สถานการณ์ "น้ำเจ้าพระยา" ดีขึ้น ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลงชั่วโมงละ 1-2 ซม.湄南河的情况有所改善;大坝上游的水位正以每小时 1-2 厘米的速度下降。
สทนช.เผยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงชั่วโมงละ 1-2 ซม. เล็งลดการระบายแบบขั้นบันได พร้อมเฝ้าระวังลุ่มน้ำเพชรบุรี รับมือฝนตกหนัก 11-12 ต.ค. ด้านลุ่มน้ำภาคตะวันออก มวลน้ำทะลักรอยต่อกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา เร่งผลักดันออกทะเล

วันนี้ (8 ต.ค.2569) เวลา 10.00 น. นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ โดยสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา มีแนวโน้มดีขึ้น แม้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงประมาณชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร
คาดว่า หากประเมินร่วมกับปริมาณฝนที่ตกลงมา อาจสามารถปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันระบายอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) โดยจะทยอยลดการระบายเป็นขั้นบันไดตามสถานการณ์
สำหรับปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำบางไทร อยู่ที่ประมาณ 2,100 ลบ.ม./วินาที โดยจากการตรวจสอบของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระดับน้ำในบางจุดยังต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 95 เซนติเมตร และบางจุดต่ำกว่าประมาณ 1.20 เมตร สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาจึงมีแนวโน้มคลี่คลายและระดับน้ำลดลง
ลุ่มน้ำแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 98.5 ของความจุอ่างฯ โดยมีการบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ฝนที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ และยังคงระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบริหารจัดการบริเวณเขื่อนแม่กลองตอนล่าง ปัจจุบันมีการระบายน้ำประมาณ 1,127 ลบ.ม./วินาที ขณะที่แม่น้ำแม่กลองบริเวณท้ายเขื่อนสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 1,300-1,500 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณตลิ่งฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งมีระดับต่ำกว่าฝั่งซ้าย
สำหรับ จ.เพชรบุรี ตามข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. คาดว่าจะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 10-12 ต.ค. โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์แล้ว
รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวถึงสถานการณ์ลุ่มน้ำภาคตะวันออก ซึ่งประกอบด้วย จ.ปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ว่า จากการคาดการณ์มีปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่ประมาณ 2,100 ล้าน ลบ.ม. หรือเกือบ 10 เท่าของความจุเขื่อนขุนด่านปราการชล โดยมวลน้ำส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่พื้นที่ด้านตะวันออก หรือฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง
เมื่อพิจารณาสัดส่วนของลุ่มน้ำ พบว่า ปริมาณน้ำจากลุ่มน้ำบางปะกงมีสัดส่วนประมาณ 4 เท่าของลุ่มน้ำปราจีนบุรีและนครนายก ขณะที่บริเวณลุ่มน้ำในพื้นที่ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะบริเวณคลองท่าลาด มีปริมาณน้ำประมาณ 2-3 เท่า อย่างไรก็ตามลักษณะภูมิประเทศบริเวณด้านตะวันออกของ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีภูเขาสูง ทำให้มวลน้ำเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว และถูกผลักข้ามแนวคันโครงการพระองค์ไชยานุชิต เข้าสู่พื้นที่รอยต่อระหว่างกรุงเทพฯ และ จ.ฉะเชิงเทรา
จากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของยุโรปล่าสุด เมื่อวันที่ 2 ต.ค. พบว่า มวลน้ำบางส่วนถูกผลักเข้ามาอยู่ในพื้นที่ระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา กับกรุงเทพฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับให้บริหารจัดการและระบายน้ำอย่างไร้รอยต่อ โดยเริ่มตั้งแต่พื้นที่นครนายก องครักษ์ และบางส่วนของบางน้ำเปรี้ยว รวมถึงพื้นที่ระหว่างแนวคันโครงการพระองค์ไชยานุชิต
ทั้งนี้ ได้ประสานงานร่วมกับ กทม.และ จ.สมุทรปราการ โดยกรมชลประทานจะบริหารจัดการและเร่งผลักดันน้ำลงสู่คลองชายทะเลให้เร็วที่สุด ขณะที่บริเวณคลองชายทะเล ได้เร่งสูบน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในระดับต่ำ ส่วนคลองสำโรง หน่วยงานท้องถิ่นและ อบจ.สมุทรปราการ ได้เร่งระบายน้ำเช่นกัน เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำจากพื้นที่โดยรอบ
เมื่อ กทม.บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ได้แล้ว จะสามารถเปิดรับน้ำบางส่วน เพื่อช่วยระบายน้ำจากพื้นที่รอยต่อได้เพิ่มเติม ขณะที่พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงใน จ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ บางคล้า บางน้ำเปรี้ยว บ้านโพธิ์ และราชสาส์น จะเร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำประมาณ 4 จุด พร้อมเร่งสูบน้ำในพื้นที่สำคัญ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชน
นายไพฑูรย์ กล่าวอีกว่า แม้ปริมาณน้ำในปี 2569 จะมากกว่าปี 2556 แต่เนื่องจากมวลน้ำส่วนหนึ่งถูกผลักเข้าสู่พื้นที่ระหว่างกรุงเทพฯ กับ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตะวันตกของ จ.ฉะเชิงเทรา ส่งผลให้ระดับน้ำสูงสุดคาดว่าจะต่ำกว่าปี 2556
อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาระบายน้ำออกจากพื้นที่ จึงได้ระดมกำลังและทรัพยากรของทุกหน่วยงานลงพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนใน จ.ฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง
เตือน 23 จังหวัดและ 3 เขตใน กทม.เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ท่วมขัง 10-12 ต.ค.
