นักวิชาการชี้ช่องว่างตรวจสอบ "มูลนิธิ" เสนอตั้งกลไกกลางกำกับเงินบริจาค学者们指出基金会监管方面的漏洞,并建议建立一个中央机制来监管捐赠。
นักวิชาการ มธ.ชี้กฎหมายกำกับดูแลมูลนิธิยังมีช่องว่าง ทั้งการเปิดเผยข้อมูลการเงิน-ความสัมพันธ์ของกรรมการ-กลไกตรวจสอบการใช้เงิน แนะผู้บริจาคเก็บหลักฐานให้ชัดเจน หากพบใช้เงินผิดวัตถุประสงค์อาจเรียกร้องเงินคืนได้

กรณีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการรับบริจาคเงินของมูลนิธิและการใช้เงินเพื่อช่วยเหลือประชาชน ทำให้เกิดคำถามถึงสิทธิของผู้บริจาคและกลไกตรวจสอบความโปร่งใสขององค์กรสาธารณกุศล
วันนี้ (30 ต.ค.2569) รศ.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า การเรียกคืนเงินบริจาคต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของแต่ละกรณี โดยเฉพาะเจตนาของผู้บริจาค วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ และพฤติการณ์ของผู้รับบริจาค จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเงินบริจาคทุกกรณีจะเรียกคืนได้ทั้งหมด
หากเป็นการบริจาคโดยเสน่หา ไม่มีเงื่อนไขหรือวัตถุประสงค์เฉพาะ การเรียกคืนอาจทำได้ยาก แต่หากผู้บริจาคระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน เช่น ต้องการช่วยเหลือเด็กยากจนหรือผู้ป่วย และมีหลักฐานว่าผู้รับบริจาคนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือมีการหลอกลวงให้บริจาคโดยแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีเหตุให้เรียกร้องเงินคืนหรือดำเนินการตามกฎหมายได้
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ผู้บริจาคจึงควรเก็บหลักฐานการประชาสัมพันธ์รับบริจาค ข้อความที่ระบุวัตถุประสงค์ วันและเวลาโอนเงิน หลักฐานการโอนและใบเสร็จรับเงินไว้ให้ครบถ้วน เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบหรือดำเนินการตามสิทธิ
ส่วนปัญหาสำคัญของมูลนิธิในประเทศไทย นักวิชาการมองว่า อยู่ที่ช่องว่างด้านธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสาธารณะ แม้มูลนิธิจะมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสังคม แต่การเปิดเผยข้อมูลรายรับรายจ่าย การกำกับดูแลบัญชี และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของกรรมการ ยังเป็นประเด็นที่ควรพัฒนาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกรณีการรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร ควรแยกบัญชีส่วนตัวออกจากบัญชีของมูลนิธิอย่างชัดเจน พร้อมมีระบบตรวจสอบการเบิกจ่ายและหลักฐานการใช้เงินที่ตรวจสอบย้อนหลังได้
ขณะเดียวกัน การมีกรรมการตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน หากกรรมการมีความสัมพันธ์ทางครอบครัวหรือมีส่วนได้เสียร่วมกัน จึงควรพิจารณามาตรการเปิดเผยความสัมพันธ์และกำหนดแนวทางจัดการ กรณีที่กรรมการมีส่วนได้เสียในการตัดสินใจ
รศ.อัจฉรา เสนอว่า ประเทศไทยควรศึกษารูปแบบการกำกับดูแลองค์กรการกุศลในต่างประเทศ เช่น อังกฤษและสิงคโปร์ ซึ่งมีกลไกกำกับดูแลและช่องทางร้องเรียนสำหรับประชาชน เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทไทย ทั้งในด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน การตรวจสอบการใช้เงิน และการจัดการข้อร้องเรียน
นอกจากนี้ ควรพิจารณาให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำกับดูแลมากขึ้น รวมถึงพัฒนากลไกกลางสำหรับตรวจสอบมูลนิธิ โดยอาจใช้หน่วยงานที่มีอยู่แล้วเข้ามารับผิดชอบในขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด แทนการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ทันที
นักวิชาการ ย้ำว่า มูลนิธิยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและประชาชนกลุ่มเปราะบาง เพราะสามารถเข้าถึงผู้เดือดร้อนและให้ความช่วยเหลือได้รวดเร็ว การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่การลดบทบาทของมูลนิธิ แต่เป็นการพัฒนาระบบกำกับดูแลให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริจาคและทำให้เงินบริจาคถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง
"ออยศรี" แจ้งความ "บุ๋ม ปนัดดา - พวก" ใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์
มูลนิธิองค์กรทำดี ให้ "บุ๋ม ปนัดดา" หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว พร้อมระงับรับบริจาคทุกช่องทาง
เปิดภาพโครงการพูลวิลล่าหรู จ.ภูเก็ต โยงมูลนิธิองค์กรทำดี
รศ.อัจฉรา ชลายนนาวิน
คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มูลนิธิรับบริจาคเงิน
围绕基金会接受捐赠和将资金用于公共援助的争议,引发了人们对捐赠者权利和确保慈善组织透明度的机制的质疑。
今天(2026年10月30日),泰国国立法政大学社会工作学院院长阿查拉·查拉扬纳文副教授指出,追回捐款需要考虑每个案例的具体事实和情况,特别是捐赠者的意愿、既定用途以及受赠人的具体情况。因此,不能断定所有捐款都能追回。
如果捐赠是自愿的,没有具体条件或目的,那么追回捐款可能比较困难。但是,如果捐赠者明确说明了捐赠目的,例如帮助贫困儿童或病人,并且有证据表明受赠人滥用了捐款或通过提供虚假信息欺骗了捐赠者,那么捐赠者可能就有理由要求退款或提起诉讼。
根据事实和证据,捐赠者应保留所有捐赠请求的证据、捐赠的既定用途、转账的日期和时间、转账证明和收据,以便核实或行使他们的权利。
学者们认为,泰国基金会面临的主要问题在于其治理和公共问责机制的不足。尽管基金会的宗旨是帮助社会,但收支披露、会计监督以及防止董事之间利益冲突等问题仍需进一步改进。尤其对于通过银行账户收到的捐款,个人账户应与基金会账户明确分开,并建立一套资金拨付监控系统,同时保留可核实的支出记录。
同时,仅满足法律规定的董事人数可能不足以防止利益冲突。如果董事之间存在亲属关系或共同利益,则应考虑制定披露此类关系的措施以及处理董事在决策中出现利益冲突情况的准则。
阿查拉副教授建议泰国应研究其他国家(例如英国和新加坡)的慈善机构治理模式,这些国家拥有完善的监管机制和公众投诉渠道。泰国可以根据自身国情进行调整,尤其是在财务信息披露、资金使用审计和投诉处理方面。
此外,应考虑加强公众参与监督,包括建立基金会审计的中央机制。这可以通过利用现有机构在其法定权限范围内运作来实现,而不是立即设立新的机构。
学者们强调,基金会在援助灾民和弱势群体方面仍然发挥着至关重要的作用,因为它们能够迅速接触到需要帮助的人并提供援助。因此,解决之道并非削弱基金会的作用,而是建立一个透明且负责任的治理体系,以建立捐赠者的信任,并确保捐款用于其既定用途。
“Oysri”向警方报案,指控“Boom Panadda等人”滥用捐款。
善行基金会已暂时停职“Boom Panadda”,并停止接受所有捐款。
图片显示,普吉岛正在兴建一个豪华泳池别墅项目,该项目与一家慈善基金会有关。
副教授。 Atchara Chalayannavin 教授
社会工作学院院长
基金会接受捐款。