เนสท์เล่เพิ่มการลงทุนในไทย ทุ่ม 6.4 พันล้านขยายฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง雀巢加大对泰国的投资,斥资 64 亿泰铢扩大其宠物食品生产基地。
“เนสท์เล่” เดินหน้าขยายฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงในไทย มูลค่า 6,430 ล้านบาท ที่นิคมฯ อมตะซิตี้ ระยอง ชูศักยภาพไทยผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก เป็นการขยายการลงทุนในไทยต่อเนื่อง

# นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
# เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด
# นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้
# การส่งเสริมการลงทุน
# มาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร
# ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง
# อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง
# การลงทุนของเนสท์เล่
เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72
เนสท์เล่ (ไทย) ลงทุน 6,430 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการอาหารสัตว์เลี้ยง 4,500 ล้านบาท และขนมสัตว์เลี้ยง 1,930 ล้านบาท
โครงการดังกล่าวตั้งเป้าส่งออกผลิตภัณฑ์ 90% ไปยังตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
มีการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในไทยมูลค่ากว่า 450 ล้านบาทต่อปี เช่น เนื้อไก่ ปลา ผัก และแป้งมันสำปะหลัง
เนสท์เล่ลงทุนในไทยรวม 29,000 ล้านบาทในปีนี้ ครอบคลุมทั้งธุรกิจกาแฟและอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตระยะยาว
ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี
ดันพิมพ์เขียวสกัดโกงออนไลน์ รัฐ-เอกชนโหมโรงจัดประชุมIMF-World Bank
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เพื่อขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เงินลงทุน 6,430 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง มูลค่า 4,500 ล้านบาท และโครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง มูลค่า 1,930 ล้านบาท โดยทั้งสองโครงการได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร และเน้นการผลิตโดยใช้วัตถุดิบในประเทศเพื่อการส่งออกเป็นหลัก
“การขยายการลงทุนของเนสท์เล่ครั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมัน และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยมีอัตราการเติบโต 8% ต่อปี โดยโครงการลงทุนครั้งนี้จะส่งออก 90% ไปยังตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์”
นอกจากนี้ ทั้งสองโครงการมีการใช้วัตถุดิบในประเทศในสัดส่วนสูง มูลค่า 450 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ Felix, Pro Plan และ Friskies จะใช้วัตถุดิบในประเทศ 56% เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลาซาร์ดีน ผัก น้ำมัน วิตามินและแร่ธาตุ ขณะที่โครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง เน้นผลิตขนมสำหรับแมว ภายใต้แบรนด์ Purina One และ Felix จะใช้วัตถุดิบในประเทศ 88% เช่น เนื้อไก่ น้ำตาล และแป้งมันสำปะหลัง ถือเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์เกษตรของไทยออกสู่ตลาดโลก
