"ภัทรพงษ์" ซัดรัฐรับมือภัยพิบัติต่ำกว่ามาตรฐาน จี้ "อนุทิน" ตอบกระทู้สดสภาฯ“帕特拉蓬”批评政府应对灾害不力,并敦促“阿努廷”回答议会提出的紧急质询。
ประธาน กมธ.ปภ. ตั้งคำถามรัฐบาล หลังข้อมูลระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจากหลายหน่วยงานไม่ตรงกัน ชี้ประชาชนต้องได้ข้อมูลชัดเพื่อเตรียมรับน้ำ พร้อมจี้นายกฯ มาตอบกระทู้สดในสภาฯ

วันนี้ (1 ต.ค.2569) นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุมว่า กมธ.เตรียมหารือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงมาตรการเร่งด่วนและการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาใน จ.นนทบุรี จากทั้งการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาและภาวะน้ำทะเลหนุนสูง
นายภัทรพงษ์ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องการให้มีความชัดเจนคือข้อมูลการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากพบว่าข้อมูลจากผู้แทนภาครัฐหลายฝ่ายมีตัวเลขแตกต่างกัน ทั้งโฆษกรัฐบาล กรมชลประทาน รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนที่กรมชลประทานจะออกมาชี้แจงข้อมูลในภายหลัง โดยเห็นว่าไม่ควรเกิดสถานการณ์ที่ประชาชนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับน้ำจากภาครัฐไม่ตรงกัน
นายภัทรพงษ์กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอาจพร้อมรับสถานการณ์น้ำ แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการคือข้อมูลที่แม่นยำและทันเวลา เพื่อใช้ตัดสินใจว่าจะต้องยกสิ่งของขึ้นที่สูงในระดับใด เตรียมบ้านอย่างไร หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่หรือไม่
ประเด็นนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กรมชลประทานประกาศปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยกำหนดอัตราสูงสุดไม่เกิน 2,500 ลบ.ม./วินาที และมีการแจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำให้เตรียมรับมือ ขณะที่ สทนช.ระบุว่าพื้นที่เสี่ยงตั้งแต่ชัยนาทถึงนนทบุรีอาจได้รับผลจากระดับน้ำท้ายเขื่อนที่เพิ่มขึ้น 0.20-0.60 เมตร
ดังนั้น สำหรับนายภัทรพงษ์ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่เพียงที่ปริมาณน้ำ แต่รวมถึงการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลไปวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จี้ "อนุทิน" ตอบกระทู้สดในสภาฯ
นอกจากการประชุมเรื่องสถานการณ์น้ำในพื้นที่นนทบุรีแล้ว นายภัทรพงษ์กล่าวถึงการเตรียมตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยต้องการให้นายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงการบัญชาการและการประสานงานของรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม
นายภัทรพงษ์ระบุว่า หวังว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาตอบคำถามด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวถึงการที่นายกรัฐมนตรีเคยตอบกระทู้ถามสดของวุฒิสภา และเรียกร้องให้มารับฟังคำถามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย โดยเฉพาะในฐานะที่ตนเป็นประธาน กมธ.ที่รับผิดชอบประเด็นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เมื่อถูกถามถึงการมีศูนย์บัญชาการสถานการณ์ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่าเพียงพอต่อการบริหารวิกฤตหรือไม่ นายภัทรพงษ์ระบุว่า หากศูนย์ดังกล่าวมีประสิทธิภาพจริง ไม่ควรเกิดกรณีที่ภัยบางอย่างถูกละเลยหรือรอให้สถานการณ์รุนแรงก่อนที่รัฐบาลจะเข้าไปแก้ไข มองว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่การทำงานของแต่ละหน่วยงานยังไม่ต่อเนื่องและไม่เชื่อมโยงกัน หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นกลุ่มหนึ่ง ขณะที่หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง จึงเห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องเข้ามาจัดระบบการทำงานให้มีความชัดเจนมากขึ้น
