"โครงการโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย“‘社区太阳能项目’从长远来看可以降低电费:谁受益,谁受损?”
“ไม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ไม่อยากเป็นหนี้เพิ่ม รัฐจ่ายให้ 5 หมื่นก็จริง แต่ก็ต้องกู้เพิ่มอยู่ดีอีก 9 หมื่น ระยะยาวอาจไม่คุ้ม เพราะต้องมีค่าบำรุงรักษาจากการเสื่อมสภาพ แม้จะบอกว่าขายไฟคืนให้กฟภ.ได้.. แต่บ้านปกติทั่วไปไม่ได้ใช้ไฟเยอะ จ่ายค่าไฟเต็มที่ไม่เ

“ไม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ไม่อยากเป็นหนี้เพิ่ม รัฐจ่ายให้ 5 หมื่นก็จริง แต่ก็ต้องกู้เพิ่มอยู่ดีอีก 9 หมื่น ระยะยาวอาจไม่คุ้ม เพราะต้องมีค่าบำรุงรักษาจากการเสื่อมสภาพ แม้จะบอกว่าขายไฟคืนให้กฟภ.ได้.. แต่บ้านปกติทั่วไปไม่ได้ใช้ไฟเยอะ จ่ายค่าไฟเต็มที่ไม่เกินเฉลี่ยไม่เกิน1- 2 พันบาท/เดือน แล้วคนต่างจังหวัด 2 ทุ่มก็ปิดไฟนอนแล้ว....ปีนี้เจอทั้ง ท่วม นาล่ม ไม่มีราย ได้ มีแต่หนี้ แค่นี้ชีวิตก็กรอบเป็นเป็นข้าวเกรียบแล้ว” ชาวบ้านรายหนึ่ง ระบายความรู้สึกผ่านสายโทรศัพท์ เมื่อถูกถามถึงการเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน
หลายวันนี้ โครงการดังกล่าวถูกนำไปเป็นประเด็นถกเถียงในวงสภากาแฟ และร้านก๋วยเตี๋ยวประจำหมู่บ้านว่า แม้รัฐจะจ่ายเงินสนับสนุนโซลาร์ภาคประชาชน แต่ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯอาจจะเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ที่ใช้ไฟเยอะ หรือบ้านที่เปิดเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ แต่สำหรับครัวเรือนขนาดเล็ก มีผู้อยู่อาศัยเพียง 2-3 คน คงไม่จำเป็นมากนัก
เปิดตัว “โครงการโซลาร์ภาคประชาชน” ได้แค่ไม่กี่วัน รัฐบาลก็ถูกวิพากวิจารณ์เสียงขรมว่า “เอื้อประโยชน์”กลุ่มทุนใหญ่ แม้จุดหมายต้องการให้ครัวเรือนทั่วประเทศติดตั้งโซลาร์ใช้ไฟฟ้าเอง ขายส่วนที่เหลือคืนการไฟฟ้า นำไปสู่การใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในอนาคต ลดการอุดหนุนราคาพลังงาน แต่ไม่วายถูกตั้งคำถาม ปลายทางสุดท้ายใครได้ประโยชน์ แม้ขณะนี้จะมีผู้ลงเทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 56,000 หลังคาเรือนแล้วก็ตาม
"โครงโซลาร์ภาคประชาชน" ลดภาระค่าไฟ "ระยาว" ใครได้-ใครเสีย
หลังรัฐบาลออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยมีการจัดสรรงบประมาณ 2 แสนล้านบาทหลัง ด้วยการกันเงินออกมา 5 หมื่นล้านบาท เพื่อทำโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หรือ อุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เป้าหมาย ครอบคลุมประมาณ 1 ล้านครัวเรือน ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าติดตั้งให้หลังคาเรือนละ 5 หมื่นบาท เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.2569 - 31 ม.ค.2570 และจะปิดรับเมื่อสิทธิหรือวงเงินครบ
อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดตัวโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ตอนหนึ่งว่า จากการประเมินเบื้องต้น โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนได้มากกว่า 24,500 ล้านบาทต่อปี และเม็ดเงินจำนวนนี้จะหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ
โครงการนี้ แม้รัฐจะช่วยสนับสนุนการติดตั้งหลังคาเรือนละ 5 หมื่นบาท แต่มีเงื่อนไขว่า “ผู้เข้าร่วมโครงการ” ต้องสำรองจ่ายให้ผู้รับเหมาเต็มจำนวนก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจะโอนเงินสนับสนุน เข้าบัญชีพร้อมเพย์เป็นรอบรายเดือน โดยการออกแบบโซลาร์รูฟ ขนาด 5-10 เมกกะวัตต์ มาตรฐานราคาติดตั้งจะอยู่ที่ 1.4 แสนบาท
กรณีที่ประชาชนไม่มีเงินจ่าย “ส่วนต่าง” ที่เหลืออีก 9 หมื่นบาท สามารถกู้เงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารรัฐ 3 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) ซึ่งจะปล่อยกู้เงินระยะยาวให้ 7 ปี และยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วม ฯ นำไฟฟ้าส่วนเกินขายกลับไปให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อจ่ายค่างวดให้กับธนาคารที่ปล่อยกู้ได้
พลัน ! ที่โครงการดังกล่าวเปิดตัว ผู้ประกอบการ SME หรือ Vendor ทั้งรายย่อยและรายใหญ่ทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย ซึ่งลงทะเบียนไปแล้ว ต่างทยอยประกาศถอนตัวผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กตั้งแต่ช่วงวันที่ 27-29 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลกฟภ.-กฟน. แจกจ่ายคู่มือ HANDBOOK คู่มือโครงการโซลาร์ภาคประชาชน สำหรับ Vendor หรือผู้ประกอบการ ทั้งเพจ ชัยวัฒน์ โซลาเซลล์ , โซลาร์ฮับ , เวย์ โซลาร์ ฯลฯ เมื่อรับทราบ “เงื่อนไข” ในวันเปิดตัวโครงการ
โดยเฉพาะเงื่อนไข ข้อ 3.3 หลักประกันและประกันภัย ที่ผู้ประกอบการรายย่อยเห็นว่าอาจไม่คุ้ม เพราะทันทีที่เข้าไปรับงานบ้านหลังหนึ่งต้องวางเงินประกัน 5 หมื่นบาท ภายใน 6 เดือนเพื่อติดตั้งให้แล้วเสร็จ และหากส่งงานไม่ทันก็จะถูกยึด Bank Guarantee07’ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของบริษัทขนาดเล็กหรือ SMEs ที่ไม่มีเงินทุนสำรองมากพอที่จะนำไปใช้เป็น Bank Guarantee ได้
นอกจากนี้ยังต้องวางหลักประกัน ความชำรุดบกพร่องของงานติดตั้ง การจัดให้มีประกันอัคคีภัยและการให้บริการบำรุงรักษาและทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์” อีก 1 หมื่นบาท ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมระบบต่อผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า ครอบคลุมสัญญาเป็นเวลา 7 ปี ตามข้อกำหนดของ กฟน.และ/หรือ กฟภ.
