงงานหรือไม่ หากยังไม่ชัดเจน ออกกฎกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศให้ Data Center เป็นโรงงานประเภทที่ 108 ทันที เพราะกระบวนการ ต้องใช้เวลาตามรัฐธรรมนูญถึง 60 วัน หากเป็นโรงงานแล้ว Data Center จะถูกควบคุมด้วยกฎหมายทันที ทั้งกฎหมายผังเมือง ที่ห้ามตั้งในโซนที่อยู่อาศัย ต้องมีการทำ EIA และกระทรวงอุตสาหกรรมจะสามารถเข้าไปตรวจสอบและควบคุมเรื่อง มลพิษ เสียง ความร้อน และความปลอดภัยได้อย่างเต็มที่
ต้องจับตาดู การทำงานของคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาตาเซนเตอร์ว่า จะจัดแถวผู้ประกอบการที่ลงทุนประกอบธุรกิจ ทั้งในกทม.และต่างจังหวัดอย่างไร ทั้งในเรื่องกฎหมายผังเมือง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร มาตรฐานด้านโครงสร้าง ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ระบบไฟฟ้าสำรอง เชื้อเพลิง เสียง และปัญหาอื่น ๆที่เกิดขึ้นในอนาคต
ดัน Data Center เกษตรโลจิสติกส์ ITD เร่งไทยปรับเศรษฐกิจ รับกติกาโลกใหม่
ถอดรหัส Data Center ทำไมไทยต้องเป็น "สมองกลดิจิทัล" แห่งใหม่ของอาเซียน
พลังงาน-ทองคำ-เทคโนโลยีหนุน สนค.เผยราคาส่งออก-นำเข้า ก.ค.โตชะลอ
ข้อมูลอ้างอิง : เครือข่าย justpow (Just Power For All) และประชาชาติธุรกิจ
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
ข่าวเศรษฐกิจล่าสุดวันนี้
ข่าวการเมืองวันนี้ลาสุด
泰国能源商业部进行检查后发现,位于曼谷拉玛九世地区、靠近一家医院的大型数据中心,在未获得1999年《燃料管制法》规定的必要许可的情况下,将超过20万升柴油隐匿于地下。尽管官员已根据该法第65条对运营商提起诉讼(该条款规定最高可判处两年监禁和20万泰铢罚款),但面对政府大力推动将泰国打造成为区域大型企业数字经济和人工智能投资中心的举措,人们仍然质疑泰国是否做好了应对准备。
来自“人人享有公平电力”(JustPow)网络的数据显示,曼谷市内外共有34个数据中心项目。“人人享有公平电力”网络是一个由致力于能源和环境相关信息、知识和交流的组织组成的合作平台。其中,24个已投入运营,7个正在建设中,3个正在规划建设。“人人享有公平电力”网络是一个由泰国各组织组成的合作平台,致力于能源和环境领域的信息、知识和交流。
泰国商务部公布,截至2026年6月30日,注册法人实体包括与数据中心相关的企业,涵盖三个业务代码:63111(数据管理和处理活动)、63112(服务器创建活动)和63120(门户网站)。这些实体共计1145家,注册资本总额为1749.5338亿泰铢。
硬币的两面:数据中心正面临着来自全球地缘政治的压力。
数据中心最集中的地区仍然是曼谷,拥有668个数据中心。其次是暖武里府(86个)、清迈府(45个)、北榄府(41个)、巴吞他尼府(37个)、普吉府(33个)、春武里府(28个)、呵叻府(15个)、罗勇府(13个)和孔敬府(12个)。曼谷的怀匡区、拉玛九路和华玛-兰甘亨地区是战略要地,因为这些地区拥有四条独立的光纤线路(四条独立光纤线路),可以防止网络中断,并且由两个独立的变电站供电,从而能够为需要高稳定性和低延迟的客户提供服务。
在数字化商业世界中,数据中心至关重要,它们用于存储和处理组织数据、财务会计信息、客户数据、产品数据以及其他数据,从而通过高速网络实现高效的数据分析和关键业务决策,而无需组织投资大型硬件。然而,凡事皆有两面性。泰国目前缺乏监管此类投资的法律。更重要的是,大型数据中心需要5-20兆瓦的发电能力,那么未来对安全、环境和财产损失的影响,谁来承担责任?