ปภ.รายงานน้ำท่วม 21 จังหวัด รวม กทม. กระทบ 3 ล้านคน - ปราจีนฯ ตาย 19 คน
รัฐบาลย้ำชัด "แฟลตคลองจั่น" ได้เงินเยียวยา "น้ำล้อม" ตามเกณฑ์
今天(2026年10月8日)上午10点,国家水资源办公室(NWRO)副秘书长派通·肯坎昌先生就水资源管理和各地水情发表了讲话。他指出,湄南河水情正在好转,尽管平河水位可能略有上升。然而,湄南河大坝上游的水位正以每小时约1-2厘米的速度下降。
考虑到降雨量,预计湄南河大坝目前的泄洪量为每秒 2350 立方米(m³/s),可能会根据情况分阶段逐步减少。
在邦赛水位监测站,水流量约为每秒2100立方米。据曼谷市政府(BMA)称,部分河段水位低于河岸约95厘米,其他河段水位低于河岸约1.20米。因此,湄南河水位预计将有所下降,水位也将随之降低。
在湄公河流域,哇集拉隆功大坝的蓄水量约为总容量的98.5%。水资源管理正根据气象部门的降雨预报进行,并持续放水。与此同时,下游湄公河大坝的管理工作也在同步进行。目前,大坝的放水量约为每秒1127立方米。大坝下游的湄公河可容纳约每秒1300至1500立方米的水量。由于湄公河右岸水位低于左岸,因此需要对其进行特别监测。
据气象部门和水资源信息研究所(公共机构)预测,10月10日至12日,佛丕府将出现强降雨。府尹和相关部门已做好应对准备。
国家水资源办公室副秘书长讨论了东部河流流域(包括巴真府、那空那育府和北柳府)的情况。他指出,据估计,将有约21亿立方米的水流入该地区,几乎是坤丹普拉坎琼大坝库容的十倍。这些水的大部分将流入邦巴功河的东岸,即左岸。
考虑到流域面积比例,邦巴功河盆地的水量约为巴真府和那空那育河盆地的四倍。同时,北柳府地区,特别是孔塔拉特附近地区的水量约为其两到三倍。然而,北柳府东部的山地地形导致水流迅速,并被推过帕翁猜亚努吉特水利工程堤坝,流入曼谷与北柳府交界地区。
10月2日对欧洲最新卫星图像的分析显示,部分洪水已涌入北柳府和曼谷之间的区域。总理已指示从那空那育府、翁卡拉府、邦南坡府部分地区以及帕翁猜亚努吉工程堤坝沿线地区开始,无缝开展水资源管理和排水工作。
这项工作正与曼谷和北榄府协调进行。皇家灌溉厅将尽快管理并加快向沿海运河排水。同时,沿海运河正在快速抽水以维持较低的水位。在三隆水道,地方当局和北榄府行政组织也在加快排水,以便该地区能够接收来自周边地区的水源。
一旦曼谷控制住本地区的水情,便可开启部分水坝,帮助排出邻近地区的积水。与此同时,在北柳府邦巴功河流域(包括邦克拉、邦南坡、班坡和拉差山等地),将加快安装约四台水泵,并加大重点区域的抽水力度,以防止和减轻对公众的影响。
派通先生进一步表示,虽然 2026 年的水量将大于 2013 年,但由于一部分水体被推入曼谷和北柳府之间的区域,特别是北柳府的西部,预计峰值水位将低于 2013 年。
然而,仍需时间才能将该地区的水排干。因此,所有机构已全力调动资源,援助仍受洪水侵袭的北柳府、那空那育府和巴真府的民众。
10月10日至12日,曼谷23个府和3个区发布洪水预警,可能发生突发性洪水和持续性洪水。
泰国防灾减灾厅报告称,包括曼谷在内的21个府发生洪灾,影响人数达300万。其中,巴真府已有19人死亡。
政府重申,“Khlong Chan Flats”的居民将根据既定标准获得“洪水损害”赔偿。