ดังนั้นหาก Vendor หรือผู้ประกอบการรายใดที่รับติดตั้งเข้าร่วมโครงการนี้ และรับงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปพร้อมกัน 100 หลัง ก็จะต้องมีเงินเงินค้ำประกันถึง 1 ล้านบาท/ปี โดยเงินจำนวนนี้จะถูกการไฟฟ้าเก็บไว้เป็นเงินประกันนานถึง 7 ปี ถือเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อบริษัทที่รับติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กและ SMEs ไม่มีเงินทุนสำรองที่จะใช้เป็นเงินประกันในเวลานานได้
ขณะที่ พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ยืนยันว่า ไม่มีการผูกขาดกลุ่มทุนใด ๆ เพราะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ประชาชนสามารถเลือกผู้ประกอบการหรือ Vendor ของตัวเองได้เอง รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้จัดหาให้ และในแต่ละจังหวัดอาจมี Vendor อยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ต้องทำ Bank Guarantee หรือหนังสือค้ำประกัน ยืนยันว่าหากผู้ประกอบการดำเนินการแล้วเสร็จ การไฟฟ้าจะคืนให้ทันที
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ มีประชาชนเข้าร่วมหลายรูปแบบ บางคนมีกำลังจ่ายส่วนต่าง ไม่จำเป็นต้องกู้ ส่วนกลุ่มที่มีกำลังไม่พอ ก็จะมีธนาคารรัฐให้วงเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เป็นเวลา 7 ปี สาเหตุที่ต้องทำประกันไว้ เพราะเกรงว่าหากการติดตั้งมีปัญหา เรื่องคุณภาพของแผงโซลาเซลล์ หลวม หลุด ทำให้ใช้ไฟฟ้าไม่ได้ จะไม่มีผู้รับผิดชอบ
“ประเด็นการสร้างหลักประกัน เราไม่ต้องการให้ผู้ประกอบการทิ้งลูกค้า ส่วนทำไมต้องตั้งเงื่อนไขวงเงินค้ำประกันภายใน 6 เดือน เนื่องจากกลัวว่า หากมีเวนเดอร์รับงานแล้วไม่ติดตั้งจะทำอย่างไร แต่ถ้าเขาติดตั้งระบบเสร็จเวนเดอร์ทุกรายก็จะได้เงินทันที ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย เพื่อให้มีเงินไปต่อยอดทำหลังคาเรือนอื่นต่อไป”
ความยากของโซลาร์รูฟท็อป ไม่ใช่การติดตั้งบนหลังคา แต่ยากที่ระบบเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าหลัก เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วก็จะได้รับอนุญาตให้ระบบเข้าการไฟฟ้าเพื่อการขายไฟ หลายฝ่ายกังวลกว่าการไฟฟ้าจะอนุมัติ จะต้องใช้เวลานาน 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งปัญหาดังกล่าวรัฐบาลรับทราบแล้ว จึงแจ้งไปยัง 32 หน่วยในสังกัดของกฟผ.-กฟน.ทั่วประเทศว่า หลังติดตั้งเสร็จต้องสามารถเชื่อมต่อได้ภายใน 7 วัน
ส่วนข้อสังเกตประเด็น ผู้ประกอบการหรือ Vendor ที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นบริษัทใหญ่ บริษัทลูก หรือในเครือของการไฟฟ้าที่จะได้ประโยชน์นั้น รมช.มหาดไทย บอกไม่จริง ยืนยันโครงการเอื้อต่อทุกบริษัท โดยเฉพาะ SME เพราะธนาคารรัฐมีดอกเบี้ยพิเศษให้เวนเดอร์ ขอสินเชื่อต่อยอดทำธุรกิจได้ อีกทั้งโครงการ Solar Rooftop ประชาชนเลือก Vendor ด้วยตัวเอง การไฟฟ้าไม่ได้เลือกให้
