← 返回新闻首页
网络安全官方

CISA เตือนกลุ่ม SafePay Ransomware โจมตีองค์กรโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วโลกกว่า 600 แห่ง - Thailand Computer Emergency Response Team (ThaiCERT)

578/69 (IT) ประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 สำนักงาน

ThaiCERT查看原文 ↗
美国网络安全和基础设施安全局 (CISA) 警告称,SafePay 勒索软件组织已攻击全球 600 多个关键基础设施机构。——泰国计算机应急响应小组 (ThaiCERT)

578/69 (IT) ประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569

สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐอเมริกา (CISA) ร่วมกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ (USSS) สำนักงานตำรวจอาชญากรรมแห่งรัฐไรน์ลันด์-พฟัลซ์ ประเทศเยอรมนี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหราชอาณาจักร ได้เผยแพร่ประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับกลุ่ม SafePay Ransomware ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่ม Ransomware ที่มีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 กลุ่มดังกล่าวได้โจมตีองค์กรอย่างน้อย 600 แห่งในหลายภาคส่วนของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ครอบคลุมทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และออสเตรเลีย ทั้งนี้ CISA เตือนว่าการจ่ายค่าไถ่ไม่ได้รับประกันว่าจะสามารถกู้คืนไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสได้ และแนะนำให้องค์กรที่ได้รับผลกระทบรายงานเหตุการณ์ต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย

จากข้อมูลการสอบสวนพบว่า กลุ่ม SafePay ใช้หลายวิธีในการเข้าถึงระบบเป้าหมายในระยะแรก เช่น การใช้ Credential ที่รั่วไหล การโจมตีแบบ Brute Force เพื่อคาดเดา Password การใช้บัญชีที่ได้จาก Phishing และการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบ VPN, Firewall และอุปกรณ์ Edge Device ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต โดยพบการเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้องกับบริการ VPN ของ Mullvad ในกิจกรรมการโจมตีด้วย นอกจากนี้ ผู้โจมตียังใช้ Automated Script เพื่อค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ทราบแล้ว ก่อนดำเนินการเคลื่อนย้ายภายในเครือข่าย (Lateral Movement) เพื่อขยายการเข้าถึงระบบ รวมถึงอาจขัดขวางกระบวนการกู้คืนข้อมูลด้วยการลบ Shadow Copy และ Reset อุปกรณ์ Network-Attached Storage (NAS) ที่ใช้จัดเก็บ Backup เพื่อลดโอกาสที่องค์กรจะสามารถกู้คืนระบบได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าไถ่

SafePay เริ่มปรากฏตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 โดยดำเนินงานเป็นกลุ่ม Ransomware แบบปิดที่ไม่ได้ใช้รูปแบบ Affiliate และมีพฤติกรรมโจมตีแบบ Double Extortion ซึ่งจะขโมยข้อมูลสำคัญขององค์กรก่อนเข้ารหัสระบบ จากนั้นข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลที่ขโมยมา หากเหยื่อไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ โดยจำนวนเหยื่อที่แท้จริงอาจสูงกว่าที่ปรากฏบน Leak Site เนื่องจากกลุ่มมักเผยแพร่รายชื่อเฉพาะองค์กรที่ไม่ยอมจ่ายค่าไถ่ ทั้งนี้ CISA และหน่วยงานพันธมิตรแนะนำให้องค์กรเร่งอัปเดตระบบ โดยเฉพาะช่องโหว่ใน VPN, Firewall และ Edge Device ที่อยู่ในบัญชี Known Exploited Vulnerabilities (KEV) จำกัดสิทธิ์ Administrator และการใช้งานเครื่องมือบริหารจัดการระบบ บังคับใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) และมาตรการ Identity, Credential and Access Management (ICAM) รวมถึงตรวจสอบ Indicators of Compromise (IoC) และ Tactics, Techniques and Procedures (TTPs) ที่เผยแพร่ในประกาศ เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่ม SafePay

แหล่งข่าว : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/cisa-and-fbi-safepay-ransomware-has-hit-over-600-critical-infrastructure-organizations/

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