← 返回新闻首页
泰国权威

สรรพากรจ่อฟ้องล้มละลาย ”ทักษิณ” มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

วิเคราะห์ โค้งสุดท้ายก่อนคดีหมดอายุความ กรณีกรมสรรพากร ไล่ยึดทรัพย์ "ทักษิณ ชินวัตร" ให้จ่ายภาษีหุ้นชินคอร์ป เส้นทางไหนที่จะเป็นไปได้มากที่สุด หรือ การฟ้องล้มละลาย จะเป็นทางที่ดีที่สุด และ ทักษิณ จะสู้คดีอย่างไร

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
税务部门准备申请他信破产。他究竟是如何走到这一步的?

อดีตนายกฯ 2 สมัย นายทักษิณ ชินวัตร ผู้มากบารมีการเมืองทั้งในและนอกประเทศ เป็นนักธุรกิจที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น ”อัศวินคลื่นลูกที่ 3” ประสบความสำเร็จล้นเหลือ สร้างอาณาจักรชินคอร์ป มีทรัพย์สินถือครองหลายหมื่นล้านบาทกำลังจะมาถึงจุดที่กรมสรรพากรไล่บี้ ฟ้องล้มละลาย เพราะหนี้สิน โดยเฉพาะยื้อไม่ยอมจ่ายภาษีหุ้นชินคอร์ป

ล่าสุดนายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือให้อัยการสูงสุดเร่งฟ้องล้มละลายนายทักษิณ ก่อนคดีจะหมดอายุความ 10 ปี วันที่ 27 มีนาคม 2570 เป็นคดีที่กรมสรรพากรต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เรื่องยึดและอายัดทรัพย์ของนายทักษิณ ตามคำพิพากษา ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท

นายประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า กรมสรรพากรได้ส่งเรื่องดังกล่าวมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด เมื่อ 30 ก.ย. 69 จากนั้น นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด ได้มีคำสั่งให้สำนักงานอัยการคดีล้มละลายและอธิบดีอัยการสำนักงานคดีล้มละลาย ตั้งคณะทำงาน เพื่อเร่งดำเนินการ

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 ว่า นายสมควร วงศ์สวัสดิ์ สรรพากรภาค 3 ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ได้ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุดให้พิจารณาแต่งตั้งพนักงานอัยการคดีล้มละลายกับนายทักษิณ หลังค้างชำระภาษีอากรอยู่ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาบางพลัด กรุงเทพฯ เป็นเงินจำนวน 1.74 หมื่นล้านบาท

หลังจากกรมสรรพากร ไม่พบทรัพย์สินอื่นใดที่จะยึดอายัดเพื่อนำมาชดใช้หนี้ภาษีดังกล่าวได้อีก นอกจากนี้ยังได้มีหนังสือเตือนให้ชำระหนี้ภาษีอากรหลายครั้ง แต่นายทักษิณ ไม่ได้ดำเนินการ

ทั้งนี้ เป็นผลจากกรณีซื้อขายหุ้นบริษัทชินคอร์ป โดยบ.แอมเพิ่ล ริช อินเวสเมนท์ ซึ่งจดทะเบียนที่เกาะบริติช เวอร์จิน ปี 2542 โดยคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ ศาลภาษีอากรกลาง สรุปได้ว่า นายทักษิณ ได้ให้นายพานทองแท้ และ นางสาวพินทองทา บุตรชายและบุตรสาว ถือหุ้นไว้แทน หรือเป็นนอมินี

การที่บริษัทแอมเพิล ริช ได้ขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ป ให้ทายาททั้ง 2 คน เมื่อเดือนมกราคม 2549 ในราคาพาร์ หุ้นละ 1 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด โดยวันดังกล่าว หุ้นบริษัทชิน คอร์ป มีราคาบนกระดานซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯของไทย ที่หุ้นละ 49.25 บาท มีส่วนต่างของราคาสูง ถึงหุ้นละ 48.25 บาท จากทั้งหมด 329 ล้านหุ้น ตรวจสอบจากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีของนายทักษิณแล้ว กลับไม่พบว่า ได้นำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีแต่อย่างใด

มีการต่อสู้ในหลายศาล คำพิพากษากลับไปกลับมา กระทั่งสุดท้ายศาลฎีกาพิพากษากลับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ชี้ว่าทายาททั้ง 2 คน เป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทน แต่นายทักษิณ เป็นผู้มีเงินได้ที่แท้จริงจากการขายหุ้น ต้องรับผิดชอบชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มในวงเงินดังกล่าว