ขณะที่ พรชัย มาระเนตร์ ทีมงานนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีเงื่อนไขการบังคับซื้อประกันภัยและบำรุงรักษาอุปกรณ์ฟรียาวนาน 7 ปี หรือการวางเงินค้ำประกันสัญญาสูงถึง 50,000 บาทช่วงรอส่งมอบงาน และค้ำประกันงานอีก 10,000 บาทต่อเนื่อง 7 ปี ซึ่งเงื่อนไขที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนส่วนเพิ่มทันทีเกือบ 20,000 บาทต่อหลังคาเรือน ส่งผลกระทบให้ผู้รับเหมาต้องลดต้นทุน ไม่สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงได้ เพราะต้องนำงบไปแบกรับภาระเงื่อนนี้
“นอกจากนี้ ยังพบความย้อนแย้งเชิงนโยบายอย่างชัดเจน เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติงบประมาณกว่า 970 ล้านบาท ให้กระทรวงพลังงานนำไปฝึกอบรมและพัฒนาแรงงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 32,000 ตำแหน่ง แต่ทางปฏิบัติ หลักเกณฑ์ที่กระ ทรวงพลังงานและการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งกำหนดขึ้น เป็นการปิดกั้นช่างชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีอยู่นับหมื่นคนไม่ให้สามารถเข้าถึงงานได้จริง”
ขณะที่ประชาชนในต่างจังหวัดหรือพื้นที่ห่างไกลก็ไม่สามารถใช้บริการช่างในพื้นที่ที่ไว้ใจได้ แต่ถูกบีบให้ต้องพึ่งพาบริษัทพลังงานรายใหญ่ ทุนก่อสร้าง หรือบริษัทลูกของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้น จึงมีคำถามว่างบประมาณพัฒนาฝีมือแรงงานเกือบ 1,000 ล้านบาทที่ใช้ไป จะเกิดประโยชน์ต่อใครหากรายย่อยถูกกีดกันตั้งแต่ต้น
ปัจจุบันผู้ที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายใต้โครงการลดภาษี 2 แสนบาทตั้งแต่ต้นปี ยังไม่ได้รับเอกสารขนานไฟ ทั้งที่เวลาผ่านมา 10 เดือนแล้ว ทำให้มีความกังวลว่าจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสิ้นปีได้ทัน หากโครงการใหม่นี้ ยังล่าช้าเช่นเดิม เงินค้ำประกัน 5 หมื่นบาทที่รัฐอ้างว่าจะคืนได้ภายใน 10 กว่าวัน อาจต้องค้างนานหลายเดือนหรือเกือบปี ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยไม่มีสายป่านยาวพอที่จะแบกรับสภาพคล่องนี้ได้
ปิด 7 วัน! สั่งระงับนำเข้า-ส่งออกสินค้าชายแดน "แม่สอด-พบพระ" ถึง 5 พ.ย.69
เปิดเกณฑ์เออร์ลี่รีไทร์ข้าราชการ อายุ 50 ปีขึ้นไป เริ่มใช้ปี 70 ตั้งเป้าลด 3 หมื่นคน
ฝากขัง "ชัยรัตน์" เพจ Godd Dam เจ้าตัวยังปิดปากเงียบ - ตร.ค้านประกัน
โครงโซลาร์ภาคประชาชน
อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี
ข่าวการเมืองวันนี้ล่าสุด
“我没有报名参加这个项目。我不想背负更多债务。政府会支付5万泰铢,但我还得再借9万泰铢。长远来看,考虑到设备老化带来的维护成本,可能并不划算。虽然他们说我们可以把多余的电卖回给省电力局……但普通家庭用电量并不大。最多也就每月支付1000到2000泰铢的电费。而且,农村地区的人们晚上8点就关灯睡觉了……今年,我们遭遇了洪水,庄稼歉收,没有收入,只有债务。生活已经捉襟见肘了。”一位村民在电话中被问及是否愿意参与社区太阳能发电项目时,表达了自己的感受。
最近,这个项目在当地的咖啡馆和面馆里引发了热议。大多数人认为,虽然政府为居民提供太阳能补贴,但申请该项目的往往是用电量大的大家庭,或是经营餐馆或咖啡馆的家庭。对于只有两三口之家的小家庭来说,可能没有必要。
“全民太阳能计划”启动仅数日,政府便因被指偏袒大型企业而面临广泛批评。该计划旨在鼓励全国家庭安装太阳能电池板自用,并将剩余电力出售回电网,从而实现可持续清洁能源利用并减少能源补贴。然而,最终受益者究竟是谁,仍存在疑问。尽管已有5.6万户家庭登记参与该计划,但问题依然存在。
