← 返回新闻首页
泰国权威

รองโฆษก รบ. คลายข้อข้องใจ "กะเพรา" ทุกคนยังปลูก-ค้าขายสายพันธุ์ทั่วไปได้

รองโฆษก รบ. ไขข้อข้องใจกรณีประชาชน-เกษตรกรกังวลกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาด "กะเพรา" ผ่านการจดคุ้มครอง 4 สายพันธุ์ ยืนยันสิทธิครอบคลุมเฉพาะ 4 สายพันธุ์นี้เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับกะเพราพื้นเมืองทั่วไป

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
政府副发言人澄清说,任何人仍然可以种植和出售常见的罗勒品种。

วันนี้ (22 ต.ค.2569) จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลของกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนผู้ค้าขายอาหารในสังคม กรณีที่เอกชนรายใหญ่ได้ยื่นขึ้นทะเบียนขอรับความคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่สำหรับกะเพราจำนวน 4 สายพันธุ์

โดยผู้ค้าและประชาชนหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเสียเปรียบต่อกลุ่มทุนใหญ่ที่อาจใช้การจดสิทธิบัตรดังกล่าวเป็นช่องทางในการผูกขาดห่วงโซ่อาหาร ขายเมล็ดพันธุ์ระยะยาว และเกรงว่าจะถูกนายทุนฟ้องร้องดำเนินคดีย้อนหลัง เนื่องจากคนกินและผู้ค้าไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของสายพันธุ์กะเพราได้นั้น

ล่าสุด ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยระบุว่า ต้องพิจารณาแยกแยะระหว่าง "ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย" ออกจาก "ข้อสันนิษฐานความกังวล" เพื่อไม่ให้เกิดความตระหนกตกใจในสังคม

กะเพราในไทยมีหลากหลาย การจดสิทธิคุ้มครองไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กะเพราไม่ได้มีเพียงแค่ 4 สายพันธุ์ที่ปรากฏในข่าว แต่ในธรรมชาติตลาดเกษตรกรรมไทย กะเพราที่ใช้บริโภคกันทั่วไปประกอบด้วยหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งกะเพราขาว กะเพราแดง กะเพราป่า รวมไปถึงสายพันธุ์พื้นเมืองท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเชิงพันธุกรรม ลักษณะใบ สีลำต้น และกลิ่นน้ำมันหอมระเหย

การจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่จำนวน 4 สายพันธุ์ของภาคเอกชน จึงเป็นเพียงการได้รับสิทธิเฉพาะสายพันธุ์ที่ผ่านการศึกษาวิจัยและปรับปรุงขึ้นมาใหม่เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ยื่นจดจะมีกรรมสิทธิ์เหนือกะเพราทุกต้นหรือทุกสายพันธุ์ในประเทศไทย และไม่สามารถนำสิทธิในสายพันธุ์เฉพาะดังกล่าวไปกล่าวอ้างเพื่อครอบคลุมกะเพราสายพันธุ์อื่นในท้องตลาดได้โดยอัตโนมัติ

กระบวนการฟ้องร้องมีขั้นตอนชัดเจน นายทุนไม่สามารถอ้างฟ้องมั่วได้

ต่อข้อกังวลของผู้ค้าที่เกรงว่าจะถูกกลุ่มทุนใหญ่ยื่นฟ้องร้องในอนาคต เนื่องจากแยกสายพันธุ์ไม่ออกนั้น ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ อธิบายว่า การดำเนินคดีทางกฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิพันธุ์พืช ไม่ใช่เรื่องที่ภาคเอกชนจะสามารถกล่าวอ้างลอย ๆ ว่ากะเพราของเกษตรกรหรือพ่อค้าแม่ค้ามีความคล้ายคลึงกับของตนแล้วจะถือว่าทำผิดกฎหมายทันที

ในทางปฏิบัติ การจะฟ้องร้องละเมิดสิทธิได้นั้น ผู้ทรงสิทธิหรือภาคเอกชนจะต้องมีภาระพิสูจน์และพิจารณาให้ได้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และกฎหมายอย่างชัดเจนว่า พืชที่นำมาพิพาทนั้นอยู่ในขอบเขตสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองจริงหรือไม่ และพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดสิทธิตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ ดังนั้น พ่อค้าแม่ค้าและเกษตรกรที่ใช้กะเพราสายพันธุ์ทั่วไปจึงไม่มีเหตุให้ต้องกังวลเรื่องการถูกฟ้องร้องโดยมิชอบ

กฎหมายเปิดช่อง คุ้มครองวิถีเกษตรกรรายย่อย

นอกจากนี้ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นย้ำถึงบทบัญญัติใน พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 มาตรา 33 ซึ่งถือเป็นหลักประกันสำคัญทางกฎหมาย

โดยระบุข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิไว้ชัดเจน ได้แก่ การใช้ประโยชน์ที่ไม่ใช่เพื่อการขยายพันธุ์ การใช้เพื่อการศึกษาวิจัย และที่สำคัญที่สุดคือ การคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรรายย่อยในการนำส่วนขยายพันธุ์พืชที่ตนเองเป็นผู้ผลิตขึ้นในแปลง ปลูกกลับไปเพาะปลูกต่อในพื้นที่ของตนเอง ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

รองโฆษก รบ. คลายข้อข้องใจ "กะเพรา" ทุกคนยังปลูก-ค้าขายสายพันธุ์ทั่วไปได้

รฟท.ยื่นฟ้องเอเชียเอราวัณและผู้เกี่ยวข้อง ให้จ่ายค่าร่วมทุนในแอร์พอร์ต เรลลิงก์

เรือชนโป๊ะ ท่าน้ำสาทร บาดเจ็บ 8 คน จนท.เร่งช่วยเหลือ

รัฐบาลยัน CPRAM จดทะเบียน "กะเพรา" ไม่ห้ามปลูกแต่ห้ามขาย 4 สายพันธุ์

ขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