“เอลนีโญ” หนุนตลาด”เอเชีย” แห่นำเข้าข้าวพุ่ง “มาเลเซีย”ซื้อสูงสุดรอบ 20 ปี“厄尔尼诺”现象提振亚洲市场,推动大米进口激增;马来西亚创下20年来最高进口量。
พาณิชย์ ส่งออกข้าวไทย 9 เดือน ปริมาณ 4.99 ล้านตัน มูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์ ตลาดเอเชียขยายตัว 13.25% มาเลเซียเร่งนำเข้าสูงสุดในรอบ 20 ปี ฟิลิปปินส์นำเข้าเพิ่ม 263% รับเสี่ยงเอลนีโญ สำรองข้าว เดินหน้ารุกตลาดใหม่ กระจายคำสั่งซื้อ ลดพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง

วันนี้ (30 ต.ค.2569) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–กันยายน) มีปริมาณรวม 4.99 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 94,912 ล้านบาท โดยตลาดในภูมิภาคเอเชียมีการนำเข้าข้าวไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
ทั้งนี้ จากการที่กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับภาคเอกชนผู้ส่งออกข้าวไทยเดินทางไปเจรจาการค้าและกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้าสำคัญในฟิลิปปินส์และมาเลเซียเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าทั้งสองประเทศให้ความสำคัญกับไทยในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหาร และเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทย รวมถึงศักยภาพการส่งมอบสินค้าตามสัญญาได้ตรงเวลา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการปริมาณข้าวสำรองและรองรับความต้องการบริโภคภายในประเทศ
“เอลนีโญ” หนุนตลาด”เอเชีย” แห่นำเข้าข้าวพุ่ง “มาเลเซีย”ซื้อสูงสุดรอบ 20 ปี
สำหรับตลาดเอเชีย ช่วง 9 เดือนแรกมีปริมาณนำเข้าข้าวไทย 1.71 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 13.25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงกับตลาดแอฟริกาที่มีปริมาณนำเข้า 1.73 ล้านตัน สะท้อนทิศทางการกระจายตลาดส่งออกข้าวไทยที่มีความสมดุลมากขึ้น โดยตลาดที่ขยายตัวโดดเด่น ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 263% มาเลเซียเพิ่มขึ้น 155% สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (สป.คองโก) เพิ่มขึ้น 63% และโมซัมบิกเพิ่มขึ้น 2%
โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นถึง 263% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ประกอบกับนโยบายเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่มาเลเซียมีการนำเข้าข้าวจากไทยสูงสุดในรอบ 20 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและความสามารถในการส่งมอบข้าวไทย
ทั้งนี้กรมฯ เตรียมเดินหน้ารุกตลาดส่งออกข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยจัดคณะผู้แทนภาครัฐและเอกชนเดินทางไปพบปะหารือกับผู้นำเข้าในตลาดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ สร้างความเชื่อมั่น และรักษาฐานตลาดเดิม โดยใช้จุดแข็งด้านคุณภาพข้าวไทยและการส่งมอบสินค้าตรงตามกำหนดเป็นปัจจัยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
การรุกตลาดอย่างต่อเนื่องและกระจายการส่งออกไปยังหลายภูมิภาค จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง เพิ่มโอกาสในการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ และสร้างความต่อเนื่องในการระบายผลผลิตข้าวไทยสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดงานประชุมข้าวนานาชาติ เพื่อเปิดเวทีเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้นำเข้าจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและเชื่อมโยงตลาดผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและสร้างเครือข่ายผู้ซื้อในหลายภูมิภาค
ข้าวไทย "ราคาสูง" ฉุดแข่งโลก จี้รัฐลดต้นทุน–เพิ่มผลผลิต
พณ.ดันขายข้าวจีนเพิ่ม 6 หมื่นตัน เร่งแก้สัญญาหลัง ครม.ไฟเขียว
“ข้าวไทย” เจอศึกหนัก คู่แข่งรอบด้าน จับตา “เอลนีโญ” หนุนดีมานด์โลก
ตลาดหลักเร่งซื้อข้าวไทย ดันส่งออกครึ่งปีหลัง คาดแตะเป้า 7 ล้านตัน
2026年10月30日,泰国国际贸易厅厅长阿拉达·丰通女士透露,2026年前九个月(1月至9月),泰国大米出口总量达499万吨,价值超过29.62亿美元,约合949.12亿泰铢。泰国大米在亚洲市场的进口量显著增长,尤其是在菲律宾和马来西亚这两个持续增长的关键市场。
国际贸易部部长阿拉达·富昂通女士。
去年8月,泰国国际贸易部与泰国大米出口商合作,与菲律宾和马来西亚这两个主要贸易伙伴开展了贸易谈判并加强了彼此关系。谈判结果表明,两国均将泰国视为粮食安全的战略伙伴。他们对泰国大米的质量以及泰国按时交付货物的能力充满信心,这对于管理大米储备和满足国内消费需求至关重要。
“厄尔尼诺”现象提振亚洲市场,推动大米进口激增;马来西亚创下20年来最高进口量。
今年前九个月,泰国大米对亚洲市场的进口总量为171万吨,较去年同期增长13.25%。非洲市场的进口量为173万吨,与亚洲市场的情况类似,反映出泰国大米出口市场呈现更加均衡多元化的态势。其中,增长最为显著的市场包括菲律宾(增长263%)、马来西亚(增长155%)、刚果民主共和国(增长63%)和莫桑比克(增长2%)。
菲律宾尤其因厄尔尼诺现象可能影响农业生产,以及为提高粮食安全而采取的政策,导致其从泰国进口的大米数量较去年同期增长了263%。与此同时,马来西亚从泰国进口的大米数量创下20年来新高,反映出其对泰国大米质量和供应能力的信心。
该部门正积极拓展大米出口市场,计划组织政府和私营部门代表团与香港、日本、菲律宾和南非等主要市场的进口商会面洽谈。此举旨在加强合作关系、建立信任并维护现有市场,充分发挥泰国大米的品质和准时交付等关键竞争优势。
不断拓展新市场,并将出口范围扩大到多个地区,将有助于降低过度依赖单一市场的风险,增加新订单的机会,并确保泰国大米在全球市场上的持续生产。
此外,还有计划举办国际大米会议,为泰国大米出口商和各国进口商提供商务洽谈平台,并通过国际贸易展览会推广泰国大米,连接市场,以扩大贸易机会,并在多个地区建立买家网络。
泰国大米价格高企,阻碍了其在全球的竞争力;政府被敦促降低成本并提高产量。
商务部正在推动向中国增售6万吨大米,在内阁批准后加快合同谈判。
泰国大米面临来自各方的激烈竞争;厄尔尼诺现象预计将提振全球需求。
主要市场正在加快采购泰国大米,推动下半年出口,预计达到 700 万吨的目标。