“‘社区太阳能网络’从长远来看可以降低电费:谁受益,谁受损?”
政府颁布皇家法令授权财政部借款4000亿泰铢后,预算中拨出2000亿泰铢。其中包括500亿泰铢用于公共太阳能发电项目,或为屋顶太阳能装置提供补贴,目标是覆盖约100万户家庭。政府将为每户家庭提供5万泰铢的安装补贴。注册将于2026年10月27日至2027年1月31日期间开放,额满即止。
10月27日,泰国总理阿努廷·查恩维拉库尔在社区太阳能发电项目启动仪式上发表讲话时指出,初步估算显示,该项目每年将为民众节省超过245亿泰铢的电费。这笔资金将回流到基层经济中,为全国各地社区创造就业、生计和经济机会。
虽然政府为每户家庭安装屋顶太阳能系统提供5万泰铢的补贴,但前提是参与者必须预先向承包商支付全款。财政部随后会将补贴按月分期转入参与者的PromptPay账户。一套5-10兆瓦屋顶太阳能系统的标准安装成本约为14万泰铢。
如果公民无力支付剩余的9万泰铢“差额”,他们可以从三家国有银行——政府储蓄银行、政府住房银行(GHB)和农业及农业合作社银行(BAAC)——申请低息贷款。这些贷款期限长达7年,并且允许参与者将多余的电力出售给省级电力局(PEA)和首都电力局(MEA),以偿还贷款银行的贷款。
项目启动后不久,全国各地超过1000家已注册的中小型企业和供应商(规模大小不一)于10月27日至29日期间陆续通过其Facebook页面宣布退出。此前,负责监管泰国电力局(EGAT)和曼谷电力局(MEA)的内政部已向供应商分发了项目手册。包括Chaiwat Solar Cell、Solar Hub和Way Solar在内的多家供应商在项目启动当天了解项目条款后,纷纷在其Facebook页面上宣布退出。
特别是条款3.3“担保和保险”,被小型企业主认为可能得不偿失。该条款规定,企业主在接受项目后,需在6个月内支付5万泰铢的担保金以完成安装。如果工程未能按时完工,银行担保(07)将被没收。对于缺乏足够资金储备的小公司或中小企业而言,这是一个重大的限制。
此外,根据大都会电力局 (MEA) 和/或省级电力局 (PEA) 的要求,在获得将太阳能发电系统连接到电网的许可后 15 天内,必须提供 10,000 泰铢的保证金,合同期限为 7 年。
因此,若参与本项目的任何供应商或承包商同时安装100套屋顶太阳能系统,则须每年缴纳100万泰铢的保证金。该款项将由电力部门保管,作为长达7年的担保。这对大型太阳能安装公司而言是一项有利条件,而小型企业和中小企业则缺乏提供如此长期保证金的资金。
与此同时,内政部副部长波尔佩拉蓬·苏万纳查维证实,不存在任何投资者集团垄断市场的情况,因为安装太阳能屋顶的市民可以自行选择供应商,政府并不指定供应商。每个省份可能已经有自己的供应商。关于银行担保的必要性,他强调,电力部门将在供应商完成项目后立即退还担保金。
然而,该项目需要公众以多种形式参与。部分人士能够承担差价,无需贷款。对于无力承担费用的人士,国有银行将提供为期7年的特惠利率贷款。购买保险的原因在于,人们担心如果安装过程中出现问题,例如太阳能电池板质量不佳导致松动或脱落,造成电力无法使用,将无人承担责任。
“关于质保方面,我们不希望承包商抛弃客户。之所以设定六个月的质保期,是因为我们担心如果供应商接了活却没安装系统会发生什么情况。但如果他们完成了安装,所有供应商,无论大小,都会立即收到款项,使他们能够将资金用于其他屋顶项目。”
屋顶太阳能系统的难点不在于安装本身,而在于将系统并入主电网的过程。系统获批后,还需要向电力部门申请售电许可证。许多人担心审批过程可能需要6个月到1年的时间。政府已经意识到这个问题,因此指示泰国电力局(EGAT)和曼谷电力局(MEA)在全国范围内管理的全部32个单位,必须在系统安装后7天内完成并网。
针对有人认为泰国电力局(EGAT)的大型企业、子公司或关联公司会从该项目供应商中获益的说法,内政部副部长表示,这种说法并不属实。他强调,该项目惠及所有企业,尤其是中小企业,因为国有银行会为供应商提供优惠利率以促进其业务发展。此外,他还补充道,在屋顶太阳能项目中,供应商由公众自行选择,并非由泰国电力局指定。
与此同时,民主党政策团队成员蓬猜·马拉内特指出,过去从未有过强制要求购买保险和7年免费设备维护,或在项目竣工等待期内提供高达5万泰铢的合同担保,以及随后连续7年每年1万泰铢的担保。这些新增条件将立即使承包商每户的成本增加近2万泰铢,迫使他们削减成本,并使他们无法选择高质量的标准设备,因为预算必须分配给这些额外条件。
此外,政策上存在明显的矛盾。内阁近期批准了超过9.7亿泰铢的拨款,用于能源部培训和发展3.2万名屋顶太阳能安装人员。然而,在实践中,能源部和两家电力部门制定的标准实际上阻碍了数万名社区技术人员和当地企业家获得实际工作机会。
偏远地区的居民往往无力聘请可靠的本地技术人员,只能依赖大型能源公司、建筑公司或国有企业的子公司。这就引出了一个问题:如果小型企业从一开始就被排除在外,那么近10亿泰铢的劳动力技能发展资金最终将惠及谁?
目前,年初参与20万泰铢税收减免计划并安装太阳能电池板的用户,尽管已经过去了10个月,仍未收到并网文件。这引发了人们的担忧,他们可能无法及时享受年底的税收抵免。如果新计划继续拖延,政府声称将在10天内退还的5万泰铢保证金也可能被延迟数月甚至近一年,这将使小型企业缺乏足够的资金来应对这一流动性问题。
关闭7天!湄索-普帕边境暂停货物进出口,直至2026年11月5日。
2027年将实施50岁及以上公务员提前退休标准,目标是减少3万名退休人员。
“Godd Dam”脸书页面的创建者Chairat已被还押候审。他保持沉默,警方反对保释。
社区太阳能项目
阿努廷·查恩维拉库尔,总理
今日最新政治新闻。