กลาโหมประชุมวงเล็ก ผนึกเหล่าทัพรับมืออุทกภัย-ฟื้นฟูหลังน้ำลด国防部召开了一次小型会议,协调军事行动以应对洪水灾害并促进灾后恢复。
รมว.กลาโหมประชุมวงเล็กทันทีหลังร่วมถกนายกฯ วางระบบเหล่าทัพรับมืออุทกภัย แบ่งพื้นที่-ภารกิจชัด ระดมกำลังและทรัพยากรตรงจุด พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

วันนี้ (1 ต.ค.2569) ภายหลังร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยกับนายกรัฐมนตรี ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ได้ประชุมหารือวงเล็กต่อทันที ร่วมกับ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร พร้อมผู้แทนกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ เพื่อถ่ายทอดข้อสั่งการและแนวทางจากการประชุมระดับรัฐบาลมาจัดระบบการปฏิบัติในส่วนของกระทรวงกลาโหม
เป้าหมายสำคัญคือทำให้ทุกเหล่าทัพสามารถทำงานสอดประสานกัน มีทิศทางเดียวกัน และเข้าไปสนับสนุนการแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่
การหารือเน้นให้ทุกเหล่าทัพมีภาพสถานการณ์เดียวกัน โดยจัดแบ่งพื้นที่และภารกิจให้ชัดเจน กำหนดผู้รับผิดชอบและผู้ประสานงานในแต่ละส่วน พร้อมระดมสรรพกำลังตามความจำเป็น เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการปฏิบัติงาน และจัดลำดับความเร่งด่วนในการส่งกำลังสนับสนุน
พื้นที่ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่ จุดที่ยังมีระดับน้ำสูง พื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงพื้นที่ที่หน่วยงานในพื้นที่ประสานขอกำลังพล เครื่องมือ หรือทรัพยากรเพิ่มเติม เพื่อให้การช่วยเหลือสามารถเข้าไปถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว
เช็กกำลังพล-เรือ-อากาศยาน เตรียมกำลังสำรอง
กระทรวงกลาโหมยังทบทวนความพร้อมของทรัพยากรจากทุกเหล่าทัพ ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ เรือ อากาศยาน เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ เพื่อให้สามารถโยกย้ายหรือเพิ่มเติมกำลังไปยังพื้นที่ที่มีความจำเป็นได้ทันต่อสถานการณ์
ขณะเดียวกัน มีการเตรียมกำลังสำรองไว้รองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงในระยะต่อไป โดยจะติดตามระดับความรุนแรงและความต้องการของพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับกำลังและทรัพยากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
พล.ท.อดุลย์ ย้ำว่า กองทัพมีบทบาทเป็นกำลังสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เมื่อมีการประสานขอรับการสนับสนุน กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพพร้อมนำศักยภาพที่มีเข้าเสริมทันที ทั้งกำลังพล การขนส่ง การอพยพประชาชน การบริหารจัดการน้ำ และการบริการทางการแพทย์ รวมถึงภารกิจอื่นที่จำเป็นตามสถานการณ์
นอกจากการรับมือในช่วงที่เกิดอุทกภัยแล้ว กระทรวงกลาโหมยังเตรียมการสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังระดับน้ำลด โดยย้ำว่าการทำงานของทุกหน่วยต้องเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด
รมว.กลาโหม ระบุว่า สถานการณ์อุทกภัยไม่ใช่ภารกิจที่หน่วยงานใดจะดำเนินการเพียงลำพัง ทุกฝ่ายต้องเห็นภาพสถานการณ์เดียวกัน รู้ว่าใครรับผิดชอบภารกิจใด และสามารถเติมกำลังให้กันได้ในจุดที่มีความจำเป็น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือเร็วที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับกำลังพลและทรัพยากรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลประชาชนต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
"เขื่อนเจ้าพระยา" ระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังไม่เกินจุดวิกฤตที่ กทม.จะรับได้
รัฐบาลแจ้งเตือน 5 จุดน้ำท่วมสูงในพื้นที่ กทม. แนะประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง
เช็กเกณฑ์เยียวยา “ประกันภัยพิบัติ” เริ่ม 1 ต.ค.น้ำท่วมจ่าย 10,000 บาท
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
今天(2026 年 10 月 1 日),国防部长阿杜尔·汶塔姆查伦中将在与总理会面,视察国家防灾减灾指挥部的洪水情况后,立即与泰国皇家武装部队总参谋长纳塔蓬·普拉凯上将以及泰国皇家武装部队总部和各军种的代表举行了一次小型会议,传达了政府级会议的指示和指导方针,以组织国防部内部的作战系统。
主要目标是确保各军种能够协调一致地协同作战,朝着统一的方向前进,并根据各地区的需要,迅速提供有针对性的支援,以应对洪水灾害。
讨论强调要确保武装部队各部门对形势有统一的认识,明确界定区域和任务,为每个部门分配职责和协调人员,并根据需要调动资源,以减少行动重复,优先部署支援。
特别关注的地区包括水位高的地区、民众遭受苦难的地区以及地方机构请求增派人员、设备或资源以确保援助能够迅速送达民众的地区。
检查人员、舰船和飞机;准备后备部队。
国防部还审查了武装部队各部门的资源准备情况,包括人员、车辆、舰艇、飞机、装备和武器,以确保部队能够及时部署或增援到需要的地区。
与此同时,后备力量正在积极准备,以应对未来可能出现的任何变化。各地区的形势严重程度和实际需求将持续监测,并根据实际情况调整兵力和资源配置。
阿杜尔中将强调,武装部队在政府和直接主管机构的工作中发挥辅助作用。一旦收到支援请求,国防部和武装部队随时准备立即部署各项能力,包括人员、运输、平民撤离、水资源管理、医疗服务以及其他视情况而定的必要任务。
除了应对洪灾之外,国防部还准备在水位下降后支援灾后重建工作,并强调必须协调各单位的工作,以确保援助尽快送达民众手中。
国防部长指出,洪灾并非任何一个机构能够单独应对的任务。所有相关方必须对形势有共同的了解,明确各自的职责,并在必要时互相支援,其首要目标是确保民众尽快获得援助。
国防部和军队将持续监测和评估局势,根据需要调整人员和资源,以支持政府和相关机构照顾民众,直至局势得到解决。
湄南河大坝的泄水速率不超过每秒 2500 立方米,仍在曼谷能够承受的临界水平之内。
政府已对曼谷五个地区发布洪水预警,建议公众避开这些路线。
查看灾害保险赔偿标准:从 10 月 1 日起,洪水受害者将获得 10,000 泰铢的赔偿。
帮助灾民