今天(2026年9月4日),泰国总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔召开了2026年数据中心商业政策委员会第一次会议。此次会议的召开源于国内外投资者对泰国数据中心投资的日益浓厚的兴趣。他承认社会对数字化时代的担忧,并指出现有法律法规不足以应对。因此,政府必须尽快制定措施,减轻潜在风险,以建立信心并减少潜在影响。
“必须制定一些监管措施。在这种经济繁荣时期,有些人似乎在出售许可证,向省级电力局申请许可……据我所知,大约有近2万兆瓦的电力已被申请,相当于全国的用电量。这是典型的泰国商业模式:先申请许可,如果使用,就能从中获利。如果不使用,就让许可过期作废。我认为委员会需要澄清这一点,并向公众做出解释。”
总理指出,高能源消耗也需要大量的自然资源和房地产土地投资。因此,必须与当前形势相适应。尽管泰国此前已将温室气体净零排放作为目标,但鉴于目前的高电力消耗水平,重点必须转向绿色能源,而非化石燃料。
不可否认,在竞争激烈的技术驱动型资本市场中,数据中心是必不可少的。前财政部长、民主党副主席科恩·查蒂卡瓦尼认为,投资是积极的,但目前的发展反映出政府缺乏全面的视角。他提出了七个关键问题,指出政府尚未解答的问题:
1. 关于治理和监督,副总理埃克尼提·尼提坦帕帕斯博士同时担任国家数据中心监管委员会主席和投资委员会(BOI)主席,而投资委员会从一开始就负责审批数据中心投资。这意味着监管者和审批者是同一人。由此引发的问题是,为什么关注点仅仅在于投资额,而忽略了泰国人民应该从这些投资中获得的利益。
“令人担忧的是,泰国目前已有42个商业运营的数据中心,但仍然没有专门的法律和中央机构来真正监管它们……当务之急是清晰地汇总泰国现有数据中心的类型、位置等数据,包括已建成、在建和已获批准建设的数据中心。”
2. 电力是公众的成本和负担。政府经常声称泰国电力产能过剩,因此邀请数据中心使用其电力。然而,这完全是自相矛盾的政策,因为政府的目标是减少化石燃料进口,但向数据中心出售更多电力却会导致液化天然气进口增加。
“当系统中清洁能源不足时,为了满足这些服务器24小时不间断的电力需求而需要快速进口液化天然气,这可能会将可变电价(即Ft附加费)的负担转嫁到全国各地的家庭和中小企业身上。早在3月份我就发出过这样的警告,指出政府必须制定关于银行担保的法规,并建立一套针对特定群体、反映实际成本的电力定价体系,而不是强迫公众分担负担。”
3. 水资源竞争:超大规模数据中心每天消耗高达 500 万加仑的冷却水,约合 1900 万升——相当于一个拥有 5 万人口的城市的用水量。全国范围内,冷却水消耗量预计将从 2025 年的 106.8 亿升飙升至 2030 年的 156.2 亿升。
“这并非遥远的问题。拉玛九州、边境城镇北柳府和春武里府以及罗勇府的班昌等地的社区已经开始抱怨缺水。东部经济走廊(EEC)内的一个数据中心每天可能耗水9000至12000立方米,相当于36900人一年的用水量。与此同时,榴莲种植户每棵树每天需要100至150升水,仅仅3至5天的缺水就可能彻底摧毁他们的果园。因此,新的政府法规强制要求改用闭环或液冷系统,承包商必须证明他们确实有充足的水源才能获准开始打桩作业。”
4. 污染:目前,数据中心在法律上不属于工厂范畴,因此不受环境影响评估(EIA)法规的约束。有些数据中心甚至被注册为仓库。这是一个法律漏洞,新一届委员会必须尽快解决并修订相关法规,以免造成不可挽回的环境和社会损害。
5. 人工智能主权:关于泰国的人工智能发展,目前泰国拥有ThaiLLM,但它运行在LANTA超级计算机上,而LANTA超级计算机仅有704个A100 GPU。这比大型科技公司在泰国数据中心安装的处理芯片技术要落后得多。问题是:我们是否在向他们敞开大门,让他们利用我们的资源,但我们的国家人工智能安全基础设施却落后于他们?
6. 对泰国企业家的益处和便利性:尽管泰国投资促进委员会(BOI)的标准中提到要为泰国初创企业和企业家提供价格合理的计算机系统,但实际上并没有明确的配额、时间限制和执行机制。与此同时,在这些激励标准明确制定之前,已有57个项目获得批准,总额超过8110亿泰铢。
7. 技术地缘政治:去年7月,白宫曾表示担忧,中国的“登月计划”人工智能项目可能会利用泰国的数据中心获取英伟达的先进处理芯片,而这些芯片受到出口限制。邻国马来西亚已于2025年中期迅速采取了芯片出口管制措施,但迄今为止,泰国尚未采取同样积极主动的措施来应对全球地缘政治压力。
“吸引外资对经济有益,数据中心也至关重要。但是,我们如何管理这些投资,才能真正让泰国人民和国家受益,而不是仅仅让跨国公司承担风险和资源成本?”这是最后一个问题。
这与泰民党议员阿塔维奇·苏万纳帕克迪的观点一致。他指出,曼谷本应是建筑许可证申请审查的首要地点,但实际上,法律漏洞正被利用,允许在市中心建立数据中心。如果将此事提交工业工程部,依据《工厂法》第五条进行解释,以确定其是否属于工业工厂的范畴,结果将截然不同。
因此,工业工程部必须紧急厘清数据中心是否属于“工厂”,以及是否属于107种工厂类型之一。如果仍不明确,工业部应立即颁布法规,将数据中心划定为第108类工厂,因为根据宪法规定,该程序需要60天。一旦被认定为工厂,数据中心将立即受到法律法规的约束,包括禁止其选址于居民区的城市规划法、要求进行环境影响评估(EIA),并授权工业部对污染、噪音、热岛效应和安全问题进行全面检查和监管。
数据中心政策委员会将如何协调在曼谷和其他省份投资数据中心的运营商,使其遵守城市规划法、建筑控制法、结构标准、环境影响、备用电源系统、燃料、噪音和其他潜在的未来问题,还有待观察。
ITD推动农业和物流数据中心建设,以加速泰国经济适应新的全球法规。
解读数据中心:为什么泰国需要成为东盟新的“数字大脑”
能源、黄金和科技支撑着经济;DITP数据显示,7月份进出口价格增速放缓。
参考资料:Just Power For All 网络和 Prachachat Business。
Ekanit Nitithanpraphas
阿塔维奇·苏万帕克迪
今日最新经济新闻。
今日最新政治新闻。