เปิด กม. "ที่ราชพัสดุ" ทหารปล่อยเอกชนทำ "สนามวิ่งเทรล" ได้หรือไม่ ?军方能否允许私营公司在国有土地上修建越野跑道?
จากกรณีแถลงข่าวของ บุ๋ม-ปนัดดา ปมที่ดิน 100 ไร่ จ.นครนายก ในพื้นที่ มทบ.12 นำไปสู่คำถามว่า ที่ราชพัสดุในการดูแลของทหาร เอกชนมีสิทธิ์เข้าไปครอบครองหรือเช่าทำธุรกิจได้หรือไม่ ? เจาะข้อกฎหมายกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจน

วันนี้ (27 ต.ค.2569) จากกรณีที่ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม พิธีกร นักแสดงชื่อดัง และ ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงประเด็นเรื่องส่วนตัว รวมถึงการสลายข้อสงสัยกรณีที่ดินกว่า 100 ไร่ ในพื้นที่ ต.ศรีสะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก
ซึ่งถูกระบุว่ามีความเกี่ยวโยงกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ของมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12 นครนายก) โดยพื้นที่บางส่วนถูกนำไปเปิดให้บริการเป็นสนามวิ่งเทรลและลานกางเต็นท์เชิงพาณิชย์ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเกี่ยวกับความถูกต้องทางกฎหมายในการถือครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ
จากการตรวจสอบโครงสร้างทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติของราชการไทย พบว่า พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562 ในมาตรา 6 ได้กำหนดนิยามไว้อย่างชัดเจนว่า ที่ราชพัสดุหมายถึงอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทรัพย์สินของรัฐทุกชนิด ดำเนินการโดยกระทรวงการคลัง ผ่านกรมธนารักษ์ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย 100%
ในกรณีของหน่วยงานทหาร รวมถึง มทบ.12 นครนายก กฎหมายกำหนดให้มีสถานะเป็นเพียง "ผู้ใช้ประโยชน์" หรือ "ผู้ปกครองดูแล" เพื่อปฏิบัติภารกิจทางราชการ ทหาร และความมั่นคงของชาติเท่านั้น
ตามความในมาตรา 19 และมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562 ซึ่งระบุว่าส่วนราชการที่ได้รับอนุมัติให้ใช้ที่ราชพัสดุมีหน้าที่ดูแลบำรุงรักษาและใช้ประโยชน์ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ทำความตกลงไว้กับกรมธนารักษ์
ดังนั้น หน่วยงานทหารจึง ไม่มีสิทธิในการโอน เปลี่ยนมือ ขาย จำนอง หรือมอบสิทธิการครอบครอง 100% ให้แก่เอกชนหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้เลยโดยเด็ดขาด
สำหรับประเด็นที่ว่า เอกชนสามารถเข้าไปเช่าหรือทำประโยชน์เชิงพาณิชย์ เช่น สนามวิ่งเทรล หรือลานกางเต็นท์ ได้หรือไม่นั้น ทางข้อกฎหมายระบุว่า การจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุจากบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ จะต้องดำเนินงานภายใต้กฎกระทรวงการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2564 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการคัดเลือกเอกชนเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2566 ซึ่งวางหลักการไว้ดังนี้
1. กองทัพไม่มีอำนาจอนุมัติสัญญาเช่าการพาณิชย์ได้เอง หากหน่วยงานทหารเห็นว่าพื้นที่บางส่วนหมดความจำเป็นในทางยุทธการ และประสงค์จะนำมาจัดหาประโยชน์เพื่อเป็นสวัสดิการหรือการท่องเที่ยว
ทหารจะต้องทำหนังสือขอเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินและขอความเห็นชอบไปยังกรมธนารักษ์ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้รับมอบอำนาจของกรมธนารักษ์ในส่วนภูมิภาค ก่อนทุกครั้ง
2. ขั้นตอนของเอกชน เอกชนที่ต้องการใช้พื้นที่ ต้องยื่นคำร้องผ่านขั้นตอนการประมูลหรือการคัดเลือกตามระเบียบของกรมธนารักษ์ เพื่อทำสัญญาเช่าที่ราชพัสดุโดยตรงกับกรมธนารักษ์ และชำระค่าเช่าหรือค่าธรรมเนียมเข้ากระทรวงการคลังตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
