เมื่อเทรนด์ท่องเที่ยวเปลี่ยนแต่สวัสดิภาพช้างต้องมาก่อน随着旅游业趋势的变化,大象福利必须放在首位。
มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทยเผยผลสรุปสถานการณ์ช้างภาคเหนือ จากการตรวจสุขภาพช้างประจำปี 2569 พบการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการท่องเที่ยวและผลกระทบต่อสวัสดิภาพช้าง

ขณะที่นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทยยืนยัน แม้ปัญหาสงคราม และ เงินบาทแข็งค่า ฉุดยอดนักท่องเที่ยวลดลง 20-25% แต่ปางช้างยังคงงบประมาณค่าอาหาร ยา และการรักษาพยาบาลช้างเต็มที่
เมื่อเทรนด์ท่องเที่ยวเปลี่ยนแต่สวัสดิภาพช้างต้องมาก่อน
ช้างพลายวัยขวบเศษในปางช้างแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พักอาศัยอยู่กับแม่ช้างในโรงเรือน โดยไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเจอ หรือ สัมผัสใกล้ชิด เป็นหนึ่งในมาตรการดูแลสุขภาพช้างเล็กวัยแรกเกิด ถึง 10 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยของช้างที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันโรค"เฮอร์ปีส์ไวรัส" โรคติดเชื้อไวรัสที่รุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก
นอกจากช้างเล็กแล้ว ช้างชราก็ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด หนึ่งในนั้นคือ พังบุญมา ช้างชราวัย 77 ปี ฉายา “แมมมอธเมืองไทย”จากลักษณะเด่น คือ ขนยาวบริเวณหน้าผากและลำตัว ซึ่งช่วงปีนี้ พังบุญมา เกิดอาการอ่อนแรงลุกขึ้นยืนเองไม่ได้ 2 ครั้ง ครั้งล่าสุดคาดว่าเกิดจากการนอนตะแคงแล้วมีการหมุนตัวขณะนอน ทำให้หัวอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติจนลุกไม่ขึ้น เมื่อทีมสัตวแพทย์และควาญช้างช่วยกันพยุงลุกขึ้นมาได้ ยายบุญมาก็ยังมีอาการอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด จึงต้องเร่งให้สารน้ำและวิตามินบำรุง
สัตวแพทย์หญิงพนิดา เมืองหงษ์ สัตวแพทย์ประจำคลินิกปางช้างแม่แตง
สัตวแพทย์หญิงพนิดา เมืองหงษ์ สัตวแพทย์ประจำคลินิกปางช้างแม่แตง เปิดเผยว่า ในพื้นที่ อ.แม่แตง มีปางช้างมากกว่า 30 ปาง แต่ปางช้างที่มีสัตวแพทย์ประจำ มีเพียง 3 ปางเท่านั้น ที่ผ่านมาคลินิกปางช้างแม่แตงจึงให้การดูแลสุขภาพให้กับช้างในปางอื่นๆ โดยพบว่าปัญหาสุขภาพทั่วไป คือ ระบบทางเดินอาหาร ที่มักพบอาการท้องอืดและท้องเสียในช่วงหน้าฝน ช้างมักชอบกินดินเพราะได้กลิ่นหอม แต่มักนำไปสู่การติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและท้องเสีย
ช่วงหน้าฝน ช้างจะชอบกินดินเข้าไป แต่ดินที่เขากินเข้าไปมันไม่ได้สะอาดมาก ก็เลยทำให้มีการติดเชื้อแล้วท้องเสีย ส่วนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมีมาก หากป้อนอาหารช้างมากเกินไปก็อาจส่งผลต่อสุขภาพ เช่น กินกล้วยเยอะมากเกินไป กล้วยก็อาจจะทำให้ท้องเสียได้เหมือนกัน หรือถ้ากินมากๆ ก็อาจจะมีแก๊สสะสม ทำให้ท้องอืดขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้นเราก็พยายามควบคุมปริมาณอาหารที่จะให้ช้างกิน
ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย (Asian elephant Foundation of Thailand)เปิดเผยสรุปสถานการณ์ช้างภาคเหนือจากการตรวจสุขภาพช้างประจำปี 2569 โดยมูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย Elephant Hospital, TECC Center of Elephant and Wildlife Health FVM CMU และ The Care Project Foundation - มูลนิธิ ช้างปันน้ำใจสู่ชาวดอย เข้าตรวจสุขภาพช้างภาคเหนือ ประจำปี 2569 ใน พื้นที่ จังหวัดลำปาง, เชียงราย และ เชียงใหม่ มีช้างที่ได้รับการตรวจสุขภาพทั้งหมด 720 เชือก ในพื้นที่ 97 ปาง/จุด
ประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสวัสดิภาพช้าง คือ การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการท่องเที่ยว ปางช้างส่วนใหญ่ยกเลิกการนั่งแหย่ง และหันมาทำกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ อาทิ สปาโคลน ป้อนอาหาร เดินป่า แต่บางแห่ง เป็นการทำปางแบบไม่ใช้ตะขอ ไม่มีโซ่ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมช้างได้เมื่อต้องรับการตรวจสุขภาพ
ขณะที่ข้อจำกัดของพื้นที่ และ รูปแบบของปางช้าง ช้างอาจไม่ได้ทำกิจกรรมและไม่มีพื้นที่ให้ออกกำลังกายมากนัก สิ่งที่จะส่งผลต่อสุขภาพช้าง คือช้างน้ำหนักเกิน เนื่องจากกินมากกว่าออกกำลังกาย ช้างท้องอืด เพราะกินผลไม้เยอะ กินอาหารไม่หลากหลาย ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงช้างเด็กเสี่ยงต่อโรคเฮอร์ปีส์ไวรัส
บพิตร ชัยเลิศ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย
บพิตร ชัยเลิศ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย เปิดเผยว่าธุรกิจปางช้างได้รับผลกระทบจากปัญหาสงคราม ส่งผลให้น้ำมันแพง ค่าตั๋วเครื่องบินสูงขึ้น ส่งผลกระทบทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเอง และกลุ่มทัวร์ ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าต้องจ่ายแพงขึ้น ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 20-25% เมื่อเทียบกับปี ก่อนหน้า แต่แม้รายได้จะลดลง แต่ปางช้างยังถือว่าสุขภาพช้างเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรกๆ และไม่มีการตัดลดงบประมาณค่าอาหาร ยารักษาโรค หรือ การทำหัตถการดูแลสุขภาพช้างลงแต่อย่างใด