ทั้งนี้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่ม Nestle S.A. ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเชื่อมั่นในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตระยะยาว โดยมีหลายผลิตภัณฑ์ที่คนไทยคุ้นเคยทั้งเนสกาแฟ ไมโล แม็กกี้ และไอศกรีมเนสท์เล่ ควบคู่กับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ Purina One, Felix, Pro Plan, Friskies, Alpo และ Supercoat
“การลงทุนของเนสท์เล่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อป้อนตลาดโลก โดยเมื่อรวมกับโครงการตั้งโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนก่อนหน้านี้ ทำให้ในปีนี้ เพียงปีเดียว เนสท์เล่ทุ่มลงทุนใหม่ในประเทศไทยรวม 29,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งธุรกิจกาแฟและอาหารสัตว์เลี้ยง ที่สำคัญ การลงทุนเหล่านี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมในประเทศ ผ่านการใช้วัตถุดิบไทยทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำนมดิบ น้ำตาล เนื้อไก่ ปลา ผัก และวัตถุดิบทางการเกษตรอื่น ๆ รวม 4,700 ล้านบาทต่อปี”
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งฐานวัตถุดิบที่หลากหลาย ผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ มาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับ และความสามารถในการผลิตเพื่อรองรับตลาดทั่วโลก การลงทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทชั้นนำอย่างเนสท์เล่ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งเหล่านี้ไปสู่อุตสาหกรรมอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยบีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย และผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตอาหารชั้นนำของโลก
กองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
# 纳鲁特·特奥萨蒂拉萨克
雀巢(泰国)有限公司
阿玛塔城工业区
# 投资促进
食品安全标准
# 宠物食品出口市场
# 宠物食品行业
#雀巢的投资
深入剖析人工智能芯片股:涨幅已达数千个百分点,还有哪些投资机会?| 数字前沿访谈 第72期
雀巢(泰国)投资 64.3 亿泰铢,其中 45 亿泰铢用于宠物食品项目,19.3 亿泰铢用于宠物零食项目。
该项目旨在将其 90% 的产品出口到美国、加拿大、日本、澳大利亚和新西兰等主要市场。
泰国每年消耗价值超过 4.5 亿泰铢的农业原材料,包括鸡肉、鱼、蔬菜和木薯淀粉。
今年,雀巢将在泰国投资总计 290 亿泰铢,涵盖咖啡和宠物食品业务,旨在将泰国打造为长期生产基地。
目前,泰国是世界第二大宠物食品出口国,该行业年均增长率为 8%。
政府和私营部门正在推进打击网络诈骗的蓝图;在召开国际货币基金组织-世界银行会议之际,政府和私营部门正在加大力度。
泰国投资促进委员会(BOI)秘书长纳鲁特·特奥萨提拉萨克先生透露,BOI已批准雀巢(泰国)有限公司的投资促进申请,该公司将在罗勇府阿玛塔城工业园区扩建其宠物食品生产基地,投资额达64.3亿泰铢。该项目包括一个价值45亿泰铢的宠物食品生产项目和一个价值19.3亿泰铢的宠物零食生产项目。这两个项目均已获得食品安全认证,并强调使用泰国国内采购的原材料,主要用于出口。
“雀巢此次扩大投资是为了满足日益增长的宠物食品需求。目前,泰国是仅次于德国的世界第二大宠物食品出口国,泰国宠物食品行业年增长率达8%。该投资项目的产品将有90%出口到美国、加拿大、日本、澳大利亚和新西兰等主要市场。”
此外,这两个项目均大量使用国内原材料,年产值达4.5亿泰铢。宠物食品生产项目旗下品牌包括Felix、Pro Plan和Friskies,其中56%的原料为国内产,例如鸡肉、沙丁鱼肉、蔬菜、油脂、维生素和矿物质。同时,宠物零食生产项目专注于猫零食,旗下品牌包括Purina One和Felix,其中88%的原料为国内产,例如鸡肉、糖和木薯淀粉。这标志着泰国农产品走向全球市场迈出了重要一步。
雀巢(泰国)有限公司是瑞士食品饮料巨头雀巢公司的子公司,自1993年起在泰国开展业务,并持续获得泰国投资促进委员会(BOI)的投资促进。这增强了雀巢对将泰国作为长期生产基地的信心,其众多产品深受泰国消费者喜爱,例如雀巢咖啡、美禄、美极和雀巢冰淇淋,以及旗下拥有普瑞纳优选、菲力士、普罗普兰、喜跃、爱宝和超科特等品牌的宠物食品业务。
“雀巢的这项投资体现了泰国作为食品饮料生产基地,供应全球市场的潜力。加上此前已获批准的新咖啡生产厂项目,雀巢今年在泰国的总投资额已达290亿泰铢,涵盖咖啡和宠物食品业务。更重要的是,这些投资还通过使用泰国本土原材料,如咖啡豆、生奶、糖、鸡肉、鱼、蔬菜和其他农产品,与泰国国内的农业和工业部门建立了联系,每年总投资额达47亿泰铢。”
与此同时,泰国在食品产业方面拥有诸多优势,包括多元化的原材料基础、经验丰富的企业家、公认的生产标准以及面向全球市场的生产能力。雀巢等领先企业的持续投资,为将这些优势转化为高附加值食品产业提供了绝佳机遇。泰国投资促进委员会(BOI)将继续推动能够提升泰国产业能力的投资,并助力泰国成为全球领先的食品生产中心。
《泰叻报》编辑部。