3. กรณีสวัสดิการภายในกองทัพ หากเป็นการจัดกิจกรรมเชิงสวัสดิการข้าราชการทหาร เช่น การจัดงานวิ่งชั่วคราว กองทัพสามารถเป็นผู้จัดร่วมหรืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ชั่วคราวได้ แต่ต้องไม่เป็นการมอบสิทธิการครอบครองถาวรให้เอกชน
และหากมีการจัดเก็บรายได้เชิงพาณิชย์เป็นกิจจะลักษณะ ก็ยังคงต้องนำส่งรายได้หรือทำความตกลงเรื่องค่าตอบแทนตามระเบียบกระทรวงการคลังเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ ในกรณีพื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก หากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็น "เขตป่าสงวนแห่งชาติ" ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 การเข้ามาใช้ประโยชน์จะมีข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นไปอีก เนื่องจากพื้นที่ป่าสงวนฯ กรมป่าไม้เป็นผู้ดูแล
และหากทหารไม่ได้ขออนุญาตใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้อย่างถูกต้องตามมาตรา 13/1 หรือมาตรา 16 กองทัพก็ไม่สามารถนำพื้นที่ป่าไปให้เอกชนทำกิจกรรมใด ๆ ได้ทั้งสิ้น และเอกชนไม่สามารถอ้างสิทธิ์ครอบครองได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
สรุปข้อกฎหมายในกรอบของรัฐคือ เอกชนไม่มีทางได้สิทธิครอบครอง 100% ในที่ราชพัสดุของทหาร มทบ.12 นครนายก การอ้างสิทธิ์หรือการเข้าไปใช้พื้นที่ทำธุรกิจสนามวิ่งเทรลโดยไม่มีสัญญาเช่าที่อนุมัติโดยกรมธนารักษ์ ถือเป็นการบุกรุกและใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2562
ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการคัดเลือกเอกชนเพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาไม่เกินห้าร้อยล้านบาท พ.ศ.2566
ระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการจัดหา ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์ที่ดินในราชการทหาร พ.ศ.2555
พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เปิดตัว “โซลาร์ภาคประชาชน” 1 ล้านครัวเรือน PEA–MEAหนุนใช้พลังงานสะอาด
"บุ๋ม ปนัดดา" เปิดใจเพิ่งรู้เรื่องที่ดินนครนายกของสามี โชว์สัญญาซื้อขาย
ครม.ไฟเขียว 3 โครงการเกษตร ใช้งบจีนหนุนเพิ่มรายได้ ลดภัยแล้ง–ลดเผา
今天(2026 年 10 月 27 日),著名电视主持人、演员兼善行基金会主席 Panadda Wongphudee 女士(又名 Boom)举行新闻发布会,澄清个人问题,并回应有关那空那育府 Ban Na 县 Sri Sa-ang 街道 100 多莱土地的疑问。
这个问题已被确定与第十二军区(那空那育府)的土地利用有关,一些地区被开放为越野跑道和商业露营地,引发了社会对土地所有权和国有土地利用合法性的批评。
对泰国法律结构和法规的考察表明,《2019 年国家财产法》第 6 条明确规定,“国家财产”是指国家拥有的所有类型的房地产,由财政部通过国库厅管理,国库厅在泰国拥有 100% 的所有权。
对于包括那空那育府第十二军区在内的军事单位,法律规定它们仅具有“使用者”或“守护者”的地位,只能执行官方军事任务和国家安全目的。
根据佛历 2562 年(2019 年)《国家财产法》第 19 条和第 20 条的规定,经批准使用国家财产的政府机构有义务按照与财政部商定的目标维护、照管和利用国家财产。
因此,军事机构绝对没有权利将所有权转移、变更、出售、抵押或100%授予任何私人个人。
关于私营公司是否可以租赁或利用国有土地进行商业活动(例如修建越野跑道或露营地)的问题,法律规定,非政府机构的外部实体取得国有土地必须按照《2564 年(2021 年)国有土地征用部长条例》和《2566 年(2023 年)国有土地征用私营公司遴选财政部条例》进行,这两项条例规定了以下原则:
1. 军方无权单方面批准商业租赁协议。如果某个军事单位认为某些区域不再具有战略必要性,并希望将其用于福利或旅游用途,则可以这样做。
军人变更土地用途必须事先向财政部或省长(财政部在该地区的授权代表)提交书面申请并获得批准。
2. 私营部门程序:希望使用土地的私营实体必须按照财政部的规定,通过招标或遴选程序提交申请,以便与财政部签订直接租赁协议,并按法律规定的费率向财政部支付租金或费用。
3. 关于军队内部的福利活动,如果涉及军人福利活动,如临时跑步活动,军队可以共同组织或允许使用临时场地,但不得授予私人实体永久所有权。
如果商业收入是按正规程序征收的,则该收入仍须按照财政部的规定上缴或签订补偿协议。
此外,就那空那育府班纳县而言,如果该地区被认定为根据佛历 2507 年(1964 年)《国家森林保护区法》划定的“国家森林保护区”,则对其使用的限制将更加严格,因为皇家森林部负责其管理。
如果军方没有按照第 13/1 条或第 16 条的规定从林业部门获得适当的许可来使用土地,军队就不能允许私人公司在森林地区进行任何活动,私人公司也不能声称拥有合法所有权。
总之,根据国家法律框架,私人永远无法获得属于军队的国有土地的100%所有权,特别是位于那空那育府的第十二军区的土地。未经财政部批准的租赁协议,擅自声称拥有土地所有权或将其用于越野跑业务,均构成非法侵入和非法使用国有土地。
国家财产法 佛历 2562 年(2019 年)
财政部关于选择私营部门机构利用价值不超过五亿泰铢的国有资产的规定,佛历2566年(2023年)。
国防部关于军事用途土地的获取、管理、维护、保养和利用的规定,佛历2555年(2012年)。
《国家森林保护区法》佛历 2507 年(1964 年)及其修正案,自然资源与环境部林业司。
“全民太阳能发电”计划已启动,惠及 100 万户家庭;PEA 和 MEA 支持使用清洁能源。
“Boom Panadda”坦言自己最近才得知丈夫在Nakhon Nayok拥有一块土地,并展示了销售合同。
内阁批准了三个由中国投资资助的农业项目,旨在提高收入、缓解干旱和减少焚烧。