ส่วนกรณีไม่ใช้โซ่และตะขอของบางปางช้าง นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทยระบุว่า ปางช้างในไทยประมาณ 90% มีการใช้โซ่และตะขอเพื่อการควบคุม ปางที่โปรโมตว่าเป็น "Sanctuary" หรือ "โลกสวย" เชื่อว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาด โดยย้ำถึงความจำเป็นของตะขอ ที่มีไว้สำหรับป้องกันอันตราย ทำให้สัตวแพทย์สามารถเข้าถึงและทำการรักษาได้อย่างปลอดภัย เพราะช้างที่ไม่ได้รับการฝึกใช้โซ่ตะขอ อาจไม่สามารถรับการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
มันคือวิธีการทำการตลาด เป็นภาพลักษณ์ในการนำเสนอนักท่องเที่ยว ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเหมือนเป็นการไปหลอกลวงนักท่องเที่ยวมากกว่า เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องให้ข้อมูล ให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องกับนักท่องเที่ยวว่าการใช้โซ่ ใช้ตะขอกับช้าง ไม่ได้ผิด มันคือการฝึกช้าง คือ การควบคุมและการป้องกัน
ถ้าช้างเจ็บป่วยขึ้นมา ช้างไม่ได้รับการฝึก หรือ ไม่สามารถใช้โซ่ใช้ตะขอ สัตวแพทย์จะไม่สามารถรักษาได้ เพราะช้างจะไม่อยู่นิ่ง แค่เราจะฉีดยา หรือ ให้น้ำเกลือ ก็ทำไม่ได้แล้ว ทำให้ภาพที่เราเคยคิดว่า ช้างที่ไม่ได้รับการใช้โซ่ ใช้ตะขอเนี่ย ดูเหมือนกับว่ามีอิสระ มีความสุข แต่จริงๆ แล้วสุขภาพช้างอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เราคิดก็ได้ เพราะว่าเขาไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง เนื่องมาจากสัตวแพทย์ไม่สามารถเข้าไปรักษาได้
นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย ยังเรียกร้องให้ภาครัฐ มีมาตรการในการตรวจสอบมาตรฐานปางช้าง หลังจากได้รับใบรับรองมาตรฐานแล้ว ควรมีการสุ่มตรวจปางช้างจริงจัง ขณะที่การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ของรัฐบาล หรือ ททท. ควรช่วยทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึงเหตุผลทางวิชาการและวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างแบบไทย ในเรื่องการใช้โซ่/ตะขอเพื่อความปลอดภัยและการรักษา แทนที่จะเอนเอียงไปตามกระแสตลาดต่างชาติเพียงอย่างเดียว
การนำเสนอข้อมูล ของ ททท.เพื่อชักชวนเชิญนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับช้างในประเทศไทย เราอาจจะต้องเสนอในแง่มุมเกี่ยวกับการใช้โซ่ ใช้ตะขอ วิธีการเลี้ยงช้างแบบไทย ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจ มากกว่าที่เราจะไปเอนเอียงและไปตามใจความคิดของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตอนนี้มันอาจจะทำให้ทุกคนแฮปปี้ เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่ผลกระทบในระยะยาวมันจะไปไม่รอด
เรายินดีที่จะช่วยให้ข้อมูลให้ความรู้ว่า ทำไมเราถึงต้องใช้โซ่ใช้ตะขอ เราก็ไม่ได้สนับสนุนการทารุณกรรมสัตว์อยู่แล้ว แต่มันมีเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลัง สิ่งที่เราต้องการคือนำเสนอมุมมองให้กับนักท่องเที่ยว ถ้ามันถูกต้องแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะคลี่คลาย รายได้สำหรับปางแต่ละปาง มันจะกลับมาเพื่อเลี้ยงดูช้าง ควาญ รวมถึงชุมชนรอบๆ ปางช้าง
รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่ออาวุโสข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ
มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย
泰国大象联合会主席证实,尽管战争和泰铢走强导致游客数量下降了 20-25%,但大象营地仍然获得了充足的资金,用于大象的食物、药品和医疗保健。
随着旅游业趋势的变化,大象福利必须放在首位。
在清迈府湄登县湄登大象营,一头一岁的雄性小象和它的母亲生活在象舍里,游客无法参观或近距离接触。这是为了保护0至10岁幼象的健康而采取的措施之一。幼象的成长阶段需要特别关注,以预防疱疹病毒——一种死亡率极高的严重病毒感染。
除了幼象,老年象也受到悉心照料。其中一头名叫Phang Boonma的77岁大象,因其额头和身上独特的长毛而被昵称为“泰国猛犸象”。今年,Phang Boonma身体虚弱,两次无法站立。最近一次据信是侧卧时翻身,导致头部位置低于正常,无法站立。即使兽医团队和驯象员帮助她站起来,Phang Boonma仍然明显虚弱,需要紧急补充液体和维生素。
兽医 Panida Muanghong,Mae Taeng 大象营诊所的兽医。
湄登大象营诊所的常驻兽医帕妮达·芒洪博士透露,湄登县有30多个大象营,但只有3个配备了常驻兽医。因此,湄登大象营诊所一直为其他营地的大象提供医疗服务。她指出,常见的健康问题包括消化系统疾病,尤其是腹胀和腹泻,尤其是在雨季。大象经常因为泥土的气味而吃土,但这往往会导致肠胃感染和腹泻。
雨季期间,大象喜欢吃泥土,但它们吃的泥土并不干净,容易导致感染和腹泻。旅游旺季期间,游客众多,过度喂食也会对大象的健康造成负面影响。例如,吃太多香蕉会导致腹泻、胀气和腹胀。因此,我们会尽量控制喂食量。
9月,泰国亚洲象基金会在其Facebook主页上发布了基于2026年度大象健康检查的泰国北部大象状况概述。此次健康检查由泰国亚洲象基金会与大象医院、TECC大象及野生动物健康中心(兽医学院)以及关爱项目基金会合作开展。检查范围涵盖南邦府、清莱府和清迈府,共计97个营地/地点检查了720头大象。
直接影响大象福利的一个关键问题是旅游模式的转变。大多数大象营地已经放弃了骑象项目,转而开展泥浆浴、喂食和丛林徒步等保护活动。然而,一些营地没有使用钩子或链条来控制大象,这使得在进行健康检查时难以控制它们。
由于空间限制和象营的设计,大象可能没有太多运动机会。影响它们健康的因素包括超重(由于过度进食)、腹胀(由于过量食用水果和饮食缺乏多样性)以及幼象感染疱疹病毒的风险。
泰国大象联合会主席 Bopit Chaijareon。
泰国大象联合会主席博皮特·柴加伦透露,战乱导致燃油价格和机票价格上涨,对大象营地造成了影响,无论是自由行游客还是旅行团都受到了冲击。泰铢升值也让游客感觉消费更高,导致游客数量比上一年下降了20%至25%。然而,尽管收入减少,大象营地始终将大象的健康放在首位,并未削减食物、药品或医疗保健服务的预算。
针对部分象营不使用铁链和钩子的说法,泰国大象协会主席表示,泰国约90%的象营都使用铁链和钩子进行控制。他认为,那些自诩为“保护区”或“美丽世界”的象营不过是营销噱头。他强调了钩子的必要性,钩子的设计旨在防止大象受伤,并方便兽医安全地进行治疗。未经训练的大象如果无法使用铁链和钩子,生病时可能无法得到及时治疗,从而导致长期的健康问题。
这是一种营销策略,一种向游客展示某种形象的方式,我认为这是错误的,因为它更像是欺骗游客。我们有责任向游客提供准确的信息,让他们明白用铁链和钩子拴住大象并没有错;这是大象训练、控制和保护的一部分。
如果一头大象生病了,而它又未经训练,无法被拴住或钩住,兽医就无法治疗它。大象不会乖乖待着不动,甚至连打针或输液都成了不可能。这扭曲了我们对大象的固有印象——它们没有被拴住或钩住,看起来自由自在、快乐无比。事实上,由于兽医无法治疗,它们得不到妥善的照料,健康状况可能并不像我们想象的那么好。
泰国大象协会主席呼吁政府采取措施,在象营获得认证后对其标准进行检查。他建议对象营进行彻底的随机检查。同时,政府或泰国旅游局(TAT)应帮助外国游客了解泰国象场使用链条/钩子进行安全和医疗护理的科学和文化原因,而不是仅仅受外国市场趋势的影响。
泰国旅游局(TAT)在吸引游客前往泰国与大象相关的景点时,或许应该更加关注大象饲养方面的因素,例如使用铁链和钩子等工具,而不是盲目迎合外国游客的意见。虽然这样做可能会在短期内带来游客数量的增长,但从长远来看,其后果将难以持续。
我们乐于帮助人们了解我们使用链条和钩子的原因。我们不支持虐待动物,但这样做有其背后的原因。我们希望向游客们阐明这一点。如果方法得当,一切都会好起来的。每个象营的收入都将用于支持大象、象夫以及象营周边的社区。
报道人:泰国公共电视台北部新闻中心高级记者 Payungsak Srivichai。
泰国大象基金会