← 返回新闻首页
泰国权威

กรมชลประทานตั้งศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต รับมือฝนระลอกใหม่

กรมชลประทานตั้งศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต ติดตามสถานการณ์ทุกลุ่มน้ำ รับมือฝนระลอกใหม่ เร่งระบายน้ำพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำภาคใต้ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ถึงนราธิวาส

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
为应对新一轮降雨,皇家灌溉部门已设立危机情况下的水资源管理协调中心。

วันนี้ (5 ต.ค.2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานขานรับข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กำชับให้เร่งบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมรับฝนที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ รวมทั้งแจ้งเตือนและรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือได้ทันสถานการณ์

กรมชลประทานจึงจัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569” เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการและประสานการบริหารจัดการน้ำ ติดตามและประเมินสถานการณ์ เพื่อให้สามารถสั่งการและปรับแผนบริหารจัดการน้ำได้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมกำชับทุกพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชน ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังให้เร่งระบายน้ำและเปิดทางน้ำให้น้ำไหลได้สะดวก

สำหรับสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา เวลา 06.00 น. วันนี้ สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มลดลง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ +17.32 เมตร รทก. ทรงตัว

แม้ปริมาณน้ำที่นครสวรรค์ลดลง แต่น้ำที่ไหลลงมาก่อนหน้านี้ยังทยอยมาถึงเขื่อน และ ยังมีน้ำสะสมเหนือเขื่อน จึงยังไม่สามารถลดการระบายได้ทันที โดยกรมชลประทานบริหารระดับน้ำเหนือเขื่อน ควบคู่กับการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกตามศักยภาพ เพื่อลดปริมาณน้ำที่ต้องไหลผ่านเขื่อนลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน

หากปริมาณน้ำจากนครสวรรค์ยังลดลงต่อเนื่อง คาดว่าจะคงการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีอีกประมาณ 2–3 วัน ก่อนทยอยปรับลด แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำท่าที่จะไหลเข้าสู่ระบบ หากฝนระลอกใหม่ทำให้ปริมาณน้ำตอนบนเพิ่มขึ้น จะปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ส่วนภาคใต้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไปถึงนราธิวาส ให้ติดตามฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด บริหารน้ำในอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทานให้เหมาะสม ตรวจสอบเส้นทางน้ำ ประตูระบายน้ำ และอาคารชลประทาน รวมถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่ไว้ในพื้นที่เสี่ยง เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดฝนตกหนักหรือน้ำท่วมขัง

ผู้ว่าฯ นครนายก ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงกรมชลฯ ของดระบายน้ำเข้าคลอง 14, 15, 16

กรมชลฯ ชี้น้ำเหนือยังหลาก ทำระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

ประกาศ ฉ.8 เตือน 51 จังหวัด-กทม.ฝนตกหนักถึงหนักมาก 5 ต.ค.

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