คดีนี้ ล่าสุดนายทักษิณได้ยื่นฟ้องกรมสรรพากร ต่อศาลภาษีอากรกลาง ให้ระงับการยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมดังกล่าว โดยโต้แย้งว่า เงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปกว่า 4.6 หมื่นล้านบาทนั้น ได้ถูกศาลสั่งยึดและตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว การที่สรรพากรจะตามเก็บภาษีเพิ่ม จึงเป็นการบังคับคดีที่ซ้ำซ้อน

ถือเป็นกลยุทธ์และเดินหน้าสู้คดีนี้อย่างเต็มที่ของนายทักษิณ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นเรื่องเกียรติภูมิ และ ศักดิ์ศรีคนระดับอดีตนายกฯ หลังจากกรมสรรพากรได้ออกเอกสารข่าวเดือนมิถุนายน 2569 ยืนยันเดินหน้าจัดเก็บภาษีอากรจากนายทักษิณ พร้อมเปิดประเด็นจะพิจารณาฟ้องคดีล้มละลาย หากนายทักษิณชำระภาษีไม่ครบถ้วน

สำนักข่าวเน็กซ์นิวส์ รายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้ตรวจสอบทรัพย์สินและสิทธิต่างๆ ของนายทักษิณ พบว่า มีทรัพย์สินหลายประเภท ทั้งบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ดิน รถยนต์ และหุ้นในนิติบุคคล มีมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ทั้งบางรายการกรมสรรพากรได้ดำเนินการยึดไว้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการขายทอดตลาด

สำนักข่าวดังกล่าว ระบุการติดตามตรวจสอบทรัพย์สิน ยังครอบคลุมไปถึงตรวจสอบข้อมูลเครื่องบินส่วนตัวของนายทักษิณด้วย เนื่องจากมีข้อมูลและภาพยืนยันการมีอยู่ของเครื่องบินส่วนตัวดังกล่าว ทั้งในวันเดินทางกลับประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 วันเดียวกับที่โหวตเลือกนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

แต่การตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์ในอากาศยานกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบข้อมูลการจดทะเบียนอากาศยานสัญชาติไทย ไม่พบว่านายทักษิณมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในอากาศยานลำใด ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กพท.

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่า นายทักษิณไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเครื่องบินส่วนตัวดังกล่าว แต่อาจมีปัจจัย หรือส่วนประกอบอื่น ที่ทำให้ไม่มีข้อมูลหรือความชัดเจนในเรื่องนี้

ที่เป็นประเด็นน่าสนใจนับจากนี้ มีอย่างน้อย 2 เรื่อง คือแนวทางการสู้คดีนี้ของนายทักษิณจะเป็นอย่างไร และ เรื่องอายุความของคดี ที่จะครบ 10 ปีในวันที่ 27 มีนาคม 70 หรือประมาณ 5 เดือน ซึ่งในทางคดีความไม่ถือว่านาน

นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการคตส.ที่ตรวจสอบโครงการต่างๆ ในรัฐบาลนายทักษิณ ให้ความเห็นเรื่องนี้ผ่านสำนักข่าวเน็กซ์นิวส์ ว่า

อัยการ มีฐานะเป็นแค่ทนายฟ้องบังคับภาษีแผ่นดิน ตามคำประเมินภาษีที่ชอบด้วยกฎหมายแล้วเท่านั้น เมื่อกรมสรรพากรส่งสำนวนทั้งหมด และ ใบแต่งทนายให้แล้ว หนี้ภาษีก็เด็ดขาดแล้ว เหลือแต่การบังคับชำระหนี้เท่านั้น สถานการณ์เช่นนี้ อัยการน่าจะยึกยักอะไรไม่ได้

ทั้งย้ำว่า การฟ้องล้มละลายนายทักษิณ ก่อนสิ้นอายุความ เพื่อรวบรวมทรัพย์สินเพิ่มเติมอีก จึงเป็นหนทางเดียวที่เหลือ สำหรับสรรพากร แต่เพราะอายุความของคดีกำลังนับถอยหลัง จึงน่าสนใจว่า ใครจะเข้าวิน หรือ ใครจะหลุด หรืออาจจะหมดอายุความก่อน

"น้ำเงิน-เขียว" ยังเหนียวแน่น "อนุทิน" ร่วมเบิร์ทเดย์ สส.กล้าธรรม

วิป 3 ฝ่ายไร้ข้อสรุปกรอบวันซักฟอกรัฐบาล นัดถกใหม่ 22 ต.ค.

"ยศชนัน" ลั่นเพื่อไทยไม่หวั่นเกมการเมือง ปมกล้าธรรมจ่อซบภูมิใจไทย

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