นายภัทรพงษ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ข้อสั่งการจากการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติที่ผ่านมา ยังขาดประเด็นเรื่องการเชื่อมโยงการทำงานดังกล่าว และมองว่ารัฐบาลยังมีข้อจำกัดด้านการแจ้งเตือนประชาชน รวมถึงยังไม่ได้ถอดบทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ในภาคเหนือและภาคใต้เพียงพอ ก่อนจะขยายมาถึงพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกในปัจจุบัน
ภัยพิบัติคือบทพิสูจน์ "ผู้นำ"
นายภัทรพงษ์ยังวิจารณ์ภาพรวมการจัดการสาธารณภัยของรัฐบาลว่า อยู่ในระดับที่ตนมองว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่ประชาชนควรได้รับ โดยยกกรณีรถยนต์จมน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นภาพสะท้อนของความเสียหายที่ควรมีมาตรการลดผลกระทบและลดความเสี่ยงล่วงหน้า พร้อมระบุว่า การบริหารภัยพิบัติไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดภัยพิบัติได้ทั้งหมด แต่โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถอยู่กับสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัย และลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีต่อสถานการณ์น้ำท่วม นายภัทรพงษ์กล่าวว่า "ภัยพิบัติคือบทพิสูจน์ของความเป็นผู้นำ" และระบุว่าผลจากการรับมือภัยพิบัติครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถพิจารณาได้เอง
ปภ.รายงานน้ำท่วม 30 จังหวัด กระทบประชาชน 3.3 ล้านคน เสียชีวิต 24 คน
"กลาโหม" ประชุมวงเล็ก ผนึกเหล่าทัพรับมืออุทกภัย-ฟื้นฟูหลังน้ำลด
"เขื่อนเจ้าพระยา" ระบายน้ำไม่เกิน 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ยังไม่เกินจุดวิกฤตที่ กทม.จะรับได้
今天(2026 年 10 月 1 日),人民党清迈国会议员、众议院防灾减灾委员会主席帕塔拉蓬·里拉帕先生在会议召开前透露,该委员会将讨论湄南河下游流域的水情,特别是大城府的水情,以及因湄南河大坝泄洪和高潮而导致暖武里府湄南河沿岸洪水的紧急措施和防灾准备。
帕塔拉蓬先生指出,需要澄清的关键问题是湄南河大坝下游阿瑜陀耶地区的泄洪量数据。他注意到,包括政府发言人、皇家灌溉厅、副首相和旅游与体育部长在内的多位政府代表曾公布过相互矛盾的数据,之后皇家灌溉厅才发布了澄清声明。他认为这种情况令人无法接受,因为公众从政府那里获得了关于水位的不一致信息。
帕塔拉蓬先生表示,易受洪水侵袭地区的人们可能已经为这种情况做好了准备,但他们需要的是准确及时的信息,以便决定将物品搬到多高的地方、如何准备房屋,或者是否需要撤离该地区。
此事发生之际,泰国皇家灌溉厅宣布调整湄南河大坝的泄洪量,将最大泄洪量设定为每秒2500立方米。防洪堤以外的低洼地区被警告做好准备。与此同时,国家水资源管理委员会(NWRC)指出,从猜纳府到暖武里府的受灾地区可能会受到大坝下游水位上升0.20至0.60米的影响。
因此,对于帕塔蓬先生来说,问题不仅在于水量,还在于如何传递信息,以便公众能够利用这些信息进行规划和有效应对。
敦促阿努廷在议会回答紧急质询。
除了讨论暖武里府的水情外,帕塔蓬先生还提到他准备向总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔提出口头质询,要求总理澄清政府在应对洪灾方面的指挥和协调情况。
帕塔拉蓬先生表示,他希望总理能够亲自前来回答问题,并提及总理此前在参议院现场质询中的回应,敦促总理也听取众议院议员的提问,特别是以他作为负责灾害预防和缓解委员会主席的身份。
当被问及由总理主持的危机指挥中心是否足以应对危机时,帕塔拉蓬先生表示,如果该中心真正有效,就不会出现某些灾害被忽视或政府等到事态升级才介入的情况。他认为主要问题在于各机构之间缺乏连续性和协调性。负责灾害预防和减灾的机构属于一个部门,而负责水资源管理的机构又属于另一个部门。因此,他认为总理需要简化运作体系,使其更加清晰明了。
帕塔拉蓬先生还指出,近期国家防灾减灾指挥中心会议的指示缺乏对协调此类行动的重视。他进一步指出,政府在提供充分的公共预警方面存在局限性,并且没有从之前发生在北部和南部的洪灾中吸取足够的教训,而这些洪灾现在已经蔓延到中部、西部和东部地区。
灾难是对“领导力”的考验。
帕塔拉蓬先生还批评了政府的整体灾害管理,称其低于公民应享有的标准。他以曼谷汽车被洪水淹没的案例为例,说明了灾害造成的损失以及采取积极措施减轻影响和降低风险的必要性。他强调,灾害管理并不意味着政府可以预防所有灾害,但关键在于确保公民能够安全地应对灾害,并将潜在损失降至最低。
当被问及总理在洪灾中的领导能力时,帕塔拉蓬先生表示:“灾难是对领导能力的考验”,并补充说,这场灾难的处理结果将由公众自行评判。
灾害预防和减灾部(DDPM)报告称,洪水已影响30个省份,330万人受灾,24人死亡。
国防部召开了一次小型会议,旨在团结武装部队应对洪灾并制定灾后重建计划。
湄南河大坝的泄水速率不超过每秒 2500 立方米,仍在曼谷能够承受的临界水平之内。