“ศุภจี” ปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐฯ มั่นใจไทยแข่งขันได้ โดนภาษีนำเข้าไม่เกิน 19%“Supajee”与美国达成关税协议,相信进口关税不超过19%,泰国仍能保持竞争力。
“ศุภจี” เผยข่าวดี ปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐฯ จบแล้ว ก่อนประกาศผลไต่สวน ม. 301 ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน มั่นใจเมื่อไต่สวนเสร็จ ไทยจะถูกเก็บภาษีนำเข้ารวมไม่เกิน 19% และยังแข่งขันได้แน่นอน

# นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
# นายเจมีสัน เกรียร์
# การค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ
# การค้าระหว่างประเทศ
# ความสามารถในการแข่งขัน
วิธีเสียภาษีหุ้นนอกน้อยที่สุด & เทคนิคโอนเงินกลับไทย กับ TaxBugnoms x TISCO | Money Issue EP.75
“ศุภจี” เผยข่าวดี ปิดดีลเจรจาภาษีสหรัฐฯ จบแล้ว ก่อนประกาศผลไต่สวน ม. 301 ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน มั่นใจเมื่อไต่สวนเสร็จ ไทยจะถูกเก็บภาษีนำเข้ารวมไม่เกิน 19% และยังแข่งขันได้แน่นอน
“ภาพยนตร์" เม็ดเงินจากศิลปะ ไทยรัฐกรุ๊ป-กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดงาน "เปิดจอไทย ขับเคลื่อนวัฒนธรรม"
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังหารือกับนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนายริค สวิตเซอร์ รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 69 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ว่า การหารือเป็นไปด้วยดี โดยฝ่ายสหรัฐฯ แสดงความยินดีต่อความตั้งใจของไทย และเห็นว่าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (ART) มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถหาข้อสรุปในสาระสำคัญร่วมกันได้ก่อนการประกาศผลการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง ที่สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเปิดไต่สวน 14 ประเทศ รวมถึงไทย และคาดว่าจะประกาศผลการไต่สวนได้ประมาณสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ให้ความมั่นใจว่าในการประกาศผลไต่สวน ไทยจะได้รับอัตราภาษีอย่างเป็นธรรมและสามารถแข่งขันได้ พร้อมเห็นชอบให้ทีมเจรจาระดับเทคนิคของทั้ง 2 ฝ่าย เร่งสรุปประเด็นปลีกย่อยให้เสร็จโดยเร็ว
“ถือว่าการเจรจาครั้งนี้ได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเพียงหารือในประเด็นปลีกย่อยอีกนิดหน่อย และแก้ไขปรับปรุงข้อความในความตกลง การที่ไทยสามารถจบการเจรจา ART ได้ก่อนประกาศผลไต่สวนมาตรา 301 ประเด็นมีกำลังการผลิตส่วนเกิน น่าจะทำให้ไทยถูกเก็บภาษีนำเข้ารวม 2 ประเด็น คือ แรงงานบังคับ ที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บที่ 12.5% และรวมกับกำลังการผลิตส่วนเกินแล้ว ไม่เกิน 19% ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค รักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการจ้างงานในภาคการผลิต อุตสาหกรรม และเกษตร ตลอดจนรักษารายได้ของประชาชนไว้ได้”
นางศุภจี กล่าวว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อเร่งผลักดันการเจรจา ART ให้ได้ข้อสรุป โดยได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้ง 2 ประเทศในระยะยาว โดยก่อนเดินทางมา ตนได้ติดตามการเจรจาอย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ในช่วงของการประชุมในระดับเทคนิคของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้หารือทางโทรศัพท์กับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อย้ำเจตนารมณ์ของไทยในการผลักดันการเจรจาให้ได้ข้อสรุป
ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จึงเป็นเหตุผลที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการทางภาษีเป็นเครื่องมือกดดันไทยและประเทศคู่ค้าอื่นๆ ที่เกินดุลการค้า ให้เข้าสู่การเจรจาปรับสมดุลทางการค้า โดยไทยเคยถูกเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ภายใต้กฎหมาย IEEPA สูงถึง 36% ก่อนลดเหลือ 19% หลังไทยจัดทำแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ และนำไปสู่การประกาศกรอบความตกลง ART เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 ที่ไทยตกลงนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ทั้งสินค้าเกษตร พลังงาน เครื่องบิน รวมทั้งเพิ่มการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐฯ
ต่อมา แม้ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินเมื่อเดือน ก.พ. 69 ว่าการเก็บภาษีภายใต้ IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่สหรัฐฯ ได้หันมาใช้มาตรา 122 เรียกเก็บภาษี 10% จากทุกประเทศแทน และเนื่องจากมาตรา 122 ใช้ได้เพียงชั่วคราวไม่เกิน 150 วัน ทำให้สหรัฐฯ ได้เปิดไต่สวนคู่ค้าภายใต้มาตรา 301 เพิ่มอีก 2 กรณี ได้แก่ กรณีกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง และกรณีการไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับ โดยไทยเป็น 1 ในประเทศที่ถูกไต่สวนทั้ง 2 กรณี และล่าสุดสหรัฐฯ ได้ประกาศผลไต่สวนมาตรา 301 ประเด็นแรงงานบังคับ โดยไทยถูกเก็บภาษีที่ 12.5%
“การเร่งผลักดัน ART ให้ได้ข้อสรุป จึงมีความสำคัญต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออกกว่า 2.37 ล้านล้านบาท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานในประเทศกว่า 400,000 ตำแหน่ง รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในไทย”
สำหรับ ART เป็นกรอบความตกลงทางการค้าที่สหรัฐฯ ผลักดันกับประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้า โดยมุ่งปรับสมดุลทางการค้าระหว่างกัน ครอบคลุมทั้งการจัดการอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี การค้าดิจิทัล และโอกาสเชิงพาณิชย์ โดยคู่ค้าที่จัดทำความตกลงมีโอกาสได้รับการพิจารณาอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในระดับที่ต่ำลงและแข่งขันได้มากขึ้น
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
# 苏帕吉·苏塔姆潘女士
# 杰米森·格里尔先生
# 泰国与美国之间的互惠贸易
国际贸易
# 竞争力
如何最大限度地减少海外股票的税负以及如何将资金汇回泰国(TaxBugnoms x TISCO 联合出品)| 理财专题 第75期
“苏帕吉”透露了一个好消息:在宣布对泰国产能过剩展开301条款调查之前,与美国的关税谈判已经结束。她相信,一旦调查结束,泰国的进口关税总额将不超过19%,从而保持其竞争力。
“电影”:艺术收入。泰叻集团和文化推广部组织了“开放泰国银幕,推动文化”活动。
泰国副总理兼商务部长素帕吉·素坦潘于2026年9月1日在华盛顿特区会见了美国贸易代表杰米森·格里尔和副贸易代表里克·斯威策,会后透露,会谈进展顺利。美方对泰方的意愿表示满意,并指出泰美互惠贸易协定(ART)谈判取得了实质性进展,在美方宣布对包括泰国在内的14个国家进行“301条款”结构性产能过剩调查之前,双方达成了一项关键结论。预计美方将于下周公布调查结果。
美国向泰国保证,在公布调查结果时,将给予泰国公平且具有竞争力的关税税率。此外,双方同意通过技术谈判小组加快解决具体问题。
“此次谈判已基本完成,仅剩一些细节需要讨论,协议措辞也需稍作修改。如果泰国能在有关产能过剩的301条款调查结果公布前完成ART谈判,那么泰国只需就两项问题缴纳进口关税:一是美国已宣布征收12.5%的强迫劳动关税,二是美国已宣布征收不超过19%的产能过剩关税。这将有助于泰国与周边国家竞争,保持泰国企业的竞争力,降低制造业、工业和农业部门的失业风险,并保障民众收入。”
苏帕吉女士表示,她此次访美的主要目的是加快《贸易协定条款循环协议》(ART)谈判的进程。她受泰国总理和内阁委派执行此项任务,并将与相关机构密切合作,以维护两国的长远利益。在访问美国之前,她一直密切关注谈判进展,并在2026年8月27日双方官员举行的技术会议上,与美国贸易代表进行了电话会谈,重申泰国致力于推动谈判达成最终协议。
泰国对美国的贸易顺差持续增长,因此美国利用关税作为工具,迫使泰国和其他拥有贸易顺差的贸易伙伴进行贸易再平衡谈判。此前,泰国曾根据《国际经济权力法》(IEEPA)被征收高达36%的对等关税,后在与美国发表联合声明后降至19%。这促成了2025年10月26日《贸易再平衡框架协议》(ART框架协议)的宣布。根据该协议,泰国同意增加从美国的商品进口,包括农产品、能源和飞机,并增加对美国的私营部门投资。
随后,尽管美国最高法院于2026年2月裁定根据《国际紧急经济权力法》(IEEPA)征收的关税非法,美国却援引第122条对所有国家征收10%的关税。由于第122条仅为临时性措施(不超过150天),美国又根据第301条对贸易伙伴启动了两项调查:一项涉及结构性产能过剩,另一项涉及未能禁止进口使用强迫劳动生产的商品。泰国是这两项调查的被调查国之一。最近,美国公布了关于强迫劳动的第301条调查结果,对泰国征收12.5%的关税。
“加快完成《泰国出口管制条例》(ART)对于保持泰国产品在美国市场的竞争力至关重要。美国是泰国最大的出口市场,出口额超过2.37万亿泰铢,为泰国提供了超过40万个就业岗位。这也有助于增强投资者对泰国的信心。”
ART是由美国与其存在贸易逆差的贸易伙伴共同推动的一项贸易协定框架。其目标是重新平衡各国之间的贸易,涵盖非关税贸易壁垒、数字贸易和商业机会等诸多方面。加入该协定的贸易伙伴有望从美国获得更低、更具竞争力的进口关税。
《泰叻报》编辑部。