เงินบาทซื้อขายกรอบ 33.30-33.85 กรุงศรีฯ เผย จับตาเฟด-เงินเฟ้อสหรัฐฯ据密切关注美联储和美国通胀数据的Krungsri银行称,泰铢兑美元汇率在33.30-33.85之间波动。
กรุงศรีฯ คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวกรอบ 33.30–33.85 บาท/ดอลลาร์ หลังอ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าสูงสุดรอบกว่า 1 ปี จับตารายงานประชุมเฟด-ตัวเลข ISM ทิศทางเงินทุนต่างชาติ หลังต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทยกว่า 3.68 หมื่นล้านบาท

วันนี้ 5 ต.ค.2569) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์ทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.85 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.55 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.45-33.71 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยดัชนีดอลลาร์แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯทำจุดสูงสุดใหม่ของวัฎจักร แม้ว่าข้อมูลเงินเฟ้อ PCE ที่ออกมาต่ำกว่าคาดจะช่วยลดการคาดการณ์ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเดือนตุลาคม ส่วนดัชนี ISM ภาคการผลิตลดลงในเดือนก.ย.แต่องค์ประกอบด้านราคาเพิ่มขึ้นและบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในห่วงโซ่การผลิตยังอยู่ในระดับสูง ทางด้านเงินยูโรแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 17 เดือน
ขณะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรฝรั่งเศสกับพันธบัตรเยอรมนีกว้างขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารายละเอียดงบประมาณของฝรั่งเศสที่ประกาศต่อรัฐสภาไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด ขณะที่นักลงทุนญี่ปุ่นลดการถือครองพันธบัตรฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 26,769 ล้านบาท และ 10,068 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะให้ความสนใจกับตัวเลข ISM ภาคบริการและรายงานประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย หลังข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรแย่กว่าคาด ทำให้นักลงทุนมองว่าเฟดอาจตัดสินใจคงดอกเบี้ยในเดือนนี้ ในขณะที่แรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกเริ่มส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยงและหนุนเงินฟรังก์สวิสซึ่งถูกมองว่าเป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัย ทางด้านเงินยูโรอาจเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
ขณะที่สหรัฐฯอาจห้ามส่งออกดีเซล ทั้งนี้ ยุโรปนำเข้าดีเซลจากสหรัฐฯคิดเป็นราว 32% ของการนำเข้าดีเซลทั้งหมด นอกจากนี้ การที่ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรฝรั่งเศสกับเยอรมันกว้างขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ตลาดลดคาดการณ์ต่อเส้นทางการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และมีความเสี่ยงที่อีซีบีอาจใช้มาตรการสนับสนุนตลาดพันธบัตรเพิ่มเติมหากความตึงเครียดลุกลาม
สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะติดตามเงินเฟ้อเดือนก.ย. ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานยอดดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนสิงหาคมเกินดุล 2.4 พันล้านดอลลาร์ พร้อมระบุประเด็นที่ต้องจับตา ได้แก่ วัฏจักรเทคโนโลยีและ AI สงครามและนโยบายการค้า มาตรการรัฐ ผลจากน้ำท่วมและเอลนีโญ รวมถึงการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว
เงินบาทซื้อขาย 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย" จับตาราคาน้ำมันโลก
“เงินบาท” วันนี้ 32.75-33.30 ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด
เงินบาทสัปดาห์นี้ 32.80-33.35 กรุงศรีฯเผยตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ
(2026年10月5日)泰国大城银行全球市场集团分析了本周泰铢的走势,指出泰铢兑美元汇率可能在33.30至33.85区间波动。相比之下,上周泰铢兑美元汇率收于33.55,盘中交易区间为33.45至33.71,跌至两个月来的最低水平。美元兑所有主要货币走强,美元指数达到2025年5月以来的最高水平。
尽管美国国债收益率创下周期新高,但低于预期的个人消费支出(PCE)通胀数据削弱了市场对10月份加息的预期。9月份ISM制造业指数有所下降,但价格分项指数上升,表明供应链通胀压力持续高企。欧元兑美元汇率触及17个月以来的最低水平。
法国和德国债券的收益率差显著扩大,表明市场对提交议会的法国预算细节并不满意。日本投资者继续减持法国债券。与此同时,外国投资者抛售了价值267.69亿泰铢的泰国股票和价值100.68亿泰铢的泰国债券。
本周市场概览中,Krungsri Global Markets认为市场将聚焦ISM服务业指数、美联储会议纪要以及几位美联储官员的讲话。鉴于非农就业数据弱于预期,投资者认为美联储本月可能维持利率不变。与此同时,全球债券市场的抛售压力加剧了汇率波动,给风险资产带来压力,并支撑了被视为避险货币的瑞士法郎。欧元可能面临持续的抛售压力。
尽管美国可能禁止柴油出口,但欧洲约有 32% 的柴油进口来自美国。此外,法国和德国债券收益率差的迅速扩大导致市场降低了对欧洲央行加息路径的预期,并增加了如果紧张局势升级,欧洲央行可能实施额外债券市场支持措施的风险。
就国内因素而言,市场将密切关注9月份的通胀数据,而泰国央行公布的8月份经常账户盈余为24亿美元。需要关注的关键问题包括科技和人工智能周期、贸易战及相关政策、政府措施、洪水和厄尔尼诺现象的影响,以及旅游业的复苏情况。
泰铢兑美元汇率为 33.00-33.60 泰铢,略微走弱,市场关注焦点集中在全球油价上。
泰铢今日兑美元汇率在32.75至33.30之间波动。市场正密切关注美国通胀数据,这将是美联储利率决策的关键因素。
据大京银行预测,本周泰铢兑美元汇率预计将在32.80至33.35之间波动,因为市场正在关注美国的就业